5 เรื่องที่นึกว่าเป็นคนเดียว ที่แท้คนอื่นก็เป็น

1. มือถือสั่นแม้ไม่มีใครโทรมา

ผมจะพกมือถือเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้าย นั่งไปสักพักก็จะรู้สึกว่ามือถือสั่น แต่พอหยิบขึ้นมาดูกลับไม่ได้มีใครโทรมา

มารู้ทีหลังว่า มีคนเป็นกันเยอะ มีชื่อเรียกว่า Phantom vibration syndrome อ่านจากใน Wikipedia แล้วยังไม่ทราบต้นเหตุแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการตีความผิดของเปลือกสมอง (cerebral cortex) เวลามีผัสสะที่เกิดจากสิ่งอื่นเช่นเสื้อผ้าหรือกล้ามเนื้อหดตัว

2. หายใจผ่านรูจมูกข้างเดียว

ผมเป็นคนเป็นภูมิแพ้อยู่เรื่อยๆ เลยมักจะคิดว่าคงมีเฉพาะคนที่เป็นหวัดหรือเป็นภูมิแพ้ที่หายใจผ่านรูจมูกแค่ข้างเดียว เพราะอีกข้างมักมีน้ำมูกคั่งอยู่

แต่จริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่หายใจผ่านรูจมูกแค่รูเดียว แล้วพออีก 2-3 ชั่วโมงก็จะสลับไปหายใจผ่านรูจมูกอีกข้างหนึ่ง ปรากฎการณ์นี้มีชื่อเรียกว่า nasal cycle หรือวงจรนาสิก

“During the nasal cycle, unequal blood flow in the nostrils causes the tissue in one nostril to fill with blood and block that nostril, while the other remains open. Researchers believe 70–80% of adults have a regular nasal cycle.”

การที่รูจมูกข้างใดข้างหนึ่งไม่ทำงาน จึงไม่ได้เกิดจากบล็อกของน้ำมูก แต่เกิดจากการบล็อกของเส้นเลือดฝอยในรูจมูก

3. เมื่อเสียเงินไปแล้วกลับใช้เงินเยอะกว่าเดิม

เคยมั้ยครับที่พอขาดทุนอะไรบางอย่างไปแล้ว เช่นเสียเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือราคาหุ้น/คริปโตตก แล้วแทนที่เราจะระมัดระวังกับการใช้จ่ายมากขึ้น เรากลับออกไปซื้อของแพงๆ ราคาหลายพันหลายหมื่นแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง อารมณ์คนประชดชีวิตประมาณนั้น

ผมไม่รู้ว่าฝรั่งมีชื่อให้ปรากฎการณ์นี้รึเปล่า แต่เพื่อนผมคนหนึ่งก็เคยเล่าให้ผมฟังว่าเขาก็เป็นเหมือนกัน

4. นึกว่ามีกล้องจับจ้องเราอยู่

ตอนเด็กๆ ผมเคยคิดว่า จะเป็นไปได้มั้ยว่าจริงๆ แล้วทุกคนรอบตัวเราเล่นละครหมดเลย มีกล้องจับเราอยู่ทุกความเคลื่อนไหว และมีคนดูเราอยู่ด้วยความบันเทิง

พอเรียนม.ปลายก็มีเพื่อนคนนึงที่มีความคิดเหมือนกันเป๊ะ แล้วหลังจากนั้นจึงได้รู้ว่ามัน mass กว่าที่เราคิดเมื่อหนังเรื่อง The Truman Show ที่นำแสดงโดย Jim Carrey เข้าโรง

5. ถ่ายรูปไม่ขึ้น

สมัยที่ยังเป็นกล้องฟิล์ม เรามักจะรู้สึกว่าเราถ่ายรูปไม่ขึ้นเท่าไหร่ ขณะที่รูปคนอื่นๆ ก็ดูโอเคดี

เหตุผลหลักก็เพราะว่าเราไม่คุ้นเคยกับหน้าที่แท้จริงของเรา คนที่เห็นหน้าที่แท้จริงของเรามีแต่คนอื่นเท่านั้น ส่วนเราจะเห็นเพียงภาพสะท้อนในกระจกเงา

และเนื่องจากหน้าของคนไม่ได้สมมาตรเป๊ะๆ สมมติว่าจมูกเราเบ้ไปทางซ้ายแค่ 2 มิลลิเมตร เวลาดูในกระจกเราจะเห็นว่ามันเบ้ไปทางขวา 2 มิลลิเมตร และนี่คือหน้าที่เราคุ้นเคย

แต่พอถ่ายรูปออกมา กลับกลายเป็นว่าจมูกมัน ผิดที่ผิดทางไปถึง 4 มิลลิเมตร (เบ้ซ้าย 2 มิลแทนที่จะเบ้ขวา 2 มิล) เราก็เลยรู้สึกว่าหน้าเราแปลกๆ และพานคิดว่าถ่ายรูปไม่ขึ้น ในขณะที่คนอื่นเห็นรูปเราแล้วก็บอกว่าปกติดีเพราะเขาคุ้นเคยกับหน้าเราแบบนี้อยู่แล้ว (เหมือนกับที่เราเห็นรูปคนอื่นแล้วก็รู้สึกว่าเขาปกติดีเช่นกัน)

นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่คนชอบเซลฟี่ เพราะนอกจากจะใช้ฟิลเตอร์แล้ว มันยังเป็นหน้าตาที่เราคุ้นเคยมาตลอดอีกด้วย

หากใครเคยเป็นหนึ่งใน 5 ข้อข้างบน หรือมีข้ออื่นๆ เสนอแนะ ก็มาพูดคุยกันได้เลยนะครับ

นิทานหมาป่าหาเรื่อง

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมาป่าตัวหนึ่งกำลังกินน้ำอยู่ที่น้ำตกบนเนินเขา

