ตัดสิน

20160903_judge

Q: หลายคนบอกว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่เหนื่อย แล้วคุณคิดว่าความเหนื่อยของวัยรุ่นยุคนี้คืออะไร

A: ผมว่าเหนื่อยที่ต้องมานั่งเล่นโทรศัพท์นี่แหละ เหนื่อยที่ต้องมารับรู้อะไรที่มันตื้นๆ แต่ก็เข้าใจว่าตัวเองรับรู้อะไรได้เยอะและเร็ว ผมรู้สึกว่าความง่ายของการรับรู้ข่าวสารมันเป็นปัญหามากเลยนะครับ เพราะพอมันง่ายปุ๊ป ความยากที่ตามมาก็คือ เราจะแยกความจริงออกจากของปลอมที่มีอยู่มากมายได้ยังไง อย่างเมื่อก่อนเราอ่านหนังสือพิมพ์ได้ไม่เกิน 3 ฉบับ มีข่าวสารประมาณนี้ แต่ค่อนข้างถูกกรองมาแล้ว แต่ทุกวันนี้มีทั้งทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก อ่านกันเข้าไป อ่านไปพันหัวข้อ แต่มีเรื่องจริงถึง 10 หัวข้อหรือเปล่าก็ไม่รู้ ซึ่งตัวเองผมเองก็จะไม่ค่อยเล่นเลย ไม่อ่านหนังสือพิมพ์ ไม่รู้อะไรเลย ซึ่งอันนี้ก็คงสุดโต่งไปในด้านที่ไม่ถูกต้อง เพราะผมคิดว่าอะไรก็ตามที่อยู่ตรงกลางน่าจะดีที่สุด เพราะฉะนั้นผมมองว่าปัญหาของวัยรุ่นทุกวันนี้คือการไม่รู้ แล้วไปตัดสินสิ่งที่ตัวเองไม่รู้นั่นแหละ

a day BULLETIN issue 360: 15-21 June 2015
สัมภาษณ์: เอกพล บรรลือ, ปริญญา ก้อนรัมย์
ภาพ: ภาสกร ธวัชธาตรี


ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา ผมมีความมั่นใจในตัวเองน้อยลงไปมาก

โดยเฉพาะกับเรื่องเหตุการณ์ที่เป็นข่าวคราวครึกโครม

พระธัมมชโยผิดจริงรึเปล่า? รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะสร้างปัญหาอะไรบ้าง? ใครจะเป็นนายกคนต่อไป?

เรื่องพวกนี้ผมไม่เคยประกาศจุดยืน แถมบางเรื่องไม่มีจุดยืนเลยด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ติดตามข่าวเพียงพอ ข้อมูลที่มีจึงเป็นข้อมูลที่ตื้นเขินเกินกว่าจะฟันธงเรื่องใดๆ

แต่ก่อนผมก็ชอบตามข่าวดาราและข่าวการเมือง เพราะว่ามันสนุกดีที่ได้ตัดสินและวิจารณ์คนนั้นคนนี้ว่าเป็นยังไง

แต่ผมก็ได้พบว่าข่าวกว่า 99% ที่ผมตามอยู่นั้น ไม่มีผลกระทบอะไรต่อชีวิตผมเลย

ส่วนอีก 1% ที่เหลือ ที่มีผลกระทบกับชีวิตผมอย่างมีนัยสำคัญ ยังไงผมก็จะรู้มันได้จากคนรอบข้างอยู่ดี

ดังนั้น การตามข่าว (และคอยตัดสิน) คนอื่นนั้นจึงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่

ผมเชื่อว่าข่าวสารต่างๆ มันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราเอามันมาช่วยตัดสินการกระทำของตัวเอง

พระธัมมชโยจะผิดไหม จึงไม่สำคัญเท่ากับว่าผมเองได้ดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนรึยัง

รัฐธรรมนูญจะสร้างปัญหาอะไรบ้าง จึงไม่สำคัญเท่ากับว่าผมจะออกไปใช้สิทธิ์ประชามติรึเปล่า

และใครจะเป็นนายกคนต่อไป ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าผมจะช่วยสังคมไทยอย่างไรได้บ้าง (หนึ่งในคำตอบคือการเขียนบล็อกนี้)

เขาถึงมีคำพูดว่า ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูตัว

ถ้ามัวแต่ดูคนอื่น วิพากษ์วิจารณ์คนอื่นโดยไม่หันมาวิพากษ์ตัวเองบ้างเลย

ก็นับได้ว่าเป็นการเสียโอกาสอย่างร้ายกาจเลยทีเดียว


ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก a day BULLETIN issue 360: 15-21 June 2015 

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s