นิทานบวชเลย

20190322_ordainnow

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีเรื่องเล่าว่าพระอาจารย์ฉือเจิ้นเป็นผู้ที่บวชให้แก่พระชิงหลวนแห่งญี่ปุ่น

โดยก่อนบวชนั้นพระอาจารย์ฉือเจิ้นได้กล่าวถามถึงเหตุผลในการบวช

“เจ้าหนูน้อย อายุเพียงเท่านี้ ทำไมอยากบวชแล้วหรือ?”

เด็กน้อยชิงหลวนตอบอย่างฉะฉานกลับมาว่า

“ที่กระผมบวช ก็มีเหตุมาจากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วครับ กระผมอยากรู้ว่าทำไมคนเราต้องตาย และที่ต้องแยกจากพ่อแม่มีสาเหตุมาจากอะไร กระผมหวังว่าการบวชจะช่วยให้พบคำตอบที่แท้จริงได้”

พระอาจารย์ฉือเจิ้นชื่นชอบในความคิดของเด็กน้อยผู้นี้มาก และเต็มใจอย่างยิ่งที่จะบวชให้ ติดที่ดึกเกินไปเสียแล้ว

“ความคิดของเจ้านับว่าดีแล้ว แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ดึกดื่นมากแล้ว ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์เสียก่อนแล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาบวชกัน”

ชิงหลวนกล่าวคัดค้านทันที

“ตัวกระผมอายุยังน้อย ความคิดอ่านยังไม่มั่นคง กลัวว่าพรุ่งนี้จะเปลี่ยนใจไม่บวชไปเสีย ส่วนท่านอาจารย์ก็อายุเยอะมากแล้ว ไม่แน่ว่าท่านจะมีอายุถึงพรุ่งนี้หรือไม่ กระผมว่าเราควรบวชเสียแต่ตอนนี้จะดีที่สุด”

ท่านอาจารย์อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ออกมา

“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก เราสองคนไม่อาจจะรั้งรอได้อีกแล้ว เอาเป็นว่าเราบวชกันตอนนี้เลย”

ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

ติดตามบทความทางไลน์ : bit.ly/tgimline

ผู้หญิงเค้าไม่ได้ต้องการหนังสือ How to

20190320_howto

อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชายมีคู่มักลืมกัน รวมถึงผมด้วย

เวลาแฟนมีปัญหา บ่นอะไรให้ฟัง ผมมักกระโจนสู่ทางแก้

ทำไมไม่ทำอย่างนั้น ทำไมไม่ลองอย่างนี้ เคยเตือนแล้วจำได้มั้ย

ยิ่งอ่านมาเยอะ ยิ่งรู้เยอะ ยิ่งมีแนวโน้มที่จะตัดบท แนะนำคำตอบในจังหวะผิดๆ

พอผิดจังหวะบ่อยๆ แฟนก็เลยต้องเอ่ยปากว่า “รุตม์…เราไม่ได้ต้องการหนังสือ how-to”

ยิ่งหาทางออกให้เขาเร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเท่านั้น

ถอดหมวกกูรู ดึงตัวเขามาใกล้ๆ ฟังให้เยอะ พูดให้น้อย

แล้วบางทีปัญหาก็จะจบได้โดยที่เราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยครับ

ก่อนจะเช็คเมลให้ส่งเมล

20190320_sendmailfirst

หนึ่งในกิจวัตรยามเช้าของคนทำงานคือการเข้าไปเช็คว่ามีเมลอะไรเข้ามาบ้าง

เช้านี้ผมมีเมลที่ส่งเข้ามาประมาณ 24 ฉบับ กำลังจะกดอ่านเมลแรกก็นึกขึ้นมาได้ว่างยังไม่ควร

เหตุผลก็เพราะว่า

1.เมลใน inbox คือเรื่องสำคัญสำหรับ “คนอื่น” แต่อาจไม่ได้สำคัญสำหรับเราเสมอไป

2.เมลที่อยู่ใน inbox รอเรามาได้ตั้งหลายชั่วโมง ให้รอต่ออีกซัก 30 นาทีหรือชั่วโมงนึงก็คงไม่เป็นไรหรอก (ถ้าเรื่องมันด่วนจริงๆ เขาคงติดต่อเรามาทางอื่นแล้ว)

3.จริงๆ แล้วการที่เราเช็คเมลอาจเป็นวิธีการ “หลบหลีก” งานสำคัญอื่นๆ อยู่ก็ได้

ในช่วงเช้าที่ไม่มีใครขัดจังหวะ สิ่งที่ควรทำมากกว่าการเช็คเมล คือการถามตัวเองว่ามีเมลอะไรบ้างที่เราควรส่ง มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ

จัดการส่งเมลเหล่านั้นให้เรียบร้อย แล้วค่อยมาเช็คเมลก็ยังไม่สายครับ

แล้วช่วงเวลานี้ก็จะผ่านพ้นไป

20190319_thisshallpass

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว และความหนุ่มสาวอยู่กับเราได้ไม่นาน

เราจึงไม่ควรผัดผ่อนการมีความสุข เพราะความสุขเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

คำถามคือเราเคยมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าบ้างหรือเปล่า หรือเรามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง

ถ้าเราเอาแต่ก้มหน้า เราก็จะพลาดปัจจุบัน ทั้งๆ ที่สิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” นั้นมีได้เพียงในปัจจุบันขณะเท่านั้น

ความดีงาม ความรื่นเริง ความเบิกบานนั้นมีอยู่ รอให้เราเข้าไปสัมผัส

จงเงยหน้า ตัวอยู่ตรงไหน ใจอยู่ตรงนั้น ซึมซับสิ่งที่เกิด บันทึกไว้เป็นความทรงจำ ก่อนที่มันจะผ่านพ้นไป

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว และความหนุ่มสาวอยู่กับเราได้ไม่นานครับ

งานมีเป็นอนันต์แต่ชีวิตคนมีจำกัด

20190319_infinitework

สำหรับคนที่มีความรับผิดชอบ ย่อมต้องอยากทำให้งานมันเสร็จ จะได้สบายใจที่รู้ว่าทำเต็มที่แล้ว

แต่งานมีคุณสมบัติพิเศษตรงที่มันแตกหน่อใหม่ได้เสมอ ตอบเมลเสร็จแล้วก็จะมีเมลใหม่มา ทำโปรเจ็คเสร็จแล้วก็มีโปรเจ็คอื่นรอคิว ทำงานนี้ดีแล้วแต่ก็ยังสามารถทำให้ดีได้กว่านี้อีก

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ หรือทำฟรีแลนซ์ มันมีอะไรให้ทำได้มากกว่านี้เสมอ

ยิ่งอยู่ในยุคสมัยที่เราสามารถพกงานติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา เรายิ่งต้องไม่ลืมที่จะถามตัวเองว่า แค่ไหนคือพอได้แล้ว

เพราะงานนั้นเป็น infinity เราต้องไม่เผลอหลอกตัวเองว่าเราจะเอาชนะ infinity ได้

ทำให้เต็มที่ ทำให้พอดี แล้วใช้เวลาอันจำกัดที่เหลือสำหรับสิ่งสำคัญอื่นๆ ในชีวิตกันครับ


ติดตามบล็อกผ่าน LINE: bit.ly/tgimline