เมื่อเขาบอกว่าเราทำให้เขาเจ็บ

20170128_hurt

เราไม่มีสิทธิ์บอกว่าเราไม่ได้ทำ

When a person tells you that you hurt them, you don’t get to decide that you didn’t.
-Louis C.K.


อ่านประโยคข้างบนนี้แล้วลองทบทวน ก็รู้ตัวว่าผมเองนี่ก็ทำร้ายคนอื่นมาไม่น้อย

ส่วนใหญ่เป็นการทำร้ายโดยไม่ได้เจตนา

เราอาจจะแค่พูดเล่นๆ แต่เขาเก็บเอาไปคิด

หรือเราอาจจะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาตีความไปในทางนึง แต่เราเองก็ไม่ได้อธิบายการกระทำของเราเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ไม่เห็นต้องคิดมากเลย

เราอาจจะลืมไปว่า เรื่องเล็กของเราอาจเป็นเรื่องใหญ่ของเขาก็ได้

และเมื่อเขารู้สึกเจ็บขึ้นมาแล้ว เราก็ไม่ควรปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยเฉพาะถ้าเรายังให้คุณค่าความสัมพันธ์นี้อยู่

เมื่อเราทำให้เขาเจ็บ ก็ควรขอโทษ และปรับตัว เพื่อให้ไม่เกิดอุบัติเหตุทางความรู้สึกซ้ำเดิมอีก


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

นิทานน้ำกับทิฐิ

20170127_water

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งชื่อว่า ทิฐิ เขาเป็นคนที่มีนิสัยอวดดื้อถือดีไม่ต่างจากชื่อ เพราะเมื่อได้ลองเชื่อมั่นในสิ่งใดแล้ว ทิฐิคนนี้ก็จะยึดมั่นถือมั่นในสิ่งนั้นไม่เปลี่ยน และจะไม่ยอมรับฟังข้อคิดเห็นที่ผิดไปจากความเชื่อเดิมโดยเด็ดขาด

แม้ว่านี่จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนเอาจริงเอาจัง และเคร่งครัดกับชีวิต แต่บางครั้งเขาก็ดื้อรั้นมากเกินไปจนขาดเหตุผล และทำให้สูญเสียสิ่งดี ๆ ในชีวิตไปมากมาย โดยที่เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน

กล่าวสำหรับทิฐิ เขาไม่ใช่คนร่ำรวย ดังนั้นจึงต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย กระทั่งมีฐานะขึ้นมาในระดับหนึ่ง ทิฐิจึงคิดที่จะหยุดพักตัวเองจากการงาน แล้วเดินทางไปเรื่อย ๆ เพื่อเที่ยวชมโลกกว้าง เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ทิฐิจึงจัดการฝากบ้านไว้กับญาติพี่น้อง แล้วเก็บสัมภาระออกเดินทางทันที

ทิฐิเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ชมนั่นแลนี่ และพูดคุยกับผู้คนที่อยู่ในที่เหล่านั้นมากมาย การท่องโลกกว้างของทิฐิน่าจะทำให้เขามีความรู้ดี ๆ หรือเกิดทัศนคติใหม่ ๆ ขึ้นมาบ้าง แต่เมื่อไรก็ตามที่มีคนกล่าวคำซึ่งผิดไปจากความรู้หรือความเชื่อมั่นเดิมของเขา ทิฐิก็จะรีบกล่าวแก่คน ๆ นั้นทันทีว่า

“นั่นไม่ถูกเลยนะ ที่จริงแล้วมันต้องเป็นดังที่ข้ารู้มาต่างหาก”

สิ่งนี้เองทำให้การเดินทางไปทั่วโลกของเขา แทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดขึ้นในชีวิตของเขาเลย

กระทั่งวันหนึ่งทิฐิได้พลัดหลงเข้าไปในดินแดนแห่งทะเลทรายอันแสนแห้งแล้ง และไร้ผู้คนสัญจร เขาหลงทางอยู่ในดินแดนแห่งนั้นสามวันสามคืน จนกระทั่งอาหาร และน้ำดื่มร่อยหรอและหมดลงในที่สุด ทิฐิจึงเดินต่อไปไม่ไหว เขาล้มลงนอนบนผืนทรายอย่างคนสิ้นเรี่ยวแรง

แต่ทิฐิยังไม่อยากตายตอนนี้ ดังนั้นแม้ร่างกายจะอ่อนระโหยโรยแรงขนาดไหน แต่เขาก็รวบรวมพลังใจของตนเฝ้ากล่าวคำภาวนาขอความเมตตาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือเขาด้วย

“ข้าแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดเมตตาข้า ผู้ซึ่งไม่เคยเบียดเบียนใคร ขอทรงประทานน้ำมาให้ข้าได้รักษาชีวิตของตนเองไว้ แม้เพียงหนึ่งหยดก็ยังดี” แล้วในตอนนั้นเอง ทิฐิก็เห็นชายแปลกหน้าชาวเยอรมันคนหนึ่งเดินตรงมาหาเขา ทิฐิดีใจสุดจะกล่าว แล้วรีบพูดขึ้นทันทีว่า

