เกินหน้าที่

20161216_beyond_responsibility

“ถ้าผมรู้ปัญหาแล้วผมอยู่เฉยกับปัญหาผมจะเป็นคนที่ใช้ไม่ได้”

– อาทิวราห์ คงมาลัย

สัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าพวกเราเกือบทุกคนน่าจะได้ปลาบปลื้มกับการวิ่งของพี่ตูน บอดี้สแลมที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ได้เงินมาช่วยซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้โรงพยาบาลบางสะพานถึง 70 ล้านบาท

ในอีกฟากนึงก็มีคำถามว่า จริงๆ นี่ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือเปล่า ทำไมมีเงินหลายหมื่นล้านไปซื้ออาวุธ แต่ไม่มีเงินมาซื้อเครื่องมือทางการแพทย์

ใช่ครับ เรื่องนับร้อยนับพันเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และพวกเขาก็ยังทำกันได้ไม่ดีพอ

และผมเชื่อว่าไม่มีวันทำได้ดีพอด้วย

ดังนั้น การที่เราเรียกร้องให้คนอื่นทำหน้าที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนนั้น จึงเป็นเพียงข้ออ้างที่จะได้ไม่ต้องทำอะไรเลย

แทนที่จะมาเอาชนะกันทางตรรกะและหลักการว่าเรื่องอะไรควรเป็นหน้าที่ของใคร สู้เอาเวลาไปทำสิ่งที่ “เกินเลยหน้าที่ของเรา” ดีกว่ามั้ย?

เหมือนที่ตูนออกมาวิ่งหาเงินช่วยโรงพยาบาล ทั้งๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ของเขา

เหมือนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงทำอะไรหลายๆ อย่างทั้งๆ ที่ท่านไม่ต้องทำก็ได้

ทำ  ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ แต่ทำเพราะว่ามันมีประโยชน์

เท่านั้นก็เป็นเหตุผลที่ดีเพียงพอแล้ว จริงมั้ย?


ขอบคุณเนื้อหาจาก Manager:
ใครว่าขี้ยา ท้าให้มาวิ่งด้วย! “ตูน” ปิดยอดบริจาคสวยๆ 63 ล้านบาท ขอโทษเคยดูถูกน้ำใจคนไทย

ขอบคุณภาพจาก Facebook Page: Bodyslam

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

นิทานตู้ปลา

20161412_fish

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เป็นนิทานที่ผมอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันพุธที่ 14 ธ.ค.ในคอลัมน์กิเลนประลองเชิงครับ


เทศนาของพระอาจารย์พรหม เรื่องอิสรภาพของปลาในตู้ (ชวนม่วนชื่น ธรรมะบันเทิงหลายเรื่องเล่า พิมพ์ครั้งที่ 1 ส.ค.2549)

พระไทยผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบสองรูป รับนิมนต์ไปฉันอาหารที่บ้านโยมอุปัฏฐาก ระหว่างนั่งรอในห้องรับแขก ท่านเห็นตู้ปลาใหญ่ มีปลามากมายแหวกว่าย

พระอาวุโสน้อยบ่นว่า การเอาปลามาเลี้ยงในตู้ ขัดหลักความกรุณาในพระพุทธศาสนา ปลาพวกนี้มีความผิดอะไร จึงไปเอาพวกมันมาขังคุก

“มันควรจะแหวกว่าย ไปไหนมาไหนในแม่ทะเลสาบในแม่น้ำได้ตามพอใจ”

พระรูปที่สองอาวุโสสูงกว่า เห็นตรงข้าม ท่านบอกว่าการที่มันอยู่ในตู้ปลาที่ดูเหมือนว่าขาดอิสระนั้น แต่ที่จริงแล้วปลาในตู้มีอิสระจากภยันตรายนานาประการ

ท่าทีพระอาวุโสน้อยไม่เข้าใจ ยังไม่ถึงเวลาฉันอาหาร พระอาวุโสสูงค่อยๆวิสัชนา

ปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ เวลามันเห็นหนอนตัวอวบหรือแมลงตัวอ้วน มันจะแน่ใจไม่ได้เลยว่า ทันทีที่มันงับ…มันจะถูกกระตุกวับหายขึ้นไปข้างบน อำลาเพื่อนปลาไปตลอดกาล

ปลาในแหล่งน้ำเรียนรู้การเอาตัวรอด เวลาพวกมันหิวจะกินอาหารแต่ละมื้อ ก็ต้องคิดหนัก

รอดจากเป็นเหยื่อคน ปลาแหล่งน้ำยังต้องกังวลจะโดนปลาใหญ่ไล่กิน

ในวัฏจักรธรรมชาติ บางครั้งปลาก็ไม่สามารถหาอาหารได้ เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน อุณหภูมิน้ำเปลี่ยน หนาวมากในฤดูหนาว จนน้ำเป็นน้ำแข็ง มันอาจตายในน้ำแข็ง

ในฤดูร้อน น้ำอาจจะอุ่นเกินไป หรือไม่น้ำก็แห้งขอดไปเลย

ปลาในธรรมชาติ เมื่อป่วยไม่มีใครดูแลรักษา

ยกอันตรายมากมายประการของปลาในทะเลสาบในแม่น้ำแล้ว พระอาวุโสสูงก็วิสัชนาถึงข้อดีนานาของปลาในตู้

สิ่งแรก ไม่เคยมีชาวประมงคนไหนหย่อนสายเบ็ดตกปลาในตู้ ปลาในตู้เป็นอิสระจากการไล่ล่าของชาวประมง

ปลาในตู้มีอาหารดี บริการดียิ่งกว่าพิซซ่าที่ส่งถึงบ้าน โดยไม่ต้องจ่ายสตางค์สักแดงเดียว

