จุดตะเกียง

20160220_Lantern

ไปทางไหนก็มีแต่เสียงสาบแช่งความมืด หรือมนุษย์เราลืมวิธีจุดตะเกียงไปเสียแล้ว

– ประภาส ชลศรานนท์
หนังสือประโยคย้อนแสง

เรื่องราวในวงการสงฆ์ตอนนี้กำลังเป็นประเด็นฮอต

ใครจะไปคิดว่าเมืองพุทธอย่างประเทศไทยจะได้เห็น “ไตรจีวร” กับ “ลายพราง” ปะทะกัน?

แถมมีคุณจตุพรมาผสมโรงด้วยอีกต่างหาก

เรื่องศาสนากลายเป็นเรื่องการเมืองไปได้อย่างไร?

แต่ผมว่า เรื่องใดก็ตามที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง มันคือเรื่อง “การเมือง” ทั้งนั้น

การเมืองในสภา การเมืองในบริษัท การเมืองในวัด หรือแม้กระทั่งการเมืองในคู่รัก

บริบทอาจจะแตกต่างกัน แต่เนื้อหาและเป้าหมายแทบไม่ต่างกันเลย

—–

ช่วงนี้ประโยค “วิกฤติศรัทธาวงการสงฆ์” เลยเป็นคำที่สื่อนิยมใช้

เพราะ “พระสงฆ์” ไม่เคยประพฤติตนให้ “ประชาชน” เสื่อมศรัทธาได้ขนาดนี้

แต่ก็ต้องกลับมาถามอีกว่า “พระสงฆ์” ที่ว่าคือใคร

แล้ว “ประชาชน” คือใคร

ถ้า “พระสงฆ์” คือพระเพียงกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในฝ่ายคู่ขัดแย้ง

และ “ประชาชน” คือคนไทยส่วนใหญ่

ผมว่าเราก็อยู่ในวิกฤติมานานแล้วนะครับ

—–

ผมเคยอ่านคำสัมภาษณ์พระรูปหนึ่งที่พูดไว้อย่างน่าคิด

ว่านักการเมืองหรือข้าราชการนั้น ต่อให้ใหญ่ล้นฟ้าแค่ไหน แต่ก็ยังมีวาระ (เช่น ส.ส. อยู่ได้สี่ปีก็ต้องลงเลือกตั้งใหม่) และยังถูกตรวจสอบและถูกนำไปลงโทษได้

แต่ในวงการสงฆ์ ไม่มีวาระ และการตรวจสอบแทบจะเป็นศูนย์

มหาเถรสมาคม จึงเป็นแดนสนธยาที่ชาวบ้านอย่างเราๆ ไม่เคยรู้เลยว่า “ข้างใน” เขาบริหารกันอย่างไร

เมื่อไม่มีการคานอำนาจ ไม่มีการตรวจสอบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้ามันจะเน่าในมาได้สักพักใหญ่แล้ว

—–

แล้วประชาชนอย่างเราๆ ล่ะ

ประชาชนที่เคยประกาศตนในหอประชุมของโรงเรียนเองตัวว่าเป็น “พุทธมามกะ”

ประชาชนที่วิจารณ์พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งว่าทำตัวไม่เหมาะสม

แล้วเราเองได้ในฐานชาวพุทธ ได้ทำตัวเหมาะสมแล้วหรือยัง?

เราให้ทานครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

เราถือศีลห้าครบมั้ย?

เราภาวนากันบ้างหรือเปล่า?

พุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้ด้วย “พุทธบริษัท ๔”

ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา

ถ้าศาสนาพุทธจะล่มสลายในเมืองไทย ผมว่าการปะทะกันของพระกับทหารถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับความไม่ใส่ใจของอุบาสกอุบาสิกาที่มีจำนวนมากกว่าไม่รู้กี่พันเท่า

ปัญหาสังคมล้วนป็นเพียงภาพขยาย (manifestation) ของปัญหาระดับบุคคล

ถ้ารู้สึกว่าประเทศไทยตอนนี้มันมืดมนนัก

ลองจุดตะเกียงให้ตัวเองก่อนดีมั้ย?

—–

ขอบคุณประโยคชวนคิดจากหนังสือประโยคย้อนแสง โดยประภาส ชลศรานนท์

ขอบคุณรูปนี้ในเพจมหาสติ ที่กระตุกให้เขียนบทความนี้ขึ้นมา

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s