นิทานน้ำแอปเปิ้ล

20190503_applejuice

วันนีวันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หลายปีก่อน หลวงปู่ต้องดูแลเด็กๆ ที่อพยพมาจากเวียดนาม

น้ำเป็นเด็กคนหนึ่งในจำนวนนั้น น้ำพักอยู่กับหลวงปู่เพราะคุณพ่อของเธอต้องไปทำงานในเมือง น้ำและเพื่อนๆ เห็นว่าหลวงปู่ต้องนั่งสมาธิทุกวัน และในเวลาเช่นนั้นเธอกับเพื่อนๆ จะต้องเงียบ ไม่เล่นส่งเสียงดัง

วันหนึ่งน้ำและเพื่อนๆ รู้สึกกระหายน้ำจึงวิ่งมาขอน้ำดื่มจากหลวงปู่ หลวงปู่จึงนำน้ำแอปเปิ้ลที่เพื่อนบ้านนำมาถวายรินใส่แก้วให้เด็กๆ น้ำได้รับน้ำแอปเปิ้ลเป็นคนสุดท้าย และน้ำแอปเปิ้ลที่ได้นั้นขุ่นมาก (เพราะมีเนื้อแอปเปิ้ลปนอยู่จำนวนมาก) จนเธอไม่อยากดื่ม เธอจึงวิ่งไปเล่นอีกและไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลแก้วนั้น

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง น้ำกลับมาหาหลวงปู่ขอน้ำดื่มอีก หลวงปู่จึงชี้ไปที่แก้วน้ำแอปเปิ้ลและบอกว่า

“ทำไมไม่ดื่มน้ำแอปเปิ้ลนี้ล่ะ อร่อยมากนะ”

น้ำมองไปที่แก้วอีกครั้งและเห็นว่าน้ำในแก้วใสมาก ตะกอนตกลงไปที่ก้นแก้วแล้ว เธอจึงดื่มน้ำแก้วนั้นด้วยความยินดี

น้ำถามหลวงปู่ว่า “ทำไมน้ำแอปเปิ้ลจึงใสขึ้นล่ะคะ”

หลวงปู่ตอบว่า “เพราะน้ำแอปเปิ้ลนั่งสมาธิน่ะสิ นี่คือเหตุผลที่หลวงปู่นั่งสมาธิทุกวัน เราเลียนแบบน้ำแอปเปิ้ล และน้ำแอปเปิ้ลก็เลียนแบบเรา”

—–

ขอบคุณนิทานจาก The Plum Village

หัดเป็นคนช่างสังเกต

20190502_observant

สังเกตว่ากินอะไรแล้วพลังงานตก กินอะไรแล้วพลังงานขึ้น

สังเกตว่าความสุขในแต่ละวันมักจะแปรผกผันกับระยะเวลาที่เราอยู่กับมือถือ

สังเกตว่าถ้าวันไหนวางแผนเสียหน่อย วันนั้นจะไม่สะเปะสะปะ

สังเกตว่าห้องน้ำบางชั้นในห้างสะอาดกว่าห้องน้ำชั้นอื่นๆ

สังเกตว่าในฟู้ดคอร์ทจะมีมุมที่คนไม่ค่อยไปนั่ง

สังเกตว่าถ้าเริ่มมีอาการระคายคอ ให้กินวิตามินซีแล้วจะไม่เป็นหวัด

สังเกตว่านั่งทำงานนานเกินไป คอบ่าไหล่เริ่มไม่โอเค

สังเกตว่าผู้ใหญ่คนนี้ชอบให้เราชวนคุยเรื่องอะไร

สังเกตว่าเวลาทะเลาะกับแฟน พูดแบบไหนจบ พูดแบบไหนไม่จบ

ช่างสังเกตขึ้นอีกนิด แล้วชีวิตจะโอเคขึ้นในหลายๆ มิติครับ


เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 13 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

ถ้ามีเวลามากกว่านี้เราจะทำอะไร?

20190501

ถ้ามีเวลามากกว่านี้เราจะทำอะไร?

ออกกำลังกาย

เริ่มทำธุรกิจ

เปิดบล็อก

อ่านหนังสือ

หัดเล่นกีตาร์

นั่งสมาธิ

หลายคนคงมีในใจหลายอย่าง

ลองลิสต์ออกมาดู แล้ววงกลมสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุด

จากนั้นก็ตื่นนอนให้เร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง แล้วเอาสิ่งนั้นขึ้นมาทำเป็นเรื่องแรก

ครึ่งชั่วโมงอาจไม่ยาวเพียงพอที่จะทำให้ดีเลิศได้ แต่ยาวเกินพอที่จะเริ่มต้นได้

ที่เราควรเริ่มเสียแต่เช้าวันพรุ่งนี้ เพราะว่า

หนึ่ง เรื่องพวกนี้ไม่มีเดดไลน์ เราจึงผัดผ่อนมันไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว

สอง มันเป็นเรื่องที่มีคุณค่ากว่าสิ่งอื่นๆ ที่รบเร้าให้เราทำในแต่ละวัน

สาม เวลาไม่เคยมีมากขึ้นหรอก มีแต่จะน้อยลงด้วยซ้ำ

สี่ และถึงแม้จะโชคดีมีเวลามากขึ้นจริงๆ เราก็ยังไม่ได้ทำมันอยู่ดี พิูสูจน์ได้จากช่วงหยุดยาวหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

ดังนั้น อย่ารอให้มีเวลามากกว่านี้เลย ทำทั้งๆ ที่ไม่มีเวลานี่แหละ แล้วเวลาจะจัดสรรตัวมันเองครับ


เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) bit.ly/tgimstory3 (เหลือ 16 ที่)

กายหยาบมนุษย์ไม่สามารถรองรับได้

20190430b

กับสิ่งล่อตาล่อใจทั้งในมือถือและทีวี

กับข่าวสารที่ถาโถมทุกช่องทาง

กับงานที่ติดตัวไปทุกหนแห่ง

กับเวลาพักผ่อนอันน้อยนิด

กับสิ่งละอันพันละน้อยที่เราทำเป็นกิจวัตรทั้งๆ ที่เมื่อสิบปีก่อนเราไม่เคยต้องทำเลย (ตอบไลน์ รีทวีต อัพสตอรี่)

กับความตึงเครียดและพลังงานลบ

กับอาหารและเครื่องดื่มที่เรานำเข้าปาก

กับวิถีทุนนิยมที่บอกให้เราเติบโตและบริโภคไม่จบไม่สิ้น

กับเวลาเพียง 80 ปีบนโลกมนุษย์

หนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา input ที่มนุษย์ได้รับในแต่ละวันน่าจะโตขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า ในขณะที่ร่างกายเราแทบไม่ต่างอะไรกับบรรพบุรุษ Homo Sapiens ที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาเมื่อ 150,000 ปีที่แล้วเลย

ถ้าไม่รู้จักคัดสรรสิ่งที่เรารับเข้ามา ร่างกายของเรารับไม่ไหวแน่นอน

—–

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) bit.ly/tgimstory3 (เหลือ 17 ที่)

เช้าทำงานใหญ่บ่ายทำงานเล็ก

20190430

วิธีการจัดการเวลาอย่างหนึ่งที่ผมลองแล้วเวิร์คคือการทำงานใหญ่ในช่วงเช้าและงานย่อยในช่วงบ่าย

ช่วงเช้าเป็นช่วงที่เรามี willpower มากที่สุด ยิ่งถ้าเรามาถึงออฟฟิศเร็วกว่าใครเขาด้วยแล้วล่ะก็ เราจะมีช่วงเวลานาทีทองในการทำงานที่ high impact ซึ่งยากและใช้เวลายาวนานกว่าจะเข็นออกมาได้ แต่ถ้าทำสำเร็จมันจะส่งผลต่อทีมและต่อองค์กรมากกว่างานชิ้นเล็กๆ รวมกันเป็นร้อยชิ้นเสียอีก

แต่ก่อนจะทำงานใหญ่ในตอนเช้าได้ เราก็ต้องสร้างสถานการณ์ที่เอื้อให้เราทำงานได้อย่างมีสมาธิด้วย ถ้าเป็นไปได้ผมจะไม่นัดประชุมช่วงเช้าเลย เพื่อจะได้มีเวลาโฟกัสกับงานเดียวได้เป็นชั่วโมงๆ โดยไม่มีอะไรมาแทรก (แต่ไม่ได้แปลว่าให้ตัวติดโต๊ะตลอดเวลานะครับ ควรจะพักเข้าห้องน้ำห้องท่าและทำอะไรเพื่อรีเฟรชตัวเองด้วย)

อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เราทำงานใหญ่ตอนเช้าได้คืออย่าเพิ่งเช็คอีเมล ค่อยเช็คตอนสิบโมงกว่าๆ ก็ไม่เสียหาย ถ้ามันด่วนและสำคัญมากจริงๆ เขาคงโทร.มาแล้ว

ส่วนภาคบ่ายนั้นเราควรเก็บไว้ทำงานที่ไม่ต้องใช้สมาธิเยอะมากนัก จะประชุม ตอบเมล รีวิวงาน คุยกับคนนั้นคนนี้เพื่อให้งานเดินต่อไปได้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำ ที่สำคัญควรเป็นงานที่ไม่ต้องใช้เวลามากเกินไปนัก เพราะช่วงบ่ายๆ เราไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งไหนได้นานๆ หรอก

ลองลิสต์งานชิ้นเล็กๆ ออกมาซัก 10-20 ชิ้น แต่ละชิ้นใช้เวลาไม่เกิน 5-10 นาที แล้วลองตะลุยทำงานพวกนี้ดู จะรู้สึกว่าตอนบ่ายผ่านไปโดยไม่เหนื่อยและไม่เนือยเกินไปนัก พอหมดวันเราจะเคลียร์งานเสร็จไปได้เยอะเลยทีเดียว

ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ

—–

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) bit.ly/tgimstory3 (เหลือ 17 ที่)