ไม่ต้องเป็นโรคเครียดจากการหาเหยื่อที่กินแล้วปลอดภัย ไม่ต้องกังวลจากการถูกปลาด้วยกัน คือปลาใหญ่ไล่กิน

เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน ปลาในตู้ก็ไม่หนาวไม่ร้อน เพราะอุณหภูมิน้ำในตู้ถูกปรับให้พอดีคงที่

เมื่อป่วยก็มีหมอจากคลินิกมารักษา ทุกตัวมียารักษาโรค

พระอาวุโสสูงสรุปข้อดีของปลาในตู้ ที่ดูจะไม่มีอิสระที่จะทำตามความอยาก ว่ายไปโน่นไปนี่ตามใจไม่ได้…แต่มันก็จะเป็นอิสระจากภยันตราย และความทุกข์นานาประการ

“ปลาในตู้ เหมือนมนุษย์ผู้ทรงศีล” พระอาวุโสสูงเปรียบเทียบ

“จริงอยู่ ท่านไม่มีอิสระที่จะทำตามอยาก หลงระเริงไปทางโน้นทางนี้ แต่ท่านก็จะเป็นอิสระจากความทุกข์ทั้งปวง”

จบบทสนทนาพระสอนกันเอง ก่อนเวลาฉันอาหาร…พระอาจารย์พรหม ทิ้งท้ายด้วยคำถาม

“แล้วโยมเล่า อยากได้ความอิสระแบบไหน”


ขอบคุณนิทานจากคอลัมน์กิเลน ประลองเชิง หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันพุธที่ 14 ธ.ค.59 

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อย่าเชื่อทุกสิ่ง

20161214_donotbelieve

ที่ตัวเองคิด

“Don’t believe everything you think.”

– Allan Lokos

พระท่านว่า ถ้าเรามีสติเสียหน่อย ก็จะเห็นว่าสมองไม่ใช่ตัวเรา ความคิดก็ไม่ใช่ตัวเรา เราบังคับมันไม่ได้

เมื่อเราพบเจอเหตุการณ์บางอย่าง กระบวนการความคิดจะเริ่มทำงาน เหตุการณ์อาจจะมีแค่หนึ่ง แต่ความคิดพาเราไปถึงสิบถึงร้อย

เมื่อเราจมอยู่กับความคิด เราก็จะลืมไปเลยว่า 2-100 นั้นเป็นสิ่งที่เรามโนขึ้นทั้งนั้น

แม้เราจะเชื่อมั่นในประสบการณ์และตรรกะแค่ไหน ความคิดก็ยังเป็นแค่ความคิด ไม่ใช่ความจริง

หากยังโชคดีพอที่จะรู้ตัวว่าความคิดพาเราเตลิดไปไกล เราจะได้กลับมามองสถานการณ์อีกทีว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร สิ่งที่ปรุงแต่งขึ้นเองคืออะไร

แยกแยะให้ได้ จะได้ไม่โดนตัวเองหลอกครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นักสะสมวันพรุ่ง

20161214_tomorrows

“You pile up enough tomorrows, and you’ll find you are left with nothing but a lot of empty yesterdays.”

เมื่อคุณสะสมวันพรุ่งนี้มากพอ คุณจะพบว่าคุณไม่เหลืออะไรนอกจากวันวานอันว่างเปล่า

– Harold Hill


ถ้าให้ต้องนับนิ้วว่ามีอะไรบ้างที่ผมเก็บไว้ทำ “วันหลัง” สองมือที่มีอาจจะยังไม่พอ

เรื่องบางเรื่องเราผัดวันประกันพรุ่งมาโดยตลอด ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันดี แต่พอโดนความรับผิดชอบหรือสิ่งเร้าอื่นๆ เราก็เลยไม่เหลือเวลาทำสิ่งที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วนเสียที

เราจึงสะสมสิ่งที่จะทำวันพรุ่งนี้ไว้เรื่อยๆ

พอจะหมดปีแล้วมองย้อนกลับมา จึงพบว่ามีสิ่งที่คิดจะทำแต่ยังไม่ได้ลงมือทำหลายอย่างเลย

ปีใหม่ที่จะมาถึง อาจต้องเริ่มสะสมวันพรุ่งนี้ให้น้อยลง และสะสมวันนี้ให้มากขึ้น

จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายเวลาภายหลังครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ภาพในหัว

20161212_picture

What screws us up most in life is the picture in our head of how it’s supposed to be.

สิ่งที่ทำร้ายเราได้มากที่สุดคือภาพในหัวว่ามันควรจะเป็นอย่างไร


ทุกๆ วันเราไม่พ้นที่จะเจอเรื่องไม่เป็นดั่งใจ

ไม่ว่ารถที่ติดนรก หรืองานที่เข้ามาโดยไม่ได้ตั้งตัว คำพูดที่ฟังแล้วไม่เข้าหู หรือการกระทำที่เราไม่เข้าใจ

เพราะเรามีภาพในหัวแล้วว่าสถานการณ์ควรจะเป็นยังไง พอสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของเรา ก็เพียงพอที่จะทำให้เราหงุดหงิดแล้วก็บอกกับตัวเองซ้ำๆ ว่ามันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วทุกสิ่งก็เป็นอย่างที่มันควรจะเป็นอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ในนาทีนี้

บางที เคล็ดลับของการมีความสุข จึงอาจไม่ใช่การทำให้ทุกอย่างเป็นอย่างใจหวัง แต่เป็นการพร้อมที่จะยืดหยุ่นกับภาพที่เรามีอยู่ในหัวของเราต่างหาก

เมื่อเราลดความคาดหวังจนมันสอดคล้องกับความเป็นจริง เราก็จะหายหงุดหงิด

เมื่อหายหงุดหงิด ก็มีสติ และสามารถคิดหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ได้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com