นิทานเม็ดทรายกับไข่มุก

20200102b

เด็กหนุ่มคนหนึ่งจบปริญญาตรีด้วยคะแนนดีเยี่ยม เขามั่นใจมากว่าจะต้องได้งานที่ตัวเองฝันไว้อย่างแน่นอน

แต่หลังจากได้ไปสัมภาษณ์กับหลายบริษัทที่ตัวเองหมายตาเอาไว้ เขากลับไม่ถูกเรียกให้เข้าไปเซ็นสัญญาเลยแม้แต่ที่เดียว

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ จึงไปเดินเล่นที่หาดทรายเผื่อจะคิดอะไรออก

เขาได้พบกับชายชราผู้หนึ่งที่อัธยาศัยดีและคุยกันถูกคอ ชายหนุ่มจึงเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง

ชายชราได้ยินดังนั้นจึงก้มลงหยิบทรายเม็ดหนึ่งขึ้นมาชู ก่อนที่จะปล่อยมันตกพื้น

“เอาล่ะพ่อหนุ่ม ช่วยเก็บทรายเม็ดเมื่อกี้ให้ลุงหน่อย”

“ผมจะไปหาเจอได้ไงล่ะครับลุง ทรายตรงนี้มีไม่รู้ตั้งกี่พันเม็ด แถมหน้าตาก็เหมือนกันหมดด้วย”

ชายชราไม่ว่าอะไร ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมา มันเป็นไข่มุกสีขาวนวลขนาดพอๆ กับลูกปัด แล้วเขาก็ปล่อยมันตกลงพื้น

“คราวนี้เธอเก็บไข่มุกให้ลุงได้มั้ย?”

“ก็แหงอยู่แล้วสิครับ ดูง่ายจะตายไป”

“ตอนนี้เธอคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร แต่จริงๆ แล้วเธอไม่ต่างอะไรกับเม็ดทรายนับร้อยนับพันบนชายหาดนี้ จงฝึกฝนและกวดขันตัวเองจนกว่าจะเป็นไข่มุกเถอะ แล้วเมื่อถึงวันนั้นใครๆ ก็ย่อมต้องการตัวเธอและหาเธอเจอได้อย่างง่ายดาย”

—–

ขอบคุณนิทานภาษาจีนจากไลน์

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

ไม่มีมีดด้ามไหนที่ลับแล้วไม่คม

20200102

สมองของมนุษย์เรามีคุณสมบัติที่เรียกว่า neuroplasticity

neuro = เกี่ยวกับระบบประสาท

plasticity = ยืดหยุ่นปรับรูปโฉมได้เหมือนพลาสติก

หมายความว่าสมองของเราปรับเปลี่ยนได้ตลอดชีวิต

ถ้าคิดว่าเราแก่เกินไปที่จะหัดเขียนโปรแกรม ให้รู้ว่าคุณมาซาโกะ วากายิมะจากโตเกียวสร้างแอปไอโฟนตอนสิริอายุรวม 81 ปี

ถ้าคิดว่าเด็กเกินไปที่จะสร้าง impact ได้ ให้รู้ว่า Youtuber ที่รายได้มากที่สุดในปีนี้เป็นเด็กอายุ 8 ขวบชื่อ Ryan Kaji จากรัฐเท็กซัส

ถ้าคิดว่าเราอ้วนเกินไปที่จะออกกำลังกาย ให้รู้ว่านักวิ่งมาราธอนหลายคนเคยน้ำหนักเกินร้อยกิโลมาก่อน

ถึงอ้วนก็ออกกำลังกายได้ ถึงไม่เก่งก็ฝึกฝนได้ ถึงไม่รู้ก็ศึกษาได้

สมองคนเรานั้นมหัศจรรย์ ร่างกายคนเราก็มหัศจรรย์ และใจคนเราก็มหัศจรรย์ จงอย่าปล่อยให้ความมหัศจรรรย์นี้สูญเปล่า

ไม่มีมีดด้ามไหนที่ลับแล้วไม่คม

คำถามคือเราได้ลงมือลับมีดบ้างแล้วหรือเปล่า

หรือเรายังมัวแต่ถกเถียง วางแผน ซื้ออุปกรณ์ และทำอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมดยกเว้นการลับมีด

