รอไม่ได้

20160309_cantwait

ในโลคยุคใหม่ที่ให้ค่ากับการคิดไวทำไว ทักษะหนึ่งที่เรากำลังเสียไปคือความอดทนรอ

รอความสำเร็จไม่ได้ เลยล้มเลิกไปเสียก่อน

รอให้มีเงินเก็บจ่ายดาวน์บ้านไม่ได้ เลยกู้เต็มพิกัด

รอมือถือเครื่องเดิมให้เจ๊งไม่ได้ เลยต้องซื้อเครื่องใหม่ทุกปี

รอให้รวยอย่างช้าๆ ไม่ได้ เลยมองหาทางลัด (โปรดอ่านก่อนทำ MLM)

ผมเองก็เป็นโรค “รอไม่ได้” ระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะเขียนบล็อกมาได้แค่ปีนิดๆ มีคนไลค์เพจหกพันกว่า ซึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมเพจเราโตช้าจัง บางเพจเปิดมาไม่กี่เดือนก็มีคนไลค์เป็นหมื่นเป็นแสนแล้ว

จนวันนี้ได้อ่านบทความเรื่อง Anything worth doing takes years

Jon Westenberg ผู้เขียนบทความนี้บอกว่า

“I never start anything that I’m not prepared to commit 5 years of my life to.”

เขาจะไม่ลงมือทำโปรเจ็คอะไรถ้าหากเขาไม่พร้อมที่จะให้เวลากับมันอย่างน้อย 5 ปี

และจอนยังพูดถึงวง Greenday ที่โด่งดังเป็นพลุแตกในปี 1994 จากอัลบั้ม Dookie ที่มีเพลงดังๆ อย่าง Basket Case และ When I come around

น้อยคนนักที่จะรู้ว่า Dookie คืออัลบั้มที่สามของวงนี้แล้ว (ผมเองยังเข้าใจผิดนึกว่าเป็นอัลบั้มแรกมาโดยตลอด)

ก่อนหน้านี้  กรีนเดย์ต้องไปเล่นดนตรีตามผับและที่มีแต่คนเมาและไม่มีใครสนใจฟังเพลงของพวกเขาอยู่ถึง 8 ปี กว่าจะได้ออกอัลบั้ม Dookie และ “ประสบความสำเร็จชั่วข้ามคืน” (overnight success)

Overnight success นั้นอาจเป็นแค่นิยาย

เพราะ anything worth doing takes years – อะไรก็ตามที่มีคุณค่าและมีความหมายนั้น ย่อมใช้เวลายาวนานเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวอย่างการมีหุ่นที่ดีและมีสุขภาพที่ดี

หรือเรื่องที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่างการสร้างธุรกิจ

หรือเรื่องที่ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดอย่างการปฏิรูปประเทศ

ธรรมชาตินั้นมีจังหวะจะโคนของมัน แต่มนุษย์เรานี่แหละที่อะไรๆ ก็แสวงหาทางลัดตลอด

หากเปรียบความสำเร็จเป็นมะม่วงสุกอันหอมหวาน

คนบางคนรอให้มะม่วงสุกไม่ไหว เลยเอามันไปบ่มแก๊ส

ผมเองก็ไม่ค่อยอยากรอหรอกนะ

แต่ยังไงๆ มะม่วงบ่มแก๊สมันก็อร่อยสู้มะม่วงที่สุกตามธรรมชาติไม่ได้จริงๆ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก Medium: Anything worth doing takes years by Jon Westenberg

ก่อนเช้าจะหนาวสุด

20160308_BeforeDawn

สมัยเรียนอยู่นิวซีแลนด์ มีครอบครัวชาวนิวซีแลนด์ครอบครัวหนึ่งที่ผมสนิทมาก

เพื่อนชื่อปีเตอร์ เล่นกีตาร์กับฟุตบอลด้วยกัน พี่ชายของปีเตอร์ที่ชื่อทิมก็เตะบอลทีมเดียวกัน ส่วนพ่อของทั้งคู่ชื่อจอห์น (แต่ผมเรียกว่ามิสเตอร์แชน่อน) ก็เป็นโค้ชฟุตบอลทีมโรงเรียนและเป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์กับวิชาบัญชี

ฟุตบอลไม่ใช่กีฬายอดนิยมในนิวซีแลนด์ การจะได้ดูเกมถ่ายทอดสดทางฟรีทีวีจึงลืมไปได้เลย ต้องดูผ่านเคเบิ้ลทีวีเท่านั้น และบ้านผมก็ไม่มีเคเบิ้ลทีวี แต่บ้านมิสเตอร์แชน่อนมี ผมเลยปั่นจักรยานไปดูบอลบ้านเขาอยู่บ่อยครั้ง

และมีอย่างน้อยสามครั้งที่ผมไปดูบอลที่บ้านเขาตอนตีสี่ครึ่ง!

