ถ้าจะทำให้ดีมันก็ยากทั้งนั้น

20190813_hardtogetthingsright

เมื่อคืนนี้ผมกับทีมผู้บริหารที่ Wongnai ขึ้นเวทีเล่นเพลง “เข้ากันดี” ในงาน outing ที่โรงแรม Rayong Marriott ครับ

วงมีอยู่ 8 คน กลองหนึ่ง เบสหนึ่ง กีตาร์สอง ส่วนอีกสี่คนช่วยกันร้อง

ที่เลือกเล่นเพลงเข้ากันดี เพราะชอบความหมาย ร้องก็ง่าย คอร์ดก็ไม่ยาก ไลน์โซโล่ก็ตรงไปตรงมา เลยคิดว่าพวกเราน่าจะพอซ้อมกันได้ภายในเวลาอันจำกัด

แต่มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

ผมเล่นเบส พอตั้งใจฟังถึงรู้ว่ามีรายละเอียดพอสมควร ต้องใช้เวลาแกะและซ้อมอยู่นานกว่าจะจำได้ขึ้นใจ

ส่วนกีตาร์โซโล่ท่อนอินโทรก็สปีดค่อนข้างเร็ว กว่ามือกีตาร์ของเราจะเล่นแต่ละโน๊ตออกมาให้ชัดและให้เร็วพอก็ต้องซ้อมเป็นร้อยๆ รอบ

เนื้อร้องที่เหมือนไม่มีอะไร ก็มีหลายท่อนที่อาจเผลอร้องคร่อมหรือขึ้นเสียงไม่ถึง ต้องปรับต้องร้องซ่อมอยู่หลายรอบเหมือนกัน

ตอนแรกที่คิดว่าเลือกเพลงง่ายสุดๆ มาแล้ว พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายเลย ขนาดซ้อมมาเต็มที่แล้ว ตอนขึ้นเวทีก็ยังเล่นผิดๆ ถูกๆ จนหวุดหวิดจะล่มด้วยซ้ำ

การทำงานก็เช่นกัน

ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ ภายนอกจะดู simple แค่ไหน ถ้าขุดลึกลงไปก็จะพบรายละเอียดอยู่มากมาย และมีอะไรที่ควรปรับปรุงแก้ไขเต็มไปหมด

ถ้าเรากำลังรู้สึกท้อกับงานใดก็ตาม ขอให้บอกตัวเองว่า ที่เราต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ ก็เพราะว่าเราอยากให้มันออกมาดีไง จะให้ลงแรงน้อยๆ แล้วออกมาชุ่ยๆ เราก็คงยอมไม่ได้เหมือนกันจริงมั้ย

พลังงานไม่อาจถูกทำลาย แรงและเวลาที่ใส่ลงไปย่อมไม่หายไปไหน แต่มันจะแปรรูปไปเป็นทักษะ ประสบการณ์ และความทรงจำที่จะติดตัวเราไปอีกนานครับ

นิทานสมบูรณ์แบบ

20190315_perfect

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อาจารย์เซนกำลังวาดภาพ โดยมีศิษย์อาวุโสนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อบอกอาจารย์เวลาที่อาจารย์วาดภาพได้สมบูรณ์แบบ

ทั้งศิษย์และอาจารย์ต่างรู้สึกกังวล เพราะศิษย์ไม่เคยเห็นอาจารย์ทำอะไรไม่สมบูรณ์แบบ แต่วันนั้นเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อาจารย์ใช้ความพยายาม และยิ่งเขาใช้ความพยายามมากเท่าไร ภาพวาดก็ยิ่งออกมาเละ

อาจารย์พยายามแล้วพยายามอีก เหงื่อเริ่มแตกพล่าน แล้วพอศิษย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่ายหน้าปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “ไม่ขอรับ นี่ยังไม่สมบูรณ์แบบ” อาจารย์ก็ยิ่งพลาดมากขึ้น

พอหมึกใกล้หมด อาจารย์จึงกล่าวว่า “เจ้าออกไปฝนหมึกมาเพิ่มที” ขณะที่ศิษย์ฝนหมึกอยู่ข้างนอก อาจารย์ก็สร้างผลงานชิ้นเอกขึ้นมา เมื่อศิษย์กลับเข้ามาเห็นจึงกล่าวว่า “อาจารย์ขอรับ นี่แหละสมบูรณ์แบบ! เกิดอะไรขึ้นขอรับ”

อาจารย์หัวเราะและกล่าวว่า “ข้าเริ่มตระหนักขึ้นมาว่า การอยู่ตรงนั้นของเจ้า การคิดว่าจะมีใครมาชื่นชมหรือประณาม มาบอกว่าใช่หรือไม่ใช่ เหล่านั้นล้วนรบกวนความสงบภายในใจข้า ตอนนี้ข้าไม่ถูกรบกวนแล้ว ข้ารู้แล้วว่าสาเหตุเดียวที่ทำให้มันไม่สมบูรณ์แบบก็คือการที่ข้าพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบ”

—–

ขอบคุณนิทานจากหนังสือพลังสร้างสรรค์: ของกำนัลแด่ผู้ฉีกกรอบ (Creativity: Unleashing the Forces Within) เขียนโดย OSHO แปลโดย ภัทรินี เจริญจินดา 

ชีวิตนั้นยากพออยู่แล้ว

20190314_hardenough

จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปให้มันยากเกินความจำเป็น

Don’t make life harder than it has to be.