พอมันเงยหน้าขึ้นมา ก็มองเห็นลูกแกะตัวหนึ่งกำลังกินน้ำที่ไหลลงไปเบื้องล่าง นี่มันอาหารอันโอชะชัดๆ! หมาป่าคิดในใจ จึงเดินลงไปหาลูกแกะแล้วพูดว่า

“เจ้าบังอาจมากวนน้ำที่ข้ากำลังกินอยู่ให้เลอะโคลนสกปรกได้อย่างไร”

“เปล่านะท่าน ข้าเปล่า” เจ้าลูกแกะพูด “ถ้าน้ำข้างบนนั้นมีโคลนปนอยู่ ข้าก็ไม่ได้เป็นต้นเหตุแน่นอน เพราะน้ำนี้ไหลลงมาจากตรงที่ท่านยืนอยู่ก่อนแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นละก็ ทำไมช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้วเจ้าถึงมาด่าว่าข้าเสียๆ หายๆ ด้วย”

“เป็นไปไม่ได้หรอกท่าน ปีที่แล้วข้ายังเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ” ลูกแกะค้านสุดตัว

เจ้าหมาป่าคำราม “ถ้าไม่ใช่เจ้า ก็ต้องเป็นพ่อของเจ้าแน่ๆ”

ว่าแล้วเจ้าหมาป่าก็กระโจนเข้าตะครุบลูกแกะผู้น่าสงสาร และขย้ำกินอย่างเอร็ดอร่อย


ขอบคุณนิทานจากเว็บกัลยาณมิตรเว็บกัลยาณมิตร

ชีวิตบางคนเหมือนอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้าที่ไม่มีปุ่มลดความเร็ว

2023 น่าจะเป็นปีแรกที่เราได้กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติจริงๆ ในรอบเกือบสามปี

นับตั้งแต่ปี 2020 หลายคนต้องทำงานอยู่ที่บ้านเป็นหลัก และต้องประสบสภาวะ burnout เพราะไร้ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

แต่สามปีก็เป็นเวลาที่นานพอที่จะได้เรียนรู้แล้วว่าเราจะจัดสรรตารางเวลาอย่างไรไม่ให้กลับไปเบียดเบียนตัวเองแบบนั้นอีก

ตัวผมเองในปี 2021 ก็เหมือนชีวิตกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้าที่ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มองหาปุ่มลดความเร็วก็หาไม่เจอ! นับว่าเป็นปีที่เหนื่อยที่สุดในชีวิตการทำงาน

ปี 2022 เลยตั้งธีมประจำปีเอาไว้ว่า “Space” เพื่อจะจัดการชีวิตให้ดีขึ้น เลือกลู่วิ่งที่มีปุ่มลดความเร็ว เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มหายใจไม่ทันจะได้มีทางเลือก

ปี 2023 นี้ ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนจากลู่วิ่งไฟฟ้ามาวิ่งในสวนแทน จะได้วิ่งแบบมนุษย์มากกว่าวิ่งแบบหุ่นยนต์ ไม่เน้นทำสถิติแต่เน้นความมีสติ แวะชมนกชมไม้ให้บ่อยขึ้น จะได้มีแรงมีกำลังใจที่จะยืนระยะได้นานพอที่จะไปถึงเส้นชัย

หากที่ผ่านมาใครรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตอยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า ลองหันมาวิ่งในซอยหรือในสวนดูนะครับ

ร่างกายก็เหมือนรถหรู ดูแลมันให้ดีหน่อย

บางคนดูแลรถยนต์ดียิ่งกว่าดูแลตัวเอง

รถของเราเวลาเติมน้ำมันอะไร เรายังต้องใส่ใจที่จะไม่เติมน้ำมันผิดประเภท

แต่ร่างกายของเรา เรากลับเติมอะไรลงไปมั่วซั่ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าบางอย่างเติมแล้วรถเร่งไม่ขึ้น บางอย่างเติมแล้วเกิดเขม่า บางอย่างเติมแล้วระบบข้างในพัง

รถหรูเวลาอุปกรณ์เสื่อมเรายังเปลี่ยนอะไหล่ได้ แต่ร่างกายเสื่อมแล้วหาอะไหล่มาเปลี่ยนแทบไม่ได้เพราะมันมีชิ้นเดียวในโลก

ร่างกายก็เหมือนรถหรู จงดูแลมันให้ดี

เพราะถ้ารถพัง เจ้าของยังพอหาซื้อคันใหม่

แต่ถ้าร่างกายพัง อาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนเจ้าของเลยนะครับ

เรามี “กล่องเวลา” วันละ 100 กล่อง

คนเรานอนวันละประมาณ 7 ชั่วโมง เวลาที่ตื่นก็คือ 17 ชั่วโมงหรือประมาณ 1000 นาที

เมื่อเราแบ่ง 1000 นาทีออกเป็นกล่องละ 10 นาที เราจะมีเวลา 100 กล่อง

แต่ละกล่องเราใช้ไปกับอะไรบ้าง นับเป็นเรื่องน่าสนใจ

ถ้านับตั้งแต่ตื่นนอนจนมาถึงตอนนี้ รู้สึกตัวว่าทำกล่องหล่นหายไปแล้วหลายสิบกล่อง ขอให้ระลึกไว้ว่าเราสามารถใช้ 2-3 กล่องถัดไปในการ “เปลี่ยนเกม” ได้เสมอ

หากใช้กล่องส่วนใหญ่ได้ถูกวิธี เราก็จะมีวันที่ดี เมื่อมีวันที่ดี เราก็จะมีสัปดาห์ที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่เดือนที่ดี ปีที่ดี ทศวรรษที่ดี และชีวิตที่ดีครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก Wait But Why