เมืองเทมูก้าที่ผมอยู่นั้น ตอนกลางวันอุณหภูมิอยู่ที่สิบกว่าองศา ส่วนตอนกลางคืนก็ใกล้ๆ ศูนย์

ผมต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสี่ ก่อนจะออกจากบ้านต้องเตรียมตัวให้ดี ใส่เสื้ออย่างน้อยสามชั้นตามด้วยเสื้อแจ๊กเก็ตตัวหนาและถุงมือไหมพรม แต่ก็ไม่วายยังรู้สึกหนาวอยู่ดี

ไปถึงบ้านนั้น มิสเตอร์แชน่อนก็ถามว่า เป็นไง สนุกมั้ย ปั่นจักรยานตัวคนเดียวตอนตีสี่ครึ่ง

ผมบอกว่าสนุกดี แต่หนาวชะมัด

มิสเตอร์แชน่อนก็บอกผมว่า รู้หรือเปล่า ว่าอากาศจะหนาวที่สุด และจะมืดที่สุดตอนใกล้รุ่งนี่แหละ (it gets darkest and coldest just before dawn)

ผมไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง และจะว่าไปก็เป็นเกร็ดความรู้ที่ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่นักกับคนที่อยู่เมืองร้อนอย่างผม

แต่ก็น่าแปลกที่ผมดันจำคำพูดนี้ของมิสเตอร์แชน่อนได้ แม้เวลาจะผ่านมายี่สิบปีแล้ว

หรือเป็นเพราะว่า มันสอดคล้องกับชีวิตของคนเรา?

เวลาตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก มันเหมือนจะยาวนานและยากขึ้นเรื่อยๆ

จนถึงจุดที่เราแทบจะทนไม่ไหวแล้วนั่นแหละ มันถึงจะดีขึ้น

คำพูดของมิสเตอร์แชน่อน ทำให้ผมนึกถึงคำคมฝรั่งอีกประโยค

“If you are going through hell, keep going”

ถ้าคุณกำลังเดินอยู่ในนรก จงเดินต่อไป

– Winston Churchill

ถ้าความสำเร็จคือรุ่งสาง และนรกคือค่ำคืนอันหนาวเหน็บที่เราไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่

สิ่งเดียวที่เราทำได้ (และควรทำ) คือเดินไปต่อเรื่อยๆ

พ้นจุดที่มืดที่สุดและหนาวที่สุดได้เมื่อไหร่ รุ่งเช้าก็จะมาถึงแน่นอนครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

สองประโยคเตือนใจ

20160308_two

I could be wrong – เราอาจจะผิดก็ได้

และ

It’s going to be OK – เดี๋ยวมันก็โอเค

ผมรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มักมาจากสองสาเหตุ

สาเหตุแรกคือมั่นใจว่าตัวเองถูก เราจึงอยากเอาชนะ และยอมใช้พลังงานมากมายไปกับการถกเถียง ไม่ว่าจกับแฟน กับพ่อแม่ กับเพื่อน หรือแม้กระทั่งกับคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์

สาเหตุที่สอง คือไม่อยู่กับปัจจุบัน ถ้าไม่เจ็บใจกับความผิดพลาดในอดีต ก็กังวลถึงสิ่งที่จะตามมาในอนาคต

สาเหตุแรกทำให้ผมทะเลาะกับคนอื่น

สาเหตุที่สองทำให้ผมทะเลาะกับตัวเอง

ถ้าระหว่างที่กำลังทะเลาะอยู่ ประโยค I could be wrong หรือ It’s going to be OK มันผุดขึ้นมาบ้าง ก็คงจะช่วยเตือนสติได้ไม่น้อย

จะได้ไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

 

เงินเดือน 2 หมื่นก็เก็บเงินถึง 10 ล้านได้

20160307_10Million

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่รู้สึกว่าดีมากจนอยากเอามาเขียนลงในบล็อกนี้

หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า “การเงิน การลงทุน เล่มนี้ง่ายดี” จากสำนักพิมพ์ “พราว”

