
คุณคิดว่า ความเป็นลูกผู้ชายคืออะไร
ทำอะไรก็ตามให้เป็นธรรมชาติครับ คุณคิดอะไรคุณก็ทำอย่างนั้น ผมเป็นคนตรง แต่ตอนหลังผมไม่ผ่าซาก ผมก็จะตรงแบบมีหลักการ บางทีตรงเกินไป พูดไม่เข้าหูคนอื่นก็ไม่ดี
– สมชาย เข็มกลัด
—–
เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว สมัยแกรมมี่กับอาร์เอสแข่งกันเป็นใหญ่ เราก็จะได้เห็น “มวยถูกคู่” ที่แต่ละฝ่ายต่างส่งออกมาประมือกัน
เจ เจตริน ปะทะ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง
เต๋า สมชาย ปะทะ มอส ปฏิภาณ
UHT ปะทะ ลิฟท์กับออย
ผมเองเชียร์แกรมมี่มากกว่า แต่สุดท้ายก็ซื้อเทปของทั้งสองค่ายนั่นแหละ
เป็นช่วงเวลาที่คลาสสิคดีนะครับผมว่า
—–
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คุณเต๋า สมชายเป็นข่าวเรื่องทะเลาะวิวาท
ได้มาอ่านสัมภาษณ์ในหนังสือ In Talk We Trust (รวบรวมจาก a day bulletin) ถึงได้รู้ที่มาที่ไป
อะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจไปคุยกับจิตแพทย์
จริงๆ จุดเริ่มต้นที่คิด คือวันหนึ่งผมไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม มีเด็กขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด เข้ามากอดผม แล้วเขาพูดว่า “พี่เป็นแบดไอดอลของผมเลย” ผมอึ้งนะ ไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่รู้สึกกลัว…คิดว่ามันเป็นเรื่องอันตรายกับคนอื่นนะ…มันทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เราต้องแคร์คนอื่นบ้าง เลยคิดว่าก่อนกลับมาทำงานอีกครั้งต้องไปคุยกับจิตแพทย์…จิตแพทย์เขาบอกว่าสมองผมมีสารเคมีตัวหนึ่งที่หลั่งออกมา ทำให้สมองสั่งการผิด เวลามีคนพูดกับผมไม่ถูกหูหน่อยก็จะมีเรื่องเลย แทนที่สมองจะสั่งการให้ค่อยๆ ฟัง อย่าเดินเข้าไป แต่ของผมมันสั่งให้มีเรื่องไปเลย…หมอเรียกผมว่าพวกระเบิดชนวนสั้น คือจุดแล้วระเบิดเลย…ผมเริ่มปรับตัวด้วยการคุยกับจิตแพทย์ เริ่มกินวิตามินบำรุงสมอง งดกินเหล้าด้วย 6 เดือน ค่อยๆ ปรับโน่นนี่นั่น พอผมบอกหมอว่าจะกลับกรุงเทพฯ แล้ว ปรากฎว่าหมอก็เปิดไวน์ฉลองเลย บอกว่ากินได้แล้วนะครับ (หัวเราะ)
ดาราแต่ละคนมีภาพลักษณ์ไม่เหมือนกัน หลายคนอาจจะมองว่าคุณเต๋าเป็นนักเลง อารมณ์ร้อน
แต่ในขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าหลายคนเชื่อว่าคุณเต๋าเป็นคนจริงใจไม่มีมารยาเยอะ
“บางทีมีคนมาคุยกับผม ผมก็จะมีหน้าเดียว หมายความว่าเดินออกไปจากตรงนี้ ผมก็จะไม่นินทาใครหรือเอามีดมาแทงข้างหลังใคร คุณเห็นผมหน้านี้ ผมเดินออกไปผมก็เป็นหน้านี้ หันกลับมาผมก็เป็นหน้านี้”
ประโยคสัมภาษณ์ที่กระทบใจผมที่สุดคือ
“ผมเป็นคนตรง แต่ตอนหลังผมไม่ผ่าซาก”
นั่นแสดงว่า คุณเต๋า สมชายน่าจะเรียนรู้ที่จะพูดจาให้ฉลาดขึ้น โดยที่ไม่ได้สูญเสียความเป็นคนตรงไปตรงมาของตัวเองไป
ตัวผมเองก็เป็นคนพูดตรง จนบางทีก็ตรงเกินไป
ครั้งหนึ่งเคยเข้าร่วมประชุมกับรุ่นพี่ พอเห็นว่าการคุยกันเริ่มออกทะเล ผมเลยโพล่งขึ้นมากลางที่ประชุมเพื่อชี้ให้เห็นว่าเขากำลังเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ จนรุ่นพี่คนหนึ่งหน้าเสียแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปเลย
แฟน: รุ่นพี่คนนั้นเขาเคืองเธอแน่ๆ
ผม : ก็เราพูดเรื่องจริงนี่
แฟน: ถึงจะพูดเรื่องจริง แต่ก็มีวิธีพูดให้ดีกว่านี้ได้ไม่ใช่เหรอ
ซึ่งก็ถูกของแฟนผม
บางทีเราเองก็ยึดติดกับนิยามของการเป็น “คนตรง” เกินไป
และต่อให้เรามีเจตนาดีหรือบริสุทธิ์แค่ไหน ถ้าสิ่งที่เราเปล่งออกไปเป็นมะนาวไม่มีน้ำหรือไม่ใช้วาทศิลป์เพื่อถนอมน้ำใจอีกฝ่ายเลย คำพูดและเจตนาของเราก็อาจถูกตีความอย่างผิดๆ
ซึ่งนั่นย่อมเป็นสิ่งที่น่าเสียดายสำหรับทุกฝ่ายเลยทีเดียว
—–
อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)
อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/
ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่”
—–
ขอบคุณข้อมูลจาก In Talk, We Trust, a day BULLETIN selected interview 2013-2014
ขอบคุณภาพจาก Wikimedia