
เพราะผมว่ามันเป็นนิยามที่แคบไปนิดนึง
แน่นอน เราย่อมมีความสุขกับการทำสิ่งที่เรามี passion
แต่ใช่ว่าสิ่งๆ นั้นจะนำแต่ความสุขมาให้เราเสียหน่อย
ดังนั้นสำหรับผม passion จึงไม่ใช่สิ่งที่ทำแล้วมีแต่ความสุข
แต่คือสิ่งที่เราเต็มใจที่จะทนทุกข์ไปกับมันด้วย
—–
วันนี้ผมบ่นกับแฟนมาตั้งแต่สายๆ แล้วว่ายังหาเรื่องเขียนบล็อกไม่ได้เลย
อ่านหนังสือก็แล้ว ไปเดินเล่นก็แล้ว ก็ยังคิดไม่ออก
การตั้งใจว่าจะเขียนบล็อกวันละตอน แถมลูกยังร้องไห้จะให้อุ้มตลอดเวลานี่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
แต่สุดท้ายก็ได้มานั่งเขียนจนได้ ในเวลาเกือบห้าทุ่ม (สลับกับเดินไปอุ้มลูกทุกครั้งที่เขาเรียกร้อง)
—–
ของบางอย่างเราไม่รู้หรอกว่าเราจะมี passion กับมันรึเปล่า จนกว่าจะได้ลองลงมือทำแบบจริงๆ จังๆ ดูซักครั้ง
ก่อนหน้านี้ ถ้าให้เทียบกัน ผมว่าผมมี passion กับเรื่องฟุตบอลกับเรื่องดนตรีมากกว่าเรื่องขีดๆ เขียนๆ เยอะเลย
เพียงแต่อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสนใจก็คือการสร้างประโยชน์ให้กับคนอื่น (make a difference) ซึ่งการเขียนบล็อกตอบโจทย์มากกว่าการเตะบอลหรือเล่นดนตรี
ช่วงมีลูกใหม่ๆ มีหลายครั้งที่ผมต้องตื่นมาเขียนบล็อกตอนตีสอง เขียนเสร็จตอนตีสี่ นอนอีกสองชั่วโมงแล้วค่อยตื่นนอนไปทำงาน
(เมื่อวานที่เขียนเรื่อง “โชคดี” ก็เสร็จเกือบตีสี่เหมือนกัน ยังดีที่เป็นเช้าวันอาทิตย์ก็เลยนอนอุตุได้)
เหนื่อยขนาดนี้ ทุกข์ขนาดนี้ ถามว่าคุ้มมั้ย?
บางทีคำถามว่าคุ้มมั้ย อาจเป็นคำถามที่ผิด
passion ก็เหมือนคนที่เรารัก ที่ไม่ได้นำความสุขมาให้เราทุกเมื่อ
บ่อยครั้ง เขาทำให้เราบาดเจ็บมากกว่าคนที่เราไม่ได้รักเสียอีก
แต่เราก็ยังสมัครใจที่จะอยู่กับเขาต่อ โดยไม่มัวมาตั้งคำถามว่า “จะอยู่ไปทำไม”
เมื่อเรามี passion กับสิ่งใดหรือคนใดแล้ว การถามหาเหตุผลก็อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป
เพราะการได้ทำในสิ่งที่เรารักหรือเพื่อคนที่เรารัก คือเป้าหมายในตัวมันเองอยู่แล้ว
—-
อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/
อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)
ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”
—–
ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com
Pingback: เคล็ดลับการเขียนบทความดีๆ | Anontawong's Musings