พร้อมคำโปรยที่ว่า “ทำเงินเป็น 10 ล้าน ด้วยวิธีที่เราทำได้ และใครๆ ก็ทำได้”

เขียนโดยเจ้าของเพจ “ลงทุน หุ้น การเงิน Tactschool ส่งต่อความรู้ทางการเงิน” (ดูจากคอมเม้นท์แล้วน่าจะชื่อว่าคุณแทคนะครับ)

ราคาเล่มละ 200 บาท อาจจะดูราคาสูงนิดหนึ่งเพราะเขาพิมพ์สี่สี แต่ถ้าได้อ่านจนจบเล่มผมเชื่อว่ามันจะคุ้มค่ามากๆ โดยเฉพาะถ้าคุณเพิ่งเริ่มชีวิตการทำงานมาไม่กี่ปีครับ

ขนาดผมเองทำงานมาสิบกว่าปี ยังรู้สึกว่าคุ้มมากๆ เลย แต่เผอิญแต่ก่อนผมเองไม่ค่อยได้ศึกษาเรื่องวางแผนทางการเงินเท่าไหร่ ก็เลยได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างเยอะทีเดียว

แค่เปิดคำนำมาก็โดนแล้วครับ

หนังสือสอนวางแผนการเงินจำนวนมากเขียนเข้าใจยาก

เขียนอะไรก็ไม่รู้ ทำยาก ยาว เยอะ

และพอจะทำก็ไม่รู้จะทำยังไงดี

บอกแต่ว่าถ้าได้ผลตอบแทนปีละเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์จะมีเงินเท่าไร

แต่ไม่บอกว่าจะไปหาผลตอบแทนแบบนั้นที่ไหน

บอกว่าต้องลงทุนแต่กลับไม่บอกวิธีการลงทุนเลย

หรือถ้าบอกก็อาจจะทำได้ยากมาก สำหรับคนที่มีเงินเก็บเดือนละไม่กี่พัน

หรือกู้เงินธนาคารไม่ได้ จะซื้ออสังหาฯ ได้เดือนละกี่หลัง?

หนังสือเล่มนี้บอกทั้งวิธีการลงทุน และหาการลงทุนที่เหมาะกับคนทั่วไป

การลงทุนที่หักภาษีได้กระจุยกระจาย จนคุณแทบไม่ต้องจ่ายภาษี

จำนวนประกันที่เหมาะกับเรา การวางแผนทางการเงิน

และที่สำคัญมันทำได้จริง

– TactSchool ส่งต่อความรู้ทางการเงิน 

ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่า คนเขียนคนนี้มันเก๋าว่ะ คือแม้ข้อมูลอาจจะไม่ได้ล้ำลึกอะไร แต่สไตล์การเขียนและคำถามที่เขาตั้งขึ้นมาตลอดเล่มมันคือคำถามที่อยู่ในใจของมนุษย์เงินเดือนหลายๆ คน รวมถึงผมด้วย

เป็นหนังสือที่เข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่านมาเลยก็ว่าได้

ประเด็นสำคัญที่สุดที่หนังสือเล่มนี้ชูขึ้นมาคือ ใครๆ ก็มีเงินเก็บ 10 ล้านได้

ผมทำไฟล์ Google Sheets ไว้ให้นะครับ คลิ้กเข้าไปดูได้เลย 

(ถ้าเปิดจากคอมพิวเตอร์ก็สามารถดาวน์โหลดได้โดยไปที่ File -> Download As… นะครับ)

ไฟล์นี้ผมลองสร้างขึ้นมาเอง หลังจากอ่านในหน้า 152 ของหนังสือ ที่โชว์ให้เห็นกันจะๆ ว่าเงินเดือน 20,000 ก็มีเงินเก็บถึง 10 ล้านได้

โดยสมมติฐานมีดังนี้ครับ

1. ตอนนี้คุณอายุ 25 ปี และมีเงินเดือน 20,000 บาท

2. เงินเดือนคุณขึ้นปีละ 5% ทุกปี จนพอคุณอายุ 55 ปี คุณจะมีเงินเดือน 86,439 บาท

3. คุณแบ่งรายได้ 15% ของเงินเดือนไปลงทุนใน LTF

4. LTF ที่คุณเลือกให้ผลตอบแทนทบต้น 10% (LTF = Long Term Fund = กองทุนรวมที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ โดยซื้อได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ และต้องถือไว้อย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน (ตามกฎหมายใหม่)

