โรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

Slide4

แต่เขาก็ก่ออิฐกันทุกชั่วโมงนะ

ทำงานใหญ่ ย่อมต้องใช้เวลา ต้องมีความอดทน ต้องเป็นคนที่รอได้

แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องทำอย่างไม่หยุดหย่อน ทำอย่างไม่ยอมแพ้ ทำแม้จะน่าเบื่อขนาดไหน

การสร้างมหาวิหารหรืออาณาจักร แม้จะฟังดูยิ่งใหญ่ แต่เนื้องานจริงๆ มันก็คือการก่ออิฐดีๆ นี่เอง

ผมเองมีหนังสือออกมาแล้วสองเล่ม

แต่ก่อนจะเป็นหนังสือแต่ละเล่ม มันเคยเป็นบทความมาก่อน

ก่อนจะเป็นบทความ มันเคยเป็นย่อหน้ามาก่อน

ก่อนจะเป็นย่อหน้า มันเคยเป็นประโยคมาก่อน

ก่อนจะเป็นประโยค มันเคยเป็นคำมาก่อน

และก่อนจะเป็นคำได้ มันเคยเป็นไอเดียมาก่อน

ไอเดียแต่ละไอเดีย ประโยคแต่ละประโยค คืออิฐที่ก่อขึ้นทุกวัน จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน

“Rome wasn’t built in a day, but they were laying bricks every hour.”
-James Clear

ก่ออิฐ โบกปูน ทาสี มือต้องเปรอะ ตัวต้องเปื้อน ไม่มีอะไรสวยหรูเลยแม้แต่นิด

แต่เมื่องานเสร็จ ผลที่ออกมาย่อมจะทำให้เราภูมิใจได้แน่นอน

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

3 จุดร่วมของคนสำเร็จ

Slide5

1. คิดแล้วทำ

ความคิดและการกระทำมันออกมาได้ 4 หน้า

ไม่คิด ไม่ทำ ก็ช่วยอะไรไม่ได้

คิดแต่ไม่ทำ ก็เสียของ

ทำแบบไม่คิด ก็อันตราย

คิดแล้วทำ คือจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ

2. ทบทวนตน

หรือภาษาพระที่เรียกว่าวิมังสา

เราไม่ค่อยอยากทบทวนตัวเองเท่าไหร่ หนึ่งเพราะเราติดกับดักความเคยชิน สองเพราะการทบทวนมันเจ็บปวด ต้องสบตากับความบกพร่องของตัวเอง

พี่ต่อ ฟีโนมีน่าเคยบอกว่า ข้อผิดพลาดนั้นโคตรมีประโยชน์ เพราะถ้าเราเรียนรู้จากมันและไม่ทำผิดซ้ำ กราฟชีวิตของเราจะพุ่ง

3. ล้มแล้วลุก

กว่าจะขึ่จักรยานสองล้อได้ มีใครไม่เคยเข่าถลอกบ้าง

แล้วก็ต้องขอบคุณตัวเองที่แม้จะจักรยานล้มไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นตอนนี้เราก็คงยังขี่จักรยานไม่เป็น

ล้มแล้วเจ็บ คนเราเลยไม่อยากลุกเพราะกลัวจะเจ็บอีก ซึ่งนั่นแหละคือความแตกต่างระหว่างคนที่ครึ่งๆ กลางๆ กับคนที่ไปได้จนสุดทาง

คนสำเร็จกลางๆ จะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวเพราะไม่อยากเจ็บตัวและเจ็บใจ

คนสำเร็จสุดๆ จะไม่กลัวความล้มเหลว เพราะเข้าใจว่าถึงล้มก็แค่เข่าถลอก แต่ถ้าขี่จักรยานเป็นจะสบายไปอีกนาน

คิดแล้วทำ ทบทวนตน ล้มแล้วลุก

ทำสามอย่างนี้ได้ โอกาสสำเร็จก็เกิน 90% แล้วครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

โฟกัสคือการรู้ว่าจะเพิกเฉยกับเรื่องอะไร

Slide3

Focus is the art of knowing what to ignore.
-James Clear

เพราะหากเราไม่เรียนรู้ที่จะเพิกเฉย เราจะพยายามทำสิ่งที่กายหยาบมนุษย์ไม่สามารถรองรับได้