ปีใหม่ 2563 นี้ ขอให้ทุกคนเริ่มลับมีดของตน

และถ้าไม่เลิกล้ม มีดนี้จะคมกริบก่อนปี 2564 จะมาถึงแน่นอน

—–

ขอบคุณข้อความจากโรงเรียนโพหัก”วงศ์สมบูรณ์ราษฎร์อุปถัมภ์” จ.ราชบุรี

 

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมเดินทางถึงนายอินทร์ ซีเอ็ด และ B2S แล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

ปีใหม่นี้ขอให้มีความกล้าหาญ

20200101

ปีใหม่นี้ขอให้มีความกล้าหาญ

เย็นย่ำของวันแรกแห่งปี 2563 เชื่อว่าหลายท่านคงตั้งปณิธานปีใหม่หรือ New Year Resolutions ไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบตั้งเป้าหมายเท่าไหร่นัก แต่จะเลือก “ธีม” ประจำปีแทน

ธีมประจำตัวของผมในปีที่ผ่านมาคือ “ความต่อเนื่อง” หรือ Continuity/Consistency ทำอะไรก็จงทำให้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะซ้อมวิ่ง อ่านหนังสือ หรือเขียนบล็อก

เพราะถ้าหยุดไปนานๆ แล้วมันมักต้องกลับไปเริ่มใหม่เสมอ

ซึ่งธีมความต่อเนื่องก็ช่วยเหลือผมได้พอสมควร ได้ซ้อมวิ่งจนวิ่งจบมาราธอน อ่านหนังสือจบมากกว่าปีก่อนๆ และคลี่คลายกับการเขียนบล็อกกว่าที่เคย

ขึ้นปีใหม่ ผมเลยขอเลือก “ความกล้า” – courage มาเป็นธีมประจำปี 2563

เพราะสำรวจตัวเองแล้วคิดว่า หากเรากล้าขึ้นอีกนิด ชีวิตน่าจะเรียบง่ายขึ้นและเหนื่อยน้อยลงกว่าเดิม

กล้าที่จะเข้าไปคุย

กล้าที่จะปฏิเสธ

กล้าที่จะไม่ตามกระแส

กล้าที่จะบอกความรู้สึกที่แท้จริง

กล้าที่จะบอกว่าเราไม่โอเค

กล้าที่จะไม่เอาใจทุกคน

กล้าที่จะพูดจาหวานๆ กับคนใกล้ตัว

กล้าที่จะบอกว่าเราไม่รู้

กล้าที่จะขอความช่วยเหลือ

กล้าที่จะขอโทษ

กล้าที่จะตัดบางสิ่งบางอย่างออกไปจากชีวิต

ความกล้าเหล่านี้ไม่ได้ก้องคำราม ไม่ประกาศศักดา แต่มันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้เที่ยงตรงมากขึ้นในห้วงขณะเล็กๆ (little moments) ที่เราต้องพบเจอตลอดทั้งวัน

หนึ่งวันเราอาจจะเจอโมเมนต์แบบนี้ 30 ครั้ง หนึ่งปีก็ 10,000 ครั้ง

ถ้าทั้ง 10,000 ครั้งนี้เราเลือกที่จะกล้ามากกว่าที่จะกลัว ผมเชื่อว่าชีวิตน่าจะแตกต่างไปจากเดิม

ปีใหม่นี้ขอให้มีความกล้าหาญครับ

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมเดินทางถึงนายอินทร์ ซีเอ็ด และ B2S แล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

รีวิว 5 เป้าหมายปี 2019

20191231

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2019 ผมตั้งเป้าหมายประจำปีเอาไว้ 5 ข้อด้วยกัน

เจริญสติ 1 นาที
อ่านหนังสือ 1 นาที
ออกกำลังกาย 1 นาที
วางแผนประจำวัน 1 นาที
เขียนบล็อก 1 นาที

แล้วทำทุกวัน

ผมรีวิวเป้าหมายตอนครบ 3 เดือน แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รีวิวอีกเลย วันนี้วันสิ้นปีแล้วเลยต้องสบตากับความจริงแล้วนำมาเล่าให้ฟังเสียหน่อย

เจริญสติ 1 นาที
ถือว่าปีนี้มีโอกาสเจริญสติมากกว่าปี 2018 อาจเป็นเพราะลูกโตขึ้น เลยมีเวลาส่วนตัวมากกว่าเดิมนิดหน่อย

รูปแบบการเจริญสติเปลี่ยนไป นั่งสมาธิน้อยลงแต่เน้นการเดินจงกรมและการขยับมือตามแนวหลวงพ่อเทียน รู้สึกว่าสมาธิแบบเคลื่อนไหวนั้นเหมาะกับจริตตนเองมากกว่า

ปีนี้ได้อ่านหนังสือธรรมะที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งในชีวิตคือหนังสือดวงตาแห่งชีวิตของท่านเขมานันทะ และได้ฟังหลวงพ่อปราโมทย์ผ่าน Spotify ตอนขับรถกลับบ้านเกือบทุกวันทำงาน

อ่านหนังสือ 1 นาที
ไม่ได้เก็บหลักฐานเอาไว้แต่เชื่อว่าปี 2019 น่าจะอ่านหนังสือจบได้มากกว่าปี 2018 หลักการคือให้เอาหนังสือเข้าห้องน้ำ ส่วนมือถือให้เอาไว้ที่อื่น หนังสือที่ดีที่สุดที่ได้อ่านในปีนี้คือ Why We Sleep ของ Matthew Walker ส่วนเล่มรองชนะเลิศคือ Brave New Work ของ Aaron Dignan

ผมเริ่มฟังหนังสือเสียงผ่าน Storytel ซึ่งถูกกว่า Audible ของ Amazaon เพราะจ่ายเหมาแค่เดือนละ 10 เหรียญแล้วจะฟังกี่เล่มก็ได้ แล้วก็ได้พบว่าการฟังหนังสือนี่ซึมซับอะไรไม่ค่อยได้มาก กลับไปรีวิวก็ไม่ได้ แต่ก็เหมาะกับหนังสือ Memoir เล่มหนาๆ ที่ถือไม่ไหวและอาจไม่มีกำลังใจอ่านจนจบ หนังสือสองเล่มหนาเตอะที่ผมฟังจบไปคือ Becoming ของ Michelle Obama และ Einstein ของ Walter Isaacson

ออกกำลังกาย 1 นาที
ช่วงครึ่งปีแรกสนุกสนานกับการออกกำลังกายวันละ 7 นาทีเกือบทุกเช้า ซึ่งเป็นไอเดียมากจากหนังสือ Make Time ของอดีตพนักงาน Google (แปลไทยชื่อหนังสือ “ยุ่งจริง! หรือแค่คิดไปเอง”) ส่วนครึ่งปีหลังใส่ใจการวิ่งมากขึ้นและจบมาราธอนแรกในชีวิตที่บางแสน

ได้ค้นพบว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการวิ่งของผมคือการ “สร้างความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง” กับการวิ่งเสียก่อน วิ่งไปเรื่อยๆ สบายๆ ไม่ต้องเร่งฝีเท้า ไม่ต้องเข้มงวดกับตารางซ้อม เมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง มันจะอยากออกมาซ้อมวิ่งเองโดยธรรมชาติ เพราะการวิ่งจะเป็นเพื่อนเรา มิใช่ยอดเขาให้พิชิต

วางแผนประจำวัน 1 นาที
วันไหนวางแผน วันนั้นจะไม่สะเปะสะปะ เวลาจะถูกใช้ไปอย่างมีสัมปชัญญะ ไม่เลี้ยวเข้า social media บ่อยเสียจนเรารังเกียจตัวเอง อีกอันหนึ่งที่เริ่มทำคือการเขียนบันทึกประจำวันลง notepad แล้วนานๆ ทีก็ส่งเข้าเมลตัวเองเพื่อเป็นการแบ็คอัพ วิธีนี้น่าจะทำให้เราเขียนได้อย่างต่อเนื่องและเก็บไว้ได้หลายสิบปีเพราะ notepad และอีเมลคงไม่หายไปไหนง่ายๆ

เขียนบล็อก 1 นาที
ความรู้สึกว่าจะต้องเขียนบล็อกทุกวันนั้นคลี่คลายลง ตอนไปญี่ปุ่นผมก็ไม่ได้เขียนบล็อก วันไหนไม่สบายหรือเหนื่อยมาทั้งวันก็อาจไม่ได้เขียนบล็อกเพราะให้ความสำคัญกับการนอนมากกว่า มีบางคราวที่ไปเขียนชดเชยเอาวันหลัง สำหรับปีนี้ถ้านับรวมบทความนี้ก็เขียนได้ 350 บทความ ไม่เพอร์เฟกต์แต่ก็พอใจ