“โอ…ท่านผู้เป็นความหวังของข้า โปรดแบ่งน้ำของท่านให้ข้าดื่มด้วยเถิด”

ชายคนนั้นยื่นถุงหนังสีน้ำตาลในมือให้แก่ทิฐิ แล้วกล่าวว่า

“นี่คือ วาสซ่าร์ จงดื่มเสียสิ”

แต่ทิฐิไม่อยากได้วาสซ่าร์ เขาอยากได้น้ำ ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธที่จะรับถุงหนังสีน้ำตาลจากชายแปลกหน้าคนนั้น ชายคนนั้นจึงเดินจากไป

ทิฐิภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง คราวนี้มีชายชาวจีนคนหนึ่งเดินถือถุงหนังสีแดงเข้ามายื่นให้แก่ทิฐิ

“นี่คือ น้ำ ใช่หรือไม่” ทิฐิถามชายชาวจีน

“นี่คือ ซือจุ้ย จงดื่มเสียสิ” ชายชาวจีนตอบ

ทิฐิรู้สึกไม่พอใจ ตอนนี้เขากระหายน้ำมากเหลือเกินแล้ว แต่ทำไมชายผู้นี้จึงนำซือจุ้ย มามอบให้แก่เขาเล่า ทิฐิจึงปฏิเสธถุงหนังสีแดงของชายชาวจีน ชายชาวจีนจึงเดินจากไป

ทิฐิเริ่มภาวนาถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก และครั้งนี้มีผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่งมาปรากฏกายตรงหน้าของเขาในแทบจะทันที

“เธอผู้มีใจเมตตา ขอน้ำให้ข้าดื่มหน่อยเถิด” ทิฐิพึมพำคำอ้อนวอนออกจากริมฝีปากที่แห้งผาก

“นี่คือ ปานี จงดื่มเสียสิ” หญิงชาวอินเดียกล่าวพร้อมกับยื่นถุงหนังสีเขียวให้กับทิฐิ แต่นั่นทำให้ทิฐิโกรธมาก เขารวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ยกแขนปัดถุงหนังสีเขียวให้พ้นหน้า แล้วพูดอย่างโกรธเคืองว่า

“ข้าไม่เอาของ ๆ เจ้า ข้าจะตายเพราะขาดน้ำอยู่แล้ว ข้าต้องการน้ำเท่านั้น!”

หญิงอินเดียเมื่อได้ฟังดังนั้นก็เดินจากไปอีกคน ทิฐิเฝ้าอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีใครนำอะไรมายื่นให้เขาอีกแล้ว

จิตของทิฐิกำลังหลุดลอยออกจากร่างที่ใกล้แตกดับ แล้วในตอนนั้นเอง เสียง ๆ หนึ่งก็ดังแว่ว ๆ ให้ได้ยินว่า

“ทิฐิคนถือดีเอ๋ย เราช่วยเจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับไม่เคยให้โอกาสตนเองเลย หากเจ้าเปิดใจให้กว้าง และยอมรับในข้อดีของสิ่งที่ไม่คุ้นเคยเสียบ้าง เจ้าก็คงรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในถุงหนังทั้งสามนั้น ต่างก็เป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ทั้งสิ้น”

เมื่อสิ้นเสียงแว่วนั้น ทิฐิคนถือดีก็สิ้นลมหายใจทันที


ขอบคุณนิทานน้ำกับทิฐิจากหนังสือนิทานสีขาวโดยดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

อย่าติคนพาล

20170126_correct_the_wise

“Do not correct a fool or he will hate you.
Correct a wise man and he will appreciate you.”

“อย่าติคนพาล เพราะเขาจะเกลียดเธอ
จงติบัณฑิต แล้วเขาจะขอบใจเธอ”

Proverbs 9:8

คำติชมบางอย่าง แม้จะออกจากปากเราด้วยความหวังดี แต่ถ้าผู้รับไม่พร้อม ผลที่ออกมาอาจจะเป็นลบก็ได้

ในทางกลับกัน ถ้ามีใครตำหนิเรา แทนที่จะโกรธหรือรู้สึกเสียหน้า สิ่งที่ดีที่สุดคือกล่าวขอบคุณ (แม้จะแค่ในใจ) แล้วเอาคำพูดนั้นมาพิจารณาว่ามีความจริงแค่ไหน

คนที่กล้าเอ่ยปากเวลาเราบกพร่อง คือกัลยาณมิตรที่หาได้ยาก คำพูดของเขาคือของขวัญที่จะช่วยให้เราเป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวาน จึงควรรักษาเพื่อนคนนี้ให้ดีๆ

เพราะหากเราฮึดฮัดทุกครั้งที่โดนตำหนิ เป็นคนที่ใครก็แตะไม่ได้ แล้วใครจะอยากบอกความจริงกับเราอีก?