ถ้าเราดูทุกรายการที่เราอยากดู กินทุกอย่างที่เราอยากกิน ทำทุกอย่างที่เราอยากทำ เราจะเสียมากกว่าได้

ข้าวกินจานเดียวก็อิ่มแล้ว หนังสือดีๆ เล่มหนึ่งก็เพียงพอแล้ว ได้ทำสิ่งที่ใช่สัก 2-3 อย่างก็มีความสุขได้แล้ว

FOMO หรือ Fear of Missing Out คือโรคแห่งยุคสมัย หลายคนกลัวว่าจะพลาดสิ่งดีๆ แต่การที่เรามัวแต่ทำสิ่งดีๆ นี่แหละ ที่ทำให้เราไม่เหลือแรงและเวลาสำหรับสิ่งที่ดีที่สุด

ตัดสินใจว่าเรื่องอะไรที่เราจะสนใจ เรื่องอะไรที่เราจะเมินเฉย

ชีวิตจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปครับ

—-

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

2 คำถามเพื่อความ productive

20200309

คำถามแรกคือ “ต้องทำงานนี้จริงรึเปล่า”

เพราะต่อให้ทำงานได้เร็วแค่ไหน ก็ไม่มีทางเร็วไปกว่าการไม่ต้องทำงานชิ้นนั้นเลย

“No code is faster than no code.”
– Merb Motto @codewisdom

ลองสำรวจงานที่เราทำทั้งหมด อย่างน้อยมันต้องมีซัก 2-3 เรื่องที่เราทำเพราะมีคนทำมาตลอด โดยอาจไม่มีคนเคยหยุดถามว่ามันยังจำเป็นอยู่อีกหรือไม่

เช่นการประชุมบางอย่าง รายงานบางฉบับ หรือกระบวนการบางเรื่อง

คนที่ริเริ่มสิ่งเหล่านี้ เผลอๆ เขาอาจจะออกจากองค์กรไปแล้วด้วยซ้ำ

ถ้าถามตัวเองด้วยความกล้าหาญและความซื่อตรงแล้วพบว่ามันคือสิ่งที่ยังจำเป็นต้องทำอยู่ อีกหนึ่งคำถามที่เราควรถามก็คือ

“มันมีวิธีการอื่นที่จะทำงานนี้ให้ดีกว่าเดิม/ประหยัดเวลากว่าเดิมได้มั้ย?”

วิธีการที่เราทำอยู่ตอนนี้ยังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แค่เป็นวิธีที่เราชินที่สุดเท่านั้นเอง

แค่ถามสองคำถามนี้ให้เป็นนิสัย

“ต้องทำรึเปล่า”

“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ย”

ก็มากพอที่จะทำให้เรา productive ขึ้นได้อีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เข้านอนเร็วแล้วร่างกายจะขอบคุณเรา

Slide6

ช่วงนี้ผมโปรดปรานการได้นอนก่อนสี่ทุ่มมาก

เพราะผมจะตื่นตีสี่ตีห้าได้โดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก แถมยังรู้สึกสดชื่นไปตลอดวัน

ผิดกับการนอนหลังเที่ยงคืน แม้จะได้นอนจำนวนชั่วโมงเท่ากัน ก็ยังรู้สึกหัวตื้อๆ ไปทั้งวัน

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นหนึ่งใน productivity tip ที่หลายคนมองข้าม

พอนอนพอ อะไรๆ เราก็รู้สึกว่าทำได้

พอนอนไม่พอ อะไรๆ ก็รู้สึกว่าติดๆ ขัดๆ ไปหมด

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก คือเวลาที่เรานอนไม่พอนั้นภูมิคุ้มกันจะลดลงทันที

ในสถานการณ์ที่ COVID-19 กำลังระบาดอย่างนี้ เราควรทำทุกทางเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บป่วย

มานอนให้พอ ด้วยการนอนให้เร็ว

แล้วร่างกายจะขอบคุณเรา แล้วเราจะขอบคุณตัวเองครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer