บางทีเราอาจต้องคิดแบบ Oliver Burkeman ผู้เขียนหนังสือ Four Thousand Weeks ที่บอกว่าเราควรเลิกรอให้ถึงวันที่เรา “เอาอยู่ทุกอย่าง” ถึงจะค่อยเริ่มทำสิ่งที่เรารัก
เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้ฟังพ็อดแคสต์ The Diary Of A CEO ที่ Steven Bartlett สัมภาษณ์ Annie Jacobsen นักข่าวสืบสวนสอบสวน (investigative journalist) ที่เขียนหนังสือมาหลายเล่มเกี่ยวกับองค์กรสำคัญในอเมริกาอย่าง CIA และ The Pentagon
หนังสือเล่มล่าสุดของ Jacobsen มีชื่อว่า Nuclear War: A Scenario ตีพิมพ์เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2024
Jacobsen ได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกามากมาย ทั้งผู้ออกแบบระเบิดนิวเคลียร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (Secretaries of Defense) อดีตผู้คุมเรือดำน้ำระเบิดนิวเคลียร์ (Nuclear Submarine Commander) และอดีตหน่วยอารักขาบุคคลสำคัญ (The Secret Service)
เคยเกิดเหตุการณ์ฉิวเฉียดที่จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นหลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่นในปี 1979 ที่ศูนย์บัญชาการพบว่าโซเวียตยิงขีปนาวุธใส่อเมริกา เจ้าหน้าที่เตรียมจะแจ้งประธานาธิบดี Jimmy Carter อยู่แล้ว แต่หยุดไว้ทันเพราะพบว่าเป็นความเข้าใจผิด เหตุเกิดจากมีคนใส่ม้วนวีดีโอ VHS ลงไปในเครื่อง ซึ่งวีดีโอนั้นเป็น simulated war game หรือภาพจำลองสงครามว่าโซเวียตกำลังโจมตีสหรัฐด้วยระเบิดนิวเคลียร์อยู่ ซึ่งภาพนั้นก็เหมือนจริงจนเจ้าหน้าที่ในศูนย์บัญชาการเชื่อและเกือบจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
เมื่อเดือนสิงหาคม 2022 นาย António Guterres เลขาธิการ UN ได้กล่าวว่า “Humanity is just one misunderstanding, one miscalculation away from nuclear annihilation.” หากเกิดการเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียว หรือคำนวณพลาดเพียงครั้งเดียว มนุษยชาติก็อาจดับสูญ
จะมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ถือกระเป๋าหนังสีดำเดินติดตามประธานาธิบดีอยู่ตลอด ในกระเป๋าใบนั้นมีสิ่งที่เรียกว่า the nuclear Football [ถ้าลองกูเกิลคำนี้ก็จะเห็นว่ากระเป๋าที่ใส่นิวเคลียร์ฟุตบอลมีความคล้ายกระเป๋านักเรียนที่เราเคยใช้ตอนเด็กๆ แต่เราจะไม่เห็นภาพของสิ่งที่อยู่ในกระเป๋า ผมก็เลยไม่แน่ใจเหมือนกันว่านิวเคลียร์ฟุตบอลหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เดาว่าน่าจะคล้ายกับลูกอเมริกันฟุตบอลมากกว่าลูกฟุตบอลกลมๆ ที่เราคุ้นเคย]
ใน nuclear Football จะมีระบบให้ประธานาธิบดียืนยันตัวตน และมีสิ่งที่เรียกว่า the Black Book
เมื่อประธานาธิบดีตัดสินใจแล้วจึงใส่ passcode และคำสั่งก็จะถูกส่งไปที่ National Military Command Center ซึ่งเป็นบังเกอร์ใต้ The Pentagon ที่ตั้งของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ เพื่อทำการปล่อย ICBM ตามคำสั่งของประธานาธิบดี
เมื่อประธานาธิบดีสั่งการเรียบร้อย หากทางการยืนยันว่าขีปนาวุธจากศัตรูจะยิงมาในพื้นที่ที่ประธานาธิบดีอาศัยอยู่ หน่วยอารักขาจะพาประธานาธิบดีขึ้น Marine One ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์ประจำตำแหน่ง เพื่อหนีไปให้ไกลที่สุดจาก Ground Zero หรือจุดที่ระเบิดนิวเคลียร์จะตกลงมา
Nikita Khrushchev (นิกิต้า ครุซชอฟ) เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียต เคยกล่าวไว้ว่า “After the nuclear war, the survivors will envy the dead.” เมื่อสงครามนิวเคลียร์เสร็จสิ้น คนเป็นจะอิจฉาคนตาย
แต่ในปี 1983 ช่อง ABC ได้สร้างหนังชื่อ The Day After ที่ประชาชนในอเมริการวมถึงเรแกนได้รับชมถึง 100 ล้านคน เท่ากับครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรในปีนั้น
The Day After เล่าถึงสงครามนิวเคลียร์ระหว่างอเมริกากับโซเวียตว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เมื่อเรแกนได้ดูหนังจบ เรแกนบอกว่าเขา depressed อยู่หลายวัน ก่อนที่จะติดต่อมิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำของสหภาพโซเวียต และจัดประชุม Reykjavík Summit ในไอซ์แลนด์ เพื่อพูดคุยเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์
ผู้นำทั้งสองชาติออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า “A nuclear war cannot be won and must never be fought.”
ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ผมชอบคำที่ Brian Klaas เขียนเอาไว้ในหนังสือ Fluke ว่า “We control nothing, but we influence everything.” เราไม่อาจควบคุมอะไรได้ แต่สิ่งที่เราทำก็มีผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้
ว่ากันว่าเวลาคือตัวกรองที่ทรงพลังที่สุด – Time is the greatest filter.
Paulo Coelho ผู้เขียน The Alchemist จึงบอกว่า เวลาพบเจอหรืออ่านเจออะไร ไม่จำเป็นต้องไปจดบันทึกให้มากมาย เพราะอะไรที่สำคัญจะยังคงอยู่ ส่วนอะไรที่ไม่สำคัญจะจางหายไปเอง