ฟังคนที่ควรฟัง

20191211

เดี๋ยวนี้เราเชื่อสิ่งที่ส่งมาทางไลน์หรือสิ่งที่เห็นในเฟซบุ๊คกันอย่างง่ายดายเหลือเกิน

บ้างก็บอกว่าตนเป็นกูรู บ้างก็รู้มาจากเมืองนอก บ้างก็บอกต่อๆ กันมา

ฟังน่ะฟังได้ อ่านน่ะอ่านได้ แต่ก่อนจะเชื่อสาส์น เราควรดูคนส่งสาส์นด้วย

ถ้าเค้าบอกว่าจะสอนให้เรารวย เค้ารวยจริงมั้ย หรือแค่แต่งตัวดีมีรถสปอร์ต(ยืม)ขับ?

ถ้าเค้าบอกว่าตัวเองเป็น Life Coach แล้วชีวิตเค้าเองดีแล้วจริงๆ รึเปล่า?

ถ้าเค้าจะสอนให้เราทำ Online Marketing เพจที่เค้าเคยทำมีคนตามเท่าไหร่ มี engagement ดีแค่ไหน?

อาจเป็นเพราะเราขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ แถมอยากสำเร็จไวๆ จนลืมเช็คความน่าเชื่อถือ และกดสั่งซื้อโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

ในโลกที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาล คนที่จะได้เปรียบคือคนที่แยกแยะได้ว่าอันไหนคือของจริง และอันไหนคือของปลอมครับ

อย่าเป็นคนฉลาดที่ไม่อาจรักใคร

20191211

อย่าเป็นคนถูกที่ไม่ยอมให้อภัย

อย่าเป็นคนเก่งจนไม่เห็นหัวใคร

อย่าเป็นคนชนะที่แพ้อยู่ร่ำไป

อย่าเป็นคนฉลาดที่ไม่อาจรักใคร – พออ่านมาเยอะ ฟังมาเยอะ คิดมาเยอะ แล้วก็ชอบนึกว่าตัวเองฉลาด ไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ เห็นคนดีๆ หรือเรื่องดีๆ ก็ตั้งแง่ไว้ก่อน โปรดปรานทฤษฎีสมคบคิด ชอบมองคนอื่นว่าไร้เดียงสาหรือไม่ตั้งคำถาม สุดท้ายจึงได้เป็นคนฉลาดที่ไม่อาจรักหรือไว้ใจใครได้เลย

อย่าเป็นคนถูกที่ไม่ยอมให้อภัย – ถึงแม้ฝ่ายนั้นจะผิดจริงๆ เราก็ยกโทษให้เขาได้ ถึงแม้เราจะถูกเราก็ยังกล่าวขอโทษได้เพื่อเป็นการปลดล็อคทางความรู้สึก การถือโทษโกรธเคืองสุดท้ายแล้วมันทำร้ายใครมากที่สุดเราก็รู้อยู่แก่ใจ

อย่าเป็นคนเก่งจนไม่เห็นหัวใคร – พอคนเราประสบความสำเร็จก็จะนึกว่าเป็นเพราะความเก่งของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วมันคือเก่งบวกเฮง ถ้าเก่งแต่จังหวะไม่ดีก็อาจไม่รุ่ง เราเก่งวันนี้ เราอาจจะห่วยวันหน้าก็ได้ คนที่เราดูแคลนในวันนี้อาจกลายมาเป็นคนที่ให้คุณให้โทษกับเราก็ได้ อย่าให้ความถือดีของเราไปทำให้ใครเจ็บ สุภาษิตจีนท่านว่าไว้ มีเพื่อนร้อยคนน้อยเกินไป มีศัตรูหนึ่งคนมากเกินไปแล้ว

อย่าเป็นคนชนะที่แพ้อยู่ร่ำไป – เราอาจเถียงชนะแต่เราแพ้ในความสัมพันธ์ เราอาจชนะในที่ทำงานแต่แพ้เรื่องครอบครัว เราอาจชนะในเรื่องการเงินแต่แพ้เรื่องสุขภาพ เราอาจชนะศึกแต่แพ้สงคราม

แพ้บ้างก็ได้ จะได้ชนะในเรื่องที่สำคัญกว่าครับ

10 ขั้นตอนการดูแลสามีในยุค 1950’s

20191210

อ่านเจอเนื้อหาที่ตัดมาจากในหนังสือเรียน “คหกรรมศาสตร์” (Home Economics) หรือการเป็นแม่บ้านที่ดีจากยุค 50’s ของฝรั่ง

คิดว่าน่าสนใจดี เลยคัดบางช่วงตอนมาให้อ่านกันครับ

เคล็ดลับการดูแลสามี

เตรียมอาหารเย็นไว้ให้พร้อม
วางแผนล่วงหน้าในการทำอาหารเย็นอร่อยๆ ไว้ให้สามี ผู้ชายส่วนใหญ่จะหิวโซเมื่อกลับถึงบ้าน ดังนั้นอาหารดีๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก

