ความกลัวเป็นเรื่องดี

20190711_fearisgood

เพราะมันบอกว่าเราต้องทำอะไร

“Fear is good…Fear tells us what we have to do”
-Steven Pressfield

อะไรที่เราไม่กลัว มันมักจะไม่มีคุณค่ามากนัก เพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำได้อยู่แล้ว เข้าข่าย low risk / low return

แต่อะไรที่เรากลัว นั่นคือสิ่งที่ลึกๆ แล้วใจเราอยาก และรู้ว่าถ้าทำได้เราจะแฮปปี้กับตัวเองมากๆ เข้าข่าย high risk / high return

แต่เพราะว่ามัน high risk เราก็เลยกลัวว่าจะล้มเหลว กลัวจะผิดหวัง เราเลยเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่งที่จะทำสิ่งนั้นเสมอมา

กลัวลงมาราธอนแล้วจะวิ่งไม่จบ

กลัวเปิดบล็อกแล้วจะไม่มีคนอ่าน

กลัวว่าถ้ารับงานยากๆ แล้วจะทำไม่ได้

คนที่สำเร็จไม่ใช่คนที่ไม่กลัว แต่เป็นคนที่กลัวแล้วแต่ก็ยังทำมันอยู่ดี ทำไปกลัวไป

Fear is good. Fear tells us what we have to do

ความกลัวคือสัญญาณว่ามันคือสิ่งที่เราต้องการ มันคือสิ่งที่เราควรทำ

ใช้ความกลัวเป็นดาวเหนือนำทางเราได้เลยนะครับ

อย่าลืมลับขวาน

20190711_saw

หนังสือ 7 Habits of Highly Effective People ของ Stephen Covey ถือเป็นหนังสือ How-to ขึ้นหิ้งที่มีคนอ่านไปแล้วหลายสิบล้านคน

Habit ที่ผมรู้สึกว่ามีคนพูดถึงน้อยที่สุดคือ Habit สุดท้าย – Sharpen the saw หรือการหยุดและทบทวนสิ่งที่เราทำว่ามันดีแล้วจริงรึเปล่า

เพราะเราใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ แค่จะทำงานให้เสร็จก็เต็มกลืนแล้ว เวลาว่างที่เหลือน้อยนิดเราก็เอาแต่จ้องจอ ผลที่ตามมาก็คือเราใช้ขวานเล่มเดิมตัดฟืนท่อนแล้วท่อนเล่าจนขวานบิ่น แต่เราก็ไม่เคยหยุดลับขวาน

เหมือนชายฉกรรจ์สี่คนลากเกวียนเดินทางไกลอย่างทุลักทุเลเพราะเกวียนนั้นใช้ล้อทรงสี่เหลี่ยมทั้งหมด พอมีคนผ่านมาแล้วทักว่าทำไมไม่เปลี่ยนล้อเป็นทรงกลม ชายฉกรรจ์กลับบอกว่าพวกเขากำลังรีบ ไม่มีเวลาเปลี่ยนล้อหรอก

เรากำลังใช้ล้อสี่เหลี่ยมในการเดินทาง เรากำลังใช้ขวานบิ่นๆ ในการทำงานอยู่รึเปล่า นี่คือสิ่งที่เราควรถามตัวเอง

เพราะปัญหาใหญ่ของคนทำงานไม่ใช่เราขยันไม่พอ แต่เราขยันเกินไป ขยันทำแต่สิ่งที่เราคุ้นเคย ขยันอย่างก้มหน้าก้มตาจนไม่เคยหยุดคิดว่าเราขยันถูกจุดและเราขยันอย่างฉลาดหรือเปล่า

หัดขี้เกียจเสียบ้าง ลดการกระทำ และเพิ่มการคิดให้มากขึ้นอีกนิด

จะได้ไม่ทู่ซี้ใช้ขวานบิ่นๆ ไปทั้งชีวิตครับ

อย่าสู้รบกับความจริง

20190709_fightreality

เพราะนั่นคือต้นเหตุแห่งความทุกข์ทั้งหมด

หรือจะพูดให้ถูกกว่านี้ ต้นเหตุแห่งความทุกข์คือความคาดหวังที่คลาดเคลื่อนจากความจริง

แฟนทิ้งไม่ได้ทำให้เราทุกข์ การที่เราไม่อยากให้แฟนทิ้งต่างหากที่ทำให้เราทุกข์

หุ้นตกไม่ได้ทำให้เราทุกข์ การที่เราอยากให้หุ้นไม่ตกต่างหากที่ทำให้เราทุกข์

เจ้านายด่าไม่ได้ทำให้เราทุกข์ การที่เราอยากให้เจ้านายไม่ด่าต่างหากที่ทำให้เราทุกข์

ดังนั้น ถ้าไม่อยากทุกข์ ก็ต้องหยุดอยาก

เข้าใจครับว่าพูดง่ายแต่ทำยาก

แต่อย่างน้อย ถ้าเราตระหนักได้ว่า ต้นเหตุแห่งความหงุดหงิด ความเครียด ความโศกเศร้าของเราทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นภายนอกเลย แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจเราล้วนๆ

