กัดฟัน 10 นาที

งานชิ้นใหญ่ที่ยากและลำบาก เรามักจะหลีกเลี่ยงและหันไปทำงานอื่นแทนเพื่อลดความรู้สึกผิด

แต่นกกระจอกเทศที่เอาหัวมุดดินไม่อาจหนีพ้นจากสิงโตไปได้

ดังนั้น ถ้าเจองานที่ไม่อยากทำ แต่รู้ว่ายังไงก็ต้องทำ ให้สัญญากับตัวเองว่าเราจะเริ่มทำวันนี้ ณ เวลานี้ และบอกกับตัวเองว่าจะทำแค่ 10 นาทีเท่านั้น ถ้าครบสิบนาทีแล้วมันทรมานนัก เราก็จะไม่ทำต่อ

แต่สิ่งที่เรามักจะเจอ ก็คือเมื่อผ่านสิบนาทีแรกไปแล้ว เราจะไปต่อได้เองเหมือนรถที่เครื่องติดแล้ว

ลองดูงานใน To Do List ว่างานชิ้นไหนที่เราผัดผ่อนมานานแล้ว

หยิบมันขึ้นมา แล้วบอกตัวเองว่า จะกัดฟันทำแค่ 10 นาทีครับ

อยากได้อะไร ก็จงให้สิ่งนั้น

อยากได้โอกาส ก็จงให้โอกาส

อยากได้ความสุข ก็จงให้ความสุข

อยากได้ความรู้ ก็จงให้ความรู้

อยากได้ความรัก ก็จงให้ความรัก

อยากได้อิสรภาพ ก็จงให้อิสรภาพ

“There is a wonderful, almost mystical, law of nature that says three of the things we want most — happiness, freedom, and peace of mind — are always attained when we give them to others. Give it away to get it back.”
-Basketball coach John Wooden, winner of 10 championships

เรากับเขานั้นเชื่อมโยงกัน มนุษย์ต้องพึ่งพากันมาแต่ไหนแต่ไร เราไม่อาจทำให้ตัวเองดีขึ้นได้ด้วยการทำให้คนอื่นแย่ลง และเมื่อเราทำให้คนอื่นดีขึ้น เราก็จะดีขึ้นอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน

อยากได้อะไร ก็จงให้สิ่งนั้น

แล้วมันจะกลับมาหาเราในที่สุดครับ

ข้างในสว่างข้างนอกจะงดงาม

เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นผ่านตัวกรองที่เรียกว่า “ตัวเรา” ทั้งนั้น

ถ้าแว่นตาขุ่นมัว มองอะไรก็ไม่ชัด

ถ้าแว่นตาใสแจ๋ว มองอะไรก็แจ่มแจ้ง

โลกมันก็เป็นของมันอย่างนี้ มีทั้งสุขและทุกข์มาแต่ไหนแต่ไร

มองให้ร้ายมันก็ร้าย มองให้ดีมันก็ดี

มองตามความเป็นจริง ก็ไม่มีอะไรร้าย ไม่มีอะไรดี

มีแต่สถานการณ์ที่เราต้องรับมือให้สมฐานะมนุษย์ที่มีสติปัญญาครับ

โชคดี 4 ประเภท

1. โชคดีเพราะฟลุค อารมณ์เหมือนคนถูกหวย เป็นโชคดีที่นานๆ เกิดสักครั้งและควบคุมไม่ได้


2. โชคดีเพราะความขยัน เมื่อได้ลองทำอะไรหลายอย่าง ค้นหาไม่มีหยุด มันก็เป็นการเพิ่มความน่าจะเป็นให้ตัวเองได้ค้นพบความโชคดี


3. โชคดีเพราะตาแหลมคม ทำให้มองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น เข้าสู่เกมก่อนที่คนอื่นจะไหวตัว เดินออกจากเกมก่อนที่ตลาดจะลง


4. โชคดีที่เพราะเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ตัวเราดึงดูดความโชคดี ถ้าให้ยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดหน่อย สมมติว่าเราเก่งที่สุดในโลกเรื่องการดำน้ำลึก แล้วบังเอิญมีใครสักคนไปเจอเรือมหาสมบัติที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล เขาก็จะมาติดต่อเราให้ไปช่วยและจ่ายค่าตอบแทนให้เราอย่างงาม สังเกตว่าโชคดีของคนคนนั้นกลายมาเป็นโชคดีของเราไปด้วย เป็นความโชคดีที่ไม่ได้มาแบบฟลุคๆ


โชคดีในแบบที่สี่นั้นไม่ค่อยมีคนพูดถึง เพราะทำได้ยาก แต่สร้างคุณค่าได้อย่างยาวนาน


เราจึงควรหาให้เจอว่าจะสร้างจุดเด่นขึ้นมาอย่างไรเพื่อจะได้เป็น “ตัวนำโชค” ให้ตัวเองครับ


—–


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ The Almanack of Naval Ravikant

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ยังตอบไม่ได้ว่าตัวเองชอบอะไร

ไม่ต้องร้อนใจ ใครๆ ก็ต้องผ่านช่วงเวลานี้ มันเป็นคำถามที่อาจต้องใช้เวลาตอบเป็นสิบปี

ระหว่างที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ลองตั้งต้นด้วยคำถามที่ง่ายกว่า นั่นก็คือ เราไม่ชอบอะไร?

แล้วใช้สติปัญญาและความกล้าหาญค่อยๆ ลดทอนสิ่งที่เราไม่ต้องการ

ถ้ารู้ว่าไม่ชอบงานแบบนี้ ก็หาวิธีทุ่นแรง หาคนอื่นทำแทน หรือหางานแบบอื่นทำ

ถ้าเพื่อนคนไหนเอาแต่เรื่องปวดหัวหรือน่าเบื่อมาให้ ก็สุงสิงกับเขาให้น้อยลง

ถ้าไม่ชอบตัวเองหลังนอนไถฟีดนานๆ ก็ลดเวลาการเล่นมือถือ

เมื่อเอาของที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต ก็จะเกิดที่ว่างขึ้นมา

ซึ่งที่ว่างนั้นจะเปิดโอกาสให้เราได้เข้าใกล้สิ่งที่เราต้องการมากขึ้นครับ