บทความบางตอนได้เข้ามาอยู่ในหนังสือช้างกูอยู่ไหนที่วางแผงไปตอนคริสต์มาส หนังสือเล่มนี้อ่านยากกว่า Thank God It’s Mondayฯ แต่ก็ชวนให้ผู้อ่านได้ถามคำถามที่ลึกซึ้งกว่าเดิม แอบลุ้นเหมือนกันว่าปีหน้าเราจะพาข้อเขียนและมุมมองไปได้ลึกกว่านี้มั้ย

ปี 2020 ผมคงจะไม่มีเป้าหมาย แต่น่าจะมี “ธีม” ประจำปี ซึ่งผมจะมาเล่าให้ฟังในวันพรุ่งนี้ครับ

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมเดินทางถึงนายอินทร์ ซีเอ็ด และ B2S แล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room

รอคอยเนิ่นนานเพื่อความสุขที่สั้นนิดเดียว

20191230

เมื่อครั้งที่ผมได้ไปเที่ยว เที่ยว Universal Studios Japan ที่ ที่โอซาก้า เครื่องเล่นหนึ่งที่คนต่อคิวยาวที่สุดคือ Flying Dinosaur

โชคดีผมถือบัตร Express Pass เลยได้เข้าคิวด่วนพิเศษ

เครื่องเล่นสนุกมาก หวาดเสียวมาก เวียนหัวมาก และใช้เวลาเล่นแค่ 2 นาทีเท่านั้น ถ้าเล่นยาวกว่านี้มีโอกาสอาเจียนได้ง่ายๆ

เดินลงมาจากเครื่องผมก็ยังเห็นคนต่อคิวยาวเป็นหางว่าว คนหลายร้อยต้องเข้าคิว 2 ชั่วโมงเพื่อความสนุกแค่ 2 นาที

อีกเครื่องเล่นหนึ่งที่คิวค่อนข้างยาวเหมือนกันคือ Jaws ที่พาเรานั่งเรือเผชิญปลาฉลาม ผมยกให้เป็นเครื่องเล่นที่น่าผิดหวังที่สุดของ USJ ขนาดผมไม่ต้องต่อคิวยังรู้สึกว่าเสียเวลา ไม่รู้ว่าคนที่รอคิวเป็นชั่วโมงจะรู้สึกอย่างไร

ผมว่าสิ่งที่เจอในสวนสนุกมันเป็นภาพสะท้อนที่ดีของชีวิตคนเรานะครับ

เราเรียนหลายสิบปีเพื่อจะได้ใบปริญญา

เราจีบหญิงเนิ่นนานเพื่อจะได้จับมือเธอครั้งแรก

เราทำงานจนผมหงอกกว่าเงินเดือนจะแตะหกหลัก

เรามียอดเขาที่เราอยากปีนขึ้นไปให้ถึง จินตนาการเอาไว้ว่าบนยอดต้องสวยน่าดู เราจึงบุกป่าฝ่าดงหกล้มเป็นแผล ใช้เวลาเดินทางข้ามวันข้ามคืนเพื่อจะได้ขึ้นไปชมวิว

บางครั้งวิวก็สวยจับตา แต่บางคราก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า “แค่นี้เองเหรอ”

ได้ชมวิวเพียงไม่นาน ก็ถึงเวลาต้องเดินลงเสียแล้ว

เมื่อการรอคอย+การเดินทางมันเนิ่นนาน ส่วนช่วงเวลาแห่งความยินดีปรีดานั้นแสนสั้น ผมจึงได้ข้อคิดสองอย่าง

หนึ่งคือเมคชัวร์ว่าเขาลูกนี้คือเขาที่เราอยากปีนจริงๆ เพราะเราไม่มีเวลามากพอที่จะปีนทุกเขา อย่าเฮโลขึ้นเขาลูกนี้เพียงเพราะคนขึ้นกันเยอะ

สองคือจงสนุกไปกับการเดินทาง จะดีหรือจะร้ายก็จงแนบแน่นและดื่มด่ำไปกับมัน

เพราะความสุขตอนพิชิตยอดเขานั้นสั้นเหลือเกิน

—–

“Elephant in the Room ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมเดินทางถึงนายอินทร์ ซีเอ็ด และ B2S แล้ว อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room