เราก็จะเหมือนมีเกราะพิเศษที่พาเราฟันฝ่าชีวิตนี้ไปโดยไม่ตกม้าตายกลางทาง

สู้รบกับความจริง สู้ให้ตายยังไงก็ไม่ชนะ

สู้รบกับความคาดหวังในใจเรา อย่างน้อยยังพอมีลุ้นบ้าง

จบใหม่อย่าหางานสบาย

20190708_easywork

เพราะถ้าได้งานสบาย เราจะเก่งขึ้นช้ามาก

สุดท้ายเงินเดือนมันจะสะท้อนความสามารถของเราเสมอ ถ้าเราเก่งช้ากว่าคนอื่น มูลค่าของเราก็จะขึ้นช้ากว่าคนอื่นด้วยเช่นกัน

การได้งานสบายจึงเป็นเหมือนคำสาปอย่างหนึ่ง ใครรู้สึกว่ากำลังสบายเกินไป อาจต้องหาทางดิ้นให้หลุดจากคำสาปนั้นด้วยการหาทางเพิ่มคุณค่าให้งานที่ทำ ขอย้ายทีม หรือแม้กระทั่งย้ายบริษัท

คำแนะนำสำหรับเด็กจบใหม่คือ จงหางานที่หนักทำ งานที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ งานที่หมดวันแล้วหมดแรง แต่ใจลึกๆ ก็รู้ว่าเรามาถูกทางแล้ว

เพราะนี่คือช่วงอายุที่เรายังไม่มีภาระอะไร ยังมีพลังกายเต็มเปี่ยม คนอื่นยังยินดีให้โอกาสหากเราทำพลาด มันคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดที่จะทำงานหนักแล้ว

ส่วนงานสบายไว้แก่ๆ ค่อยทำก็ยังไม่สายครับ

สิบกิโลแรกยากกว่าแสนกิโลหลัง

20190707_firstten

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันครบรอบ 50 ปีการไปเยือนดวงจันทร์ของยานอะพอลโล 11

โลกกับดวงจันทร์นั้นห่างกัน 384,400 กิโลเมตร หรือ 40 เท่าของระยะทางกรุงเทพ-ลอนดอน ยานอะพอลโลใช้เวลาในการเดินทางเกือบ 103 ชั่วโมง

จรวดที่ส่งอะพอลโล 11 ไปดวงจันทร์นั้นมีชื่อว่า Saturn V ซึ่งมีเครื่องยนต์ 3 stage ด้วยกัน

Stage 1 มีเชื้อเพลิง 2 ล้านลิตร

Stage 2 มีเชื้อเพลง 1.3 ล้านลิตร

Stage 3 มีเชื้อเพลิง 0.3 ล้านลิตร

Stage 1+2 มีเชื้อเพลิงมากกว่า Stage 3 ประมาณ 11 เท่า แต่ถูกใช้หมดไปตั้งแต่ 9 นาทีแรกที่ออกเดินทาง

ส่วน Stage 3 ที่มีเชื้อเพลิงน้อยกว่าใครเพื่อนนั้น ถูกใช้งานสำหรับการเดินทางอีกหลายแสนกิโลมตรและร้อยชั่วโมงที่เหลือ

เหตุผลที่ช่วงแรกต้องใช้เชื้อเพลิงเยอะขนาดนั้น ก็เพราะว่ายานต้องพาตัวเองออกจากแรงโน้มถ่วงของโลกให้ได้

ผมว่าชีวิตคนเราก็ไม่ต่างกัน

สิบกิโลแรกยากกว่าแสนกิโลหลัง

ลองถามคนที่ไม่เคยออกกำลังกายแต่สุดท้ายกลับมาวิ่งมาราธอนได้ หรือคนที่ฐานะยากจนแต่สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นเศรษฐีได้ หรือสตาร์ทอัพที่เกือบเจ๊งในช่วงปีแรกแต่กลับมาเติบโตเป็น 10 เท่าในภายหลังได้

สิบกิโลแรกยากกว่าสิบกิโลถัดไป และล้านแรกนั้นยากกว่าล้านถัดไปเสมอ

เหตุเพราะช่วงแรกนั้นเรามีแรงโน้มถ่วงของอดีตฉุดรั้งเราไว้อยู่ เราจึงจำเป็นต้องออกแรงให้มากที่สุดเพื่อพาตัวเองออกจากแรงโน้มถ่วงนั้น

การพาตัวเองออกจากแรงโน้มถ่วงฟังแล้วดูเหนื่อยหนักก็จริง แต่ข่าวดีก็คือเมื่อผ่านจุดนั้นมาแล้ว การเดินทางอีกแสนกิโลที่เหลือก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไปครับ

—–
ขอบคุณภาพจาก Flickr: NASA on The Commons

ขอบคุณข้อมูลจาก Space.com NASA’s Mighty Saturn V Moon Rocket Explained (Infographic)