ข้อหนึ่งน่าจะเป็นไปได้ไม่ยาก โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่จบปริญญาตรีมาก็ได้เงินดือน 15,000 บาทเป็นอย่างน้อยแล้ว

ข้อสองอาจจะยากนิดนึง เพราะนั่นแสดงว่าเราต้องตั้งใจทำงานให้ดี และต้องอยู่บริษัทที่รู้คุณค่าคนที่มีผลงานดีด้วย แต่ตัวเลขเงินเดือน 86,439 บาทภายในอายุ 55 ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะเดี๋ยวนี้บางคนอายุไม่ถึง 40 ปีก็ได้เงินเดือนประมาณนี้กันแล้ว

ข้อสามอาจจะยากที่สุด เพราะเป็นเรื่องของความมีวินัย ยิ่งพอเราโตขึ้น เงินเดือนมากขึ้น แต่งงาน ซื้อบ้าน มีลูก ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาอย่างนึกไม่ถึง ถ้าเราสามารถบังคับตัวเองด้วยการซื้อ LTF ผ่านการหักบัญชีทุกเดือนไปเลย ก็น่าจะช่วยได้ไม่น้อย

ส่วนข้อสุดท้าย ผลตอบแทน 10% ถือเป็นเรื่องของฟ้าดิน เพราะอนาคตอีก 30 ปีเราไม่รู้หรอกว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าอ้างอิงจากผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนทบต้น 10% เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และถือเป็นการลงทุนผลตอบแทนสูงมากเมื่อคำนึงว่าแทบไม่ต้องใช้แรงกาย แรงสมอง หรือเวลาเลย

ถ้าอยากลองปรับตัวเลขดู เช่นซื้อ LTF แค่ 10% ของเงินเดือน หรือได้ผลตอบแทนทบต้นแค่ปีละ 5% ก็ลองแก้ในช่องสีเหลืองได้เลยครับ (ต้องดาวน์โหลดมาเปิดในเครื่องนะครับ)

10Million

สำหรับคนที่ไม่ค่อยเก่งเลข ผมขออธิบายวิธีการคำนวณนิดหนึ่ง

ถ้าปี 2559 เราซื้อ LTF 100 บาท และ LTF ให้ผลตอบแทน 10%

ปี 2560 LTF ที่เราซื้อไว้จะมีมูลค่าเท่ากับ (1+0.1)* 100 = 110 บาท

ซึ่ง 0.1 ก็คีอผลตอบแทน 10% นั่นเอง

ปี 2561 LTF จะเพิ่มมูลค่าเป็น 1.1*110 = 122 บาท

ปี 2562 LTF จะเพิ่มมูลค่าเป็น 1.1*122 = 134.2 บาท

หรือเขียนในอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ (1.1)^3 * 100 = 134.2 บาท

^3 แปลว่ายกกำลังสาม

หรือคิดเป็นสูตรง่ายๆ ก็คือเอา 1.1 ยกกำลังจำนวนปีคูณด้วยเงินต้น

ในแถวแรกของตาราง อายุ 25 เงินเดือน 20,000 ซื้อ LTF 3,000 บาท ถือไปจนถึงอายุ 55 (30 ปี)

ดังนั้นมูลค่า 3000 บาทที่เราซื้อ LTF ในปีนี้ จะเท่ากับ (1.1)^30*3,000*12 = 628,178 บาท ในอีก 30 ปีข้างหน้า

ที่คูณ 12 เพราะเราซื้อทุกเดือน ปีหนึ่งเราจึงซื้อ 12 ครั้งครับ

ส่วนใครที่อายุ 30 กว่าแล้ว ยังไม่ได้ซื้อ LTF ไว้เลยก็ไม่ต้องเสียใจไป

เพราะถ้าคุณอายุ 35 แต่หน้าที่การงานดี มีเงินเดือน 60,000 ซื้อ LTF ปีละ 15% ก็จะมีเงินเก็บเกือบ 10 ล้านบาทตอนอายุ 55 เช่นกัน

(EDIT: เพิ่มเติมหลังจากมีน้องมาคอมเม้นท์ใน Facebook) หรือถ้าคิดว่าผลตอบแทนทบต้นปีละ 10% เป็นไปได้ยากมาก ก็ลดเหลือปีละ 7% ก็ได้ครับ แต่นั่นอาจแปลว่าเราต้องขยันจนมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 8% (ถ้าเริ่มต้น 20,000 ตอนอายุ 25 ก็จะมีเงินเดือน 200,000 ตอนอายุ 55) ด้วยวิธีนี้เราก็จะมีเงินเก็บเกือบ 10 ล้านบาทเหมือนกัน