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เก่งไม่พูด เก่งถาม

20170125_ask

วันก่อนผมได้อ่านบล็อกของอัม น้องคนนึงที่เคยเล่นดนตรีด้วยกันและตอนนี้กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่อเมริกา

อัมเล่าให้ฟังถึงการไปฝึกงานที่กูเกิ้ลเป็นครั้งที่สอง และได้เจอเด็กไทยอีกสามสี่คนที่มาสนิทกันที่นี่

ทุกคนนี่มีความโหดๆทั้งนั้น
ตั้งแต่เด็กคณิตศาสตร์โอลิมปิกเหรียญทอง
จนถึงคนที่เก่ง competitive programming ระดับต้นๆ ร้อยๆคนแรกของโลก

พวกนี้เด็กกว่าเรา 10 กว่าปี ก็มี

เราก็เลยเป็นคุณลุงโปรแกรมเมอร์ธรรมดาๆคนนึง
ที่ได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ท่ามกลางเด็กๆเก่งๆหลายๆคน
สนุกดีนะ

พวกนี้น่าจะเก่งกว่าเราทุกคนอะนะ
แต่ที่น่ารักก็คือ เวลาเราพูดอะไร เค้าก็ฟังกันหมดนะ
แบบ เป็นเด็ก เนิร์ด ที่น่ารักๆอะ เลยทำให้เราสนิทกับกลุ่มนี้อยู่

…อย่างนีงที่เราชอบมากๆกับกลุ่มๆนี้
คือ ไม่มีใครวิชาการเลย
เวลานั่งคุยกัน จะเป็นเรื่องไร้สาระซะเยอะ
อะไรที่ไม่เป็น ก็จะไม่อวด เช่น เตะบอลไม่เป็น เค้าก็จะบอกว่า “โอ้ย ผมกากครับ”
ปล่อยมุกใส่เค้าก็ไม่ถือสา ช่วยหัวเราะ 5555 ให้อีกตะหาก
รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมาก รอบนี้

แล้วหนึ่งในบทสรุปที่อัมได้จากการไปฝึกงานที่กูเกิ้ลคราวนี้ก็คือ “เก่งไม่พูด เก่งถาม”

เราถูกล้อมรอบด้วยคนที่เก่งกว่าเราเต็มไปหมด
สิ่งที่เราสังเกตได้ คือ เวลามีคำถามอะไรขึ้นมา
พวกนี้ไม่อวด ไม่รีบแย่งตอบ เค้าจะรอฟังคนอื่นตอบแล้วเค้าก็จะแซมๆขึ้นมา

เวลาเราเล่าอะไรให้ฟัง
พวกนี้จะค่อยๆให้เราเล่า ไม่แทรกด้วยอะไรที่เค้ารู้อยู่แล้ว
แล้วก็จะถามคำถามต่างๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงใจ
ในสายตาเรา พวกเนี้ยะแหละเก่งจริง

อาจจะเพราะว่าคนที่เก่งจริงๆ นั้นเขารู้ดีว่าเขายังไม่รู้อะไรอีกมาก จึงมีความถ่อมตัวและพร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นอยู่เสมอ

หรือคนเก่งจริงบางคน อาจจะเคยชอบอวดเก่งก็ได้ แต่พอเวลาผ่านไปจึงรู้ดีว่ามันไม่จำเป็น เพราะความเก่งจะอวดตัวมันเองอยู่แล้ว

เก่งไม่พูด เก่งถาม

จำคำนี้ให้ขึ้นใจ

จะได้เป็นคนเก่งที่น่ารักครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

คนที่หลอกง่ายที่สุด

20170127_fool

คือตัวเราเอง

The first principle is that you must not fool yourself – and you are the easiest person to fool.
-Richard Feynman


คนที่หลอกง่ายที่สุดคือตัวเราเอง

เราจึงกดนาฬิกาปลุกเพื่อนอนต่ออีกแค่ “5 นาที”

เราจึงไม่ใส่เข็มขัดเวลาขับรถ เพราะไปใกล้ๆ แค่นี้เอง

เราจึงสูบบุหรี่ เพราะถึงคนอื่นจะเป็นมะเร็ง แต่เราไม่เป็นหรอก

เราจึงทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม เพราะเชื่อว่ายังไงบริษัทก็ไม่ปลดคนออก

เราจึงไม่เริ่มทำสิ่งที่อยากทำเสียที เพราะคิดว่าเรายังมีเวลา

ใช่ครับ เรามีแนวโน้มที่จะเชื่อว่าตัวเองมีอะไรบางอย่างพิเศษกว่าคนอื่นเสมอ

จนเรื่องร้ายมันเกิดขึ้นกับเราแล้วนั่นแหละ เราถึงจะตระหนักและยอมรับได้ว่า เหตุการณ์บางอย่างมันเกิดขึ้นได้กับทุกคนจริงๆ

และคนที่รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังพาตัวเองไปอยู่บนความเสี่ยง ก็ไม่มีสิทธิ์ไปโทษใครได้เลย


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com