เรื่องที่เรามักจะเผลอทำให้ชีวิตยุ่งยากเกินความจำเป็น

– ปล่อยปละละเลยปัญหาเล็กๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ

– ไม่ทำงานเสียแต่เนิ่นๆ ค่อยมาอัดเอาในนาทีสุดท้าย

– มุ่งมั่นที่จะเอาชนะและเป็นคนถูก จนความสัมพันธ์ถลอกปอกเปิก

– พูดสิ่งที่คิดเพื่อความสะใจ แต่ทำลายน้ำใจคนรอบข้าง

– อดหลับอดนอนเพื่อให้ทำงานได้เพิ่ม 20% แต่พอป่วยก็เสียงานไป 40%

– เสพอบายมุขเกินพอดี เปลืองเงิน เปลืองสุขภาพ เปลืองเวลา

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย แค่ใช้ชีวิตให้ได้ดีก็ตึงมือแล้ว

อย่าไปทำให้ชีวิตมันยากขึ้นด้วยการทำอะไรที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ฉลาดเลย

ความสำเร็จเป็นกับดักชั้นยอด

20190312_successtrap

หนึ่ง เพราะเราชอบความรู้สึกดีๆ

สอง เพราะเราไม่ชอบออกแรง

สาม เพราะเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเราทำอะไรสำเร็จแล้ว เราจึงมีแนวโน้มที่จะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ เพราเราเสพติดความรู้สึกดีๆ เพราะเราไม่อยากเปลืองแรงไปลองผิดลองถูก เพราะเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพราะการเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความไม่แน่นอน

แต่ถึงเราจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ความไม่แน่นอนก็ย่อมมีอยู่ตามกฎไตรลักษณ์

ทำแบบเดิมสำเร็จมานานปี ทำแบบเดิมวันนี้อาจล้มเหลว เพราะบริบทไม่เคยเหมือนเดิม และคนก็ไม่เคยเหมือนเดิม

ความสำเร็จจึงเป็นกับดักที่อันตรายกว่าความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวมันบังคับให้เราต้องเปลี่ยน แต่ความสำเร็จเป็นตัวบอกว่า เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว

กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็ไม่ได้ดีอีกต่อไปแล้ว

หลายอย่างในชีวิตก็เป็นไก่กับไข่

20190311_chickenegg

เว็บไซต์ wongnai.com ที่ให้ใครเข้ามารีวิวร้านอาหารใดก็ได้ เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2010

และเนื่องจากเนื้อหาเกือบทั้งหมดในระบบมาจากผู้ใช้งาน (user-generated content) เราจึงจำเป็นต้องหา users มาใช้งาน Wongnai ให้มากที่สุด

สองปีแรกนั้นสาหัส เพราะรีวิวยังน้อย คนเข้ามาแล้วไม่ค่อยเจอรีวิว ก็เลยไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาใช้ ก็เลยยิ่งทำให้จำนวน users ไม่กระเตื้องขึ้น

เมื่อไม่มี users ก็เลยหาสปอนเซอร์มาลงโฆษณาไม่ได้ ก็เลยไม่มีเงินมาทำการตลาดเพื่อเชิญชวนให้คนมาใช้งาน Wongnai

เมื่อไม่มีรีวิวก็เลยไม่มีผู้ใช้งาน เมื่อไม่มีผู้ใช้งานก็เลยไม่มีรีวิว

—–

เวลาเราต้องย้ายไปทำงานที่เราไม่คุ้นเคย ช่วงแรกคือช่วงแห่งการ struggle หรือการฟันผ่าที่จะเรียนรู้เพื่อทำงานนั้นให้ดี

ซึ่งหากเรื่องใหม่มันยากมาก เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่สนุก เผลอๆ อาจถึงขั้นอมทุกข์

เมื่อไม่สนุกก็เลยไม่ค่อยกระตือรือร้น เมื่อไม่กระตือรือร้นมันก็เลยไม่เก่งขึ้น เมื่อยังไม่เก่ง งานมันก็เลยไม่เคยง่ายซักที

เมื่อยังไม่สนุกก็เลยไม่เก่ง เมื่อยังไม่เก่งก็เลยไม่สนุก

—–

ผมเคยเขียนไว้ในบทความการจัดบ้านแบบ KonMari ว่า การจัดบ้านไม่ใช่แค่การจัดบ้าน แต่มันคือการจัดวางความสัมพันธ์กับข้าวของที่เรามี

โลกภายนอกนั้นเป็นกระจกสะท้อนโลกภายใน หากใจของเรายุ่งเหยิง บ้านของเราก็มีสิทธิ์ที่จะรกด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน ถ้าเราจัดบ้านให้สะอาดเรียบร้อย บ้านก็จะมีพื้นที่ว่าง ซึ่งพื้นที่ว่างในตัวบ้าน จะช่วยสร้างพื้นที่ว่างในใจเรา ทำให้หัวสมองโปร่งโล่งขึ้น

บ้านจะโล่งไม่ได้ถ้าใจไม่โล่ง ใจจะโล่งไม่ได้ถ้าบ้านไม่โล่ง

—–

หลายๆ อย่างในชีวิตจึงเป็นไก่กับไข่

เมื่อเจอสถานการณ์อย่างนี้ เราควรทำอย่างไร?

เท่าที่ผมพอจะแนะนำได้ก็คืออดทนและทำมันไปพร้อมๆ กันทั้งไก่และไข่นั่นแหละ

ช่วงแรกๆ มันก็จะหนืดๆ และขัดๆ หน่อย แต่ลองกัดฟันเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดเปลี่ยนหรือ turning point.

เพราะถ้าจุดติดขึ้นมาเมื่อไหร่ ไก่ก็จะออกไข่ ไข่ก็จะออกไก่ เป็นวงจรประเสริฐที่คุ้มกับความเหนื่อยทั้งหมดที่ผ่านมาครับ


ตามอ่านบทความได้ทาง LINE: bit.ly/tgimline