เตรียมตัวเองให้พร้อม
พักสัก 15 นาที เพื่อที่คุณจะได้สดชื่นเมื่อสามีกลับมาถึง เติมแป้งหน่อยก็ดี ผูกโบว์ตรงผมด้วยก็เยี่ยม ทำตัวให้ร่าเริงและน่าสนใจกว่าปกติ วันที่น่าเบื่อของเขาจำเป็นต้องมีตัวช่วย

อย่าปล่อยให้รก
เดินสำรวจบ้านอีกรอบ เก็บหนังสือ ของเล่น เศษกระดาษ ฯลฯ เช็ดโต๊ะให้สะอาด สามีจะได้รู้สึกเหมือนกลับสู่สวรรค์ที่ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

เตรียมความพร้อมของลูกๆ
ล้างมือล้างหน้าของลูก หวีผมให้ลูก และถ้าจำเป็นก็เปลี่ยนชุดให้ลูกด้วย

กำจัดเสียงหนวกหู
อย่าให้มีเสียงเครื่องซักผ้า เครื่องล้างจานหรือเครื่องดูดฝุ่น บอกลูกๆ ว่าอย่าส่งเสียงดัง ต้อนรับสามีด้วยยิ้มที่อบอุ่นและจงแสดงความดีใจที่ได้เจอเขา

สิ่งที่ไม่ควรทำ
อย่าทักทายเขาด้วยการพูดถึงปัญหาหรือพร่ำบ่น อย่าบ่นถ้าเขากลับบ้านช้า ให้มองว่ามันเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาต้องเจอมาทั้งวัน

ช่วยให้เขาผ่อนคลาย
ให้เขาได้นั่งเก้าอี้นุ่มๆ หรือบอกให้เขาไปนอนเล่นบนเตียงก็ได้ เตรียมเครื่องดื่มอุ่นๆ หรือเย็นๆ ไว้ให้พร้อม จัดหมอนให้เข้าที่และเสนอว่าจะช่วยถอดรองเท้าให้เขา พูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้ม นุ่ม ปลอบประโลม และน่าฟัง

ฟังเรื่องที่เขาเล่า
คุณอาจมีเรื่องอยากบอก แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ จงให้เขาได้พูดก่อน

ให้ค่ำคืนนี้เป็นของเขา
อย่าบ่นถ้าเขาไม่ได้พาคุณออกไปกินข้าวนอกบ้าน แต่จงพยายามเข้าใจโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยความเครียดและความกดดันที่เขาต้องประสบมา

เป้าหมาย
จงพยายามทำให้บ้านเป็นที่แห่งความผาสุขที่สามีของคุณจะกลับมาชาร์จแบตทั้งทางร่างกายและจิตใจ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Image Magazine 10 Tips To Look After Your Husband From A 1950s Schoolbook Is Exactly What Your Marriage Has Been Missing 

เกินดีกว่าขาด

20191210

แต่บางครั้งขาดก็ดีกว่าเกิน

ต้มมาม่า – ถ้าเติมเครื่องปรุงแล้วน้ำน้อยเกินไป ยังเติมน้ำเพิ่มได้ แต่ถ้าน้ำเยอะเกินไป มาม่าชามนั้นก็จะไม่อร่อยไปเลย

สั่งก๋วยเตี๋ยว – ถ้าใส่เครื่องปรุงน้อยเกินไปก็ยังเติมเพิ่มได้ ถ้าใส่เยอะเกินไปก็จะต้องกินก๋วยเตี๋ยวชามนั้นอย่างทรมาน

จองห้องจัดงานเลี้ยงปาร์ตี้ – ถ้าแจ้งที่นั่งไว้น้อยเกินไปยังขอเพิ่มจำนวนคนทีหลังได้ แต่ถ้าจองไว้เยอะเกินไป มาขอลดจำนวนคนทีหลังโรงแรมมักจะไม่ยอม

ต่อรองราคาเวลาซื้อของ – ถ้าเราเสนอราคาน้อยเกินไปเขาจะต่อให้สูงขึ้นเอง แต่ถ้าเราเสนอราคาสูงเกินไปตั้งแต่แรกก็เข้าทางเขาทันที

เกินดีกว่าขาด แต่บางครั้งขาดก็ดีกว่าเกิน

ขอให้เราประเมินให้ถูกว่าสถานการณ์ไหนควรขาด สถานการณ์ไหนควรเกินครับ

ดินสอทู่ๆ ทำให้คิดอะไรไม่ค่อยออก

20191208

โต๊ะรกๆ ทำให้วันทำงานดูสับสนวุ่นวาย

กระเป๋าตังค์ที่เต็มไปด้วยสลิปทำให้วิตกกังวลเรื่องการเงิน

ตู้ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าทำให้รู้สึกว่าไม่มีเสื้อใส่

บางที “อาการ” ก็ใหญ่เกินกว่าต้นเหตุ

ปรับที่เหตุเพียงนิดเดียว ก็อาจช่วยคลี่คลายได้ไม่น้อยแล้วครับ