พอมีเงินเก็บ 10 ล้านบาท ถ้าเราเอาไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ผลตอบแทนปีละ 5% ก็จะมีเงินใช้ปีละ 500,000 หรือประมาณเดือนละ 40,000 บาท* ไปตลอดชีวิต พอเราไม่อยู่แล้ว เงิน 10 ล้านก็จะเป็นมรดกสำหรับลูกหลานครับ

อ่านแล้วฮึกเหิมขึ้นมาบ้างรึยังครับ?

ยังมีเนื้อหาดีๆ ในหนังสือเล่มนี้อีกเยอะ เช่นจะเลือก LTF ยังไง จะซื้อประกันชีวิตเท่าไหร่ จะลดภาษียังไงให้ได้มากที่สุด

ขอบคุณ TactShool ที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา จะขอติดตามผลงานอื่นๆ ของคุณต่อไปนะครับ


* ถ้าเงินเฟ้อปีละ 3% เงิน 40,000 บาทในอีก 30 ปีข้างหน้า จะมีมูลค่าเท่ากับ 16,500 บาทในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าไม่มาก แต่ถ้าไม่มีหนี้สินก็อยู่ได้สบายๆ และถ้าดูตารางดีๆ จะเห็นว่าเราเก็บเงินมากสุดแค่เดือนละ 12,966 บาทเท่านั้น แต่มีใช้เดือนละ 16500 บาทไปตลอด และถ้าเราอยากอู้ฟู่กว่านี้ จะเอาเงินต้น 10 ล้านมาใช้บ้างก็ได้ เหลือมรดกให้ลูกน้อยหน่อยคงไม่เป็นไรมั้ง


ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือการเงิน การลงทุน เล่มนี้ง่ายดี, TactSchool 

12507152_1237057622990749_3280039539741851651_n

 

(UPDATE 11 Aug 2017) หากคุณเป็นคนที่ชอบ “เล่นเกมยาว” และเบื่อหนังสือประเภท รวยเร็ว รวยลัด ฯลฯ อยากจะบอกว่าหนังสือ  Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ของผมวางแผงแล้วที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S และศูนย์หนังสือจุฬานะครับ! >> bit.ly/tgimannounce

TGIM_HardCopies

ทุกคนเป็นแม่

20160306_Sulak

“คนที่ลาดักซึ่งเป็นดินแดนเล็กๆ ในอินเดีย สถิติตามมาตรฐานของธนาคารโลกหรือสหรัฐอเมริกา บริเวณนั้นถือว่าจนที่สุด แต่พวกเขาถือว่ามีความสุขที่สุด เพราะเขาเอื้อาทรต่อคนอื่น ผมไปลาดักครั้งแรก เขาเรียกผมแม่ ผมก็ดีใจ คิดว่าเขาเรียกเพราะพุงเราใหญ่ (หัวเราะ) คิดว่า เออ นี่ ผมคงจะออกลูกได้แล้วมั้ง แต่จริงๆ แล้วเขาเรียกเพราะเขาเชื่อว่าถึงผมไม่ได้เป็นแม่เขาในชาตินี้ ชาติก่อนผมก็อาจจะเป็นแม่เขาก็ได้ ชาติต่อไปก็อาจจะเป็นแม่ ดังนั้น หลักของเขาคือ เมื่อเราเห็นทุกคนเป็นแม่ ความรัก ความเคารพมันจะเกิดขึ้น”

– สุลักษณ์ ศิวรักษ์
a day BULLETIN 100 Interview The Thinker
พฤษภาคม 2555 สัมภาษณ์โดยวิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

—–

เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก

เพราะในศาสนาพุทธ ไม่มีคำว่าบังเอิญ

คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เราเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น อาจจะในชาติอื่น ภพอื่น และบริบทอื่น

และถ้าต่างฝ่ายต่างยังไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะได้เจอกันอีกหลายครั้งใน “อนาคต”

ดังนั้น ไม่ว่าจะพบเจอใครก็ตาม ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ เราก็ควรจะดีต่อเข้าไว้

วันหนึ่งเราจะได้มีแม่ที่ดี และลูกที่น่ารักครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก a day BULLETIN 100 Interview The Thinker

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia