ใจเย็นๆ

20150222_Underestimate

คนเรามักประเมินตัวเองสูงไป ว่าจะทำอะไรได้บ้างในแต่ละวัน
และประเมินตัวเองต่ำไป ว่าจะทำอะไรได้บ้างในชีวิตนี้
– นิรนาม

วันอาทิตย์มักจะเป็นวันที่ผมพอจะมีเวลาให้ตัวเองได้วางแผนสำหรับสัปดาห์ถัดไป

อย่างสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ผมจะต้องทำสิ่งต่อไปนี้

  • ช่วยเรื่องการรับบริจาคเลือด หนังสือ และเสื้อผ้าให้สำเร็จลุล่วง
  • เขียนบทความสำหรับจดหมายข่าวของบริษัทอีกสองบทความ
  • ตรวจการบ้านคนที่เข้าเรียน Writing Workshop กับผม
  • แชร์สิ่งที่ได้อ่านจากหนังสือ The ONE Thing ให้พนักงานที่สนใจฟัง
  • ซ้อมดนตรีงาน Music Soirée ของบริษัทที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า
  • เริ่มเรียนคอร์สการตลาด
  • ติดต่อผู้รับเหมาต่อเติมบ้านใหม่
  • วางแผนเรื่องเที่ยวช่วงหยุดสงกรานต์
  • เขียนบล็อกบน anontawong.com ทุกวัน

คนเราใจร้อน

ในแต่ละวัน เราจึงอยากทำอะไรให้เสร็จมากมายเหลือเกิน และเรามักจะประเมินตนเองสูงเกินไปว่าทำได้กี่อย่าง

ผมเองมีหลักการว่า จะทำงานชิ้นสำคัญๆ ให้เสร็จแค่วันละสามอย่างก็พอใจแล้ว ส่วนเวลาที่เหลือก็จะเอาไปสะสางงานจิปาถะ ที่อาจจะเร่งด่วนแต่ไม่สำคัญหรือไม่ต้องใช้พลังมากนัก

ผมเชื่อว่างานต่างๆ ที่เราทำด้วยความใส่ใจ จะนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีๆ ได้

โอเคล่ะ มันอาจจะไม่ค่อยทันใจเราเท่าไหร่ เพราะเรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่ “รอไม่ได้” และทุกอย่างต้อง “เดี๋ยวนี้”

แต่ธรรมชาติต้องการเวลา และมีจังหวะจะโคนของมัน

หว่านเมล็ดแตงโมวันนี้ ต่อให้รดน้ำลงไปเท่ารถบรรทุก ก็ใช่ว่าจะทำให้มันออกผลพรุ่งนี้ซะหน่อย

เราทุกคนสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

เพียงแต่ต้อง “ใจเย็นๆ” เท่านั้นเอง

—–

หากต้องการรับ Newsletter รายเดือน (รวมเรื่องราวคัดสรรพร้อมบทความพิเศษ) สามารถสมัครได้ที่นี่ครับ

ของตาย

20150221_TakenForGranted

ผมเป็นคนให้ความสำคัญกับ “ของตาย”…
เพราะ “ของตาย” เป็นผู้มีพระคุณ

นี่คือประโยคหนึ่งในหนังสือ “คิดสวนทาง” ของประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ เจ้าของแกะดำทำธุรกิจ

“ของตาย” ในความหมายของคุณประเสริฐ คือคนที่อยู่เคียงข้างเราเสมอ เช่นพ่อ แม่ ภรรยา เพื่อนสนิท หรือแม้กระทั่งลูกค้าเก่าๆ ที่สนับสนุนเรามาตลอด

และเพราะว่าเขาเป็นของตาย เราเลยรู้สึกว่าไม่ต้องใส่ใจอะไรมาก เรียกเมื่อไหร่มาเมื่อนั้น

ส่วน “ของเป็น” ก็อาจจะเป็นเพื่อนใหม่ๆ กิ๊ก หรือลูกค้าใหม่ ที่เรามักจะคิดว่าต้องใช้เวลากับเขาเหล่านั้นเป็นพิเศษ

ประเด็นของคุณประเสริฐก็คือ เราควรจัดสรรเวลาให้ “ของตาย” เพราะเขาเหล่านั้นคือผู้มีบุญคุณ

ส่วนจะไปวิ่งหา “ของเป็น” ก็ไม่ว่า แต่คุณอย่าสร้างความเสียหายให้ “ของตาย” เกินความพอดี

ผมขอต่อยอดนิดนึงว่า “ของตาย” อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่คนที่เรารู้จักเป็นการส่วนตัวเท่านั้น

แต่อาจจะเป็นคนหรือสิ่งต่างๆ ที่มีคุณค่ามากมาย แต่อยู่ใกล้ตัวเราเสียจนเรามองข้ามไป

เช่น…

งานที่คุณทำอยู่
คำสอนของศาสดา
สุขภาพที่ดี
สันติภาพ

ลองมองไปรอบๆ ตัว คุณจะเห็น “ของตาย” เต็มไปหมด

นี่คือสิ่ง / บุคคลที่มีบุญคุณกับชีวิตเราทั้งนั้น

อย่าลืมทดแทนบุญคุณกันบ้างนะครับ

Pic & Pause: A wedding ceremony

MiyakeIsland

นี่ไม่ใช่ภาพจากในหนัง แต่ถ่ายจากงานแต่งงานแห่งหนึ่งจริงๆ

และเชื่อมั้ยครับว่า สถานที่แห่งนี้อยู่ในประเทศญี่ปุ่น!

เกาะมิยาเกะ (Miyakejima) เป็นหนึ่งในหมู่เกาะอิซุ (Izu) ที่อยู่ห่างจากโตเกียวไปประมาณ 180 กิโลเมตร โดยสามารถจะนั่งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ หรือนั่งเรือไปได้

เกาะนี้มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่หลายลูก และในปีพ.ศ.2543 ภูเขาไฟชื่อโอยามะก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้ชาวเมืองราวสามพันคนต้องอพยพทิ้งถิ่นฐานไปถึงห้าปี ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตที่นี่ได้อีกครั้ง

สิ่งที่อันตรายที่สุดในเกาะนี้คือแก๊สซัลเฟอร์ (Sulfur) ซึ่งเป็นพิษ และซึมออกมาจากทางผิวดินตลอดเวลา

ชาวเมืองทุกคนจะต้องมีหน้ากากกันแก๊สพิษนี้ติดตัว เมื่อมีสัญญาณไซเรนจากทางการเมื่อไหร่ แสดงว่าต้องสวมหน้ากากเพื่อป้องกันแก๊สซัลเฟอร์ที่สูงเกินขีดความปลอดภัย

เห็นภาพนี้แล้วก็ชวนให้ขนลุกนิดหน่อยเหมือนกัน

แต่ถ้าชาวโลกยังใช้ทรัพยากรอย่างไม่บันยะบันยัง วันหนึ่งเราอาจจะต้องมีหน้ากากก๊าซพิษติดตัวกันทุกคนก็ได้นะครับ

Source: Quora , KnowledgeNuts , Atlas Obscura