5 ความคิดจากหนังเรื่อง Inside Out

20150825_InsideOut

ผมกับแฟนไม่ได้ดูหนังมาเป็นเดือนแล้ว และก็ไม่รู้สึกอยากดูเรื่องอะไรด้วย

จนกระทั่งแฟนมาบอกผมว่าบอย โกสิยพงษ์เขียนไว้ในเฟซบุ๊คว่า Inside Out เป็นหนังครอบครัวที่ดีที่สุดที่เขาเคยดูมา

เมื่อวานมีจังหวะว่างช่วงบ่ายๆ ก็เลยไปดูกันที่พาราไดซ์พาร์คซะเลย

ผมชอบมาดูหนังที่นี่เพราะคนไม่พลุกพล่าน ถ้าเข้าแถวซื้อตั๋วก็ไม่เคยต้องรอนานเกิน 5 นาที สมัยก่อนตอนที่ยังเป็นเสรีเซ็นเตอร์แทบไม่มีคิวเลยจนผมกลัวว่ามันจะเจ๊งด้วยซ้ำ

หนังเรื่องนี้พูดถึงตัวละครเล็กๆ ซึ่งเป็นอารมณ์ในหัวของเด็กสาวที่ชื่อ “ไรลี่ย์”

อารมณ์ต่างๆ มีชื่อว่า

Joy – ลั้นลา
Sadness – เศร้าซึม
Anger – ฉุนเฉียว
Fear – กลั๊วกลัว
Disgust – หยะแหยง

อารมณ์ทั้งห้าตัวนี้อยู่ในห้องปฏิบัติการ โดยส่วนใหญ่ “ลั้นลา” จะเป็นผู้คุมบังเหียนตรงแท่นบัญชาการอารมณ์ของไรลี่ย์มากที่สุด แต่ก็มีหลายหนที่อารมณ์อื่นๆ ขึ้นมาเป็นใหญ่ แล้วแต่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ไหน

เรื่องเนื้อหาผมคงไม่ลงลึกไปกว่านี้ เพราะมีคนเขียนให้อ่านไว้มากมายแล้วในพันทิพ

เพียงอยากจะแค่เล่าให้ฟังว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วคิดถึงอะไรบ้าง

1. หนังเรื่อง Inception
เพราะทั้งสองเรื่องก็มีการพูดถึงความฝันและจิตใต้สำนึก และหนังทั้งสองเรื่องนี้ดูแล้วเกิดความรู้สึกว่า “เฮ้ย คิดได้ไงอ่ะ” ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเรื่องหรือฉากบางฉากที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

2. ลูกสาว
อีกประมาณสองเดือน ผมก็จะมีลูกสาวคนแรก

แฟนบอกกับผมเมื่อเช้านี้ว่า ดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกเลยว่าพ่อแม่มีความสำคัญมากแค่ไหน ซึ่งผมก็เห็นด้วย เพราะเด็กที่ยังเปราะบางย่อมต้องการใครซักคนที่เขาสามารถ “เชื่อมั่นได้อย่างหมดใจ” ซึ่งถ้าพ่อแม่ไม่สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ เด็กก็คงเคว้งคว้างน่าดู และคงโดนความคิดในหัวมะรุมมะตุ้มจนไปไหนไม่เป็น

3. การเกิด-ดับ ของจิต
ครูบาอาจารย์สอนว่า จิตทุกดวงเกิด-ดับเป็นขณะๆ ไป เช่นจิตที่เกิดตอนเราเห็นภาพก็เป็นจิตดวงหนึ่ง จิตที่เกิดตอนที่เราได้ยินก็เป็นจิตอีกดวงหนึ่ง ก็คงคล้ายๆ กับการที่ Joy / Sadness / Anger / Fear / Disgust “ผลัด” กันขึ้นมาควบคุมจิต เวลาจิตที่มีความสุขเกิด ก็คือตอนที่ Joy ขึ้นมายืนสั่งการตรงแผงควบคุมนั่นเอง

4. อารมณ์ต่างๆ “ไม่ใช่ตัวเรา”
เพราะถึงแม้ “ลั้นลา” จะอยู่ในตัวไรลี่ย์ แต่ลั้นลา ไม่ใช่ไรลี่ย

เวลาเรามีความสุขเราจะพูดว่า I am happy เวลาเราโกรธเราจะบอกว่า I am angry แต่จริงๆ แล้ว I กับ Happiness ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และ I กับ Anger ก็เป็นคนละตัวกัน ดังนั้น คำกิริยา “am” ที่แปลว่า “เป็น อยู่ คือ” อาจจะไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงเท่าไหร่ คำกิริยาที่เหมาะสมกว่าน่าจะเป็น have เช่น I have anger มากกว่า หรือถ้าจะให้ถูกยิ่งกว่านั้น ต้องบอกว่า anger is arising within me – ความโกรธกำลังก่อตัวขึ้นในตัวเรา

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่โกรธ แทนที่จะเครียดหรือทุรนทุรายเพราะคิดว่า “เราเป็นความโกรธ” ก็ควรจะนึกภาพว่า “ฉุนเฉียว” ตัวสีแดงในหนังเรื่องนี้เข้ามายืนตรงแผงควบคุมแค่ “ชั่วคราว” พอมันหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้วมันก็เปิดทางให้อารมณ์อื่นเข้ามาแทน

5. จงเป็นกลางกับทุกอารมณ์
ดูหนังช่วงแรกผมจะรู้สึกเลยว่า “เศร้าซึม” นี่ม้นตัวปัญหาชัดๆ คนเค้ากำลังมีความสุขอยู่ดีๆ แต่เศร้าซึมเข้ามาทำให้เรื่องราวป่วนไปหมด แต่ยิ่งหนังดำเนินไป เราก็จะยิ่งเห็นความสำคัญของเศร้าซึมความมากขึ้นเรื่อยๆ และหนังเรื่องนี้จะจบแบบ Happy Ending ไม่ได้เลยถ้าลั้นลาไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเศร้าซึม

ดังนั้นเราจึงไม่ควรเลือกที่รักมักที่ชังกับอารมณ์ใด เพราะทุกตัวมีหน้าที่ของมันและหากขาดอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งไป ชีวิตก็คงขาดรสชาติ

—–

โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้เป็นหนังการ์ตูนที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเลยจริงๆ ครับ และดีวีดีออกมาผมคงซื้อมาเก็บไว้ค่อนข้างแน่ (ถ้ามัน spark joy หรือทำให้ลันล้าน่ะนะ)

—–

* มารู้จากการอ่านใน Pantip วันนี้ว่าพากษ์ไทยก็ทำออกมาได้เจ๋งมากๆ เช่นกัน http://pantip.com/topic/34044704

ขอบคุณภาพจาก Flickr 

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s