ถ้าเรากำลังหงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย

20200613

แสดงว่าเราเป็นคนโชคดี

ในขณะที่เราหงุดหงิดกับเน็ตช้า ดราม่าในที่ทำงาน หรือผมที่ตัดมาสั้นเกินไป ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีเวลามาคิดเรื่องพวกนี้เพราะเขากำลังเผชิญกับปัญหาที่หนักหน่วงกว่า ไม่ว่าจะเรื่องหนี้สิน สุขภาพ และความเป็นอยู่เรื่องปากท้อง

ยิ่งชีวิตเราดีขึ้นแค่ไหน เราก็มีโอกาสที่จะหงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อยได้มากขึ้นเท่านั้น ราวกับความมั่งคั่งนั้นแปรผกผันกับภูมิคุ้มกันความทุกข์

เมื่อเราระลึกได้ว่าเรื่องที่เราหงุดหงิดนั้นไม่ได้มีแก่นสารอะไร และมีคนอีกมากที่อยากมาอยู่จุดที่เราอยู่ตรงนี้ เราก็อาจจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรามีมากขึ้น และไม่ถือสาหาความกับความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิตครับ

นิทานลาล่าเสือ

20200611b

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงไก่และลารวมกันไว้หลังบ้าน

วันหนึ่งเสือเดินผ่านมาเห็นลา เกิดอยากจะจับลากินเป็นอาหาร

ขณะที่มันซุ่มดูลาอยู่นั้น เจ้าไก่ก็ส่งเลี้ยงร้องขึ้นมา

เสือไม่เคยได้ยินเสียงไก่ขันมาก่อน มันจึงตกใจและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อลาเห็นเสือวิ่งหนีก็เกิดความลำพองใจ รีบวิ่งตามเสือไปทันที

ฝ่ายเสือเมื่อวิ่งไปได้สักครู่ก็หันกลับมามอง เห็นว่าเจ้าลาวิ่งตามมาถึงที่ก็ดีใจ กระโจนเข้าขย้ำลาและกินมันอย่างอิ่มหนำสำราญ

มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้สิ

20200611

วิธีการทำงานที่เรามีอยู่ตอนนี้ เราไม่ได้ทำเพราะว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่เราทำเพราะมันเป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ฝรั่งเรียกว่า status quo

การเปลี่ยน status quo นั้นเป็นเรื่องยาก เพราะเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เราไม่ชอบแรงเสียดทาน เราไม่ชอบความเสี่ยง เราจินตนาการไปว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดที่เรายังเห็นภาพไม่ค่อยชัด เราเลยยอมอยู่กับความเจ็บปวดแบบเดิมๆ ที่เราเคยชินและรู้จักดีอยู่แล้ว

แต่เกือบทุกอย่างมันดีขึ้นได้เสมอ แค่เราต้องหยุดก้มหน้าก้มตา เงยหน้า เดินถอยหลังออกมา เดินวนรอบๆ ปัญหา แล้วมองเข้ามาใหม่

มีไม่กี่คนที่ทำอย่างนี้ เพราะเราไม่อยากสร้างงานให้ตัวเองเพิ่ม ที่มีอยู่ก็ตึงมือพออยู่แล้ว เราเลยไม่อยากเพิ่มความไม่แน่นอนเข้ามาในชีวิตอีก

แต่ในความไม่แน่นอนนี่แหละที่ซ่อนความเป็นไปได้ใหม่ๆ ซ่อนความมีชีวิตชีวาของการทำงานเอาไว้

มันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้สิ

บอกตัวเองบ่อยๆ กล้าๆ หน่อย แล้วเราจะได้พบเรื่องดีงามครับ

สองอย่างที่เราไม่ควรประหยัด

20200610

คือฟูกที่นอนและเก้าอี้ทำงาน

เพราะเราใช้เวลากับสองอย่างนี้นับ 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือ 5,000 ชั่วโมงต่อปี

การนอนคือยาวิเศษ คือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดต่อการมีสุขภาพที่ดี ต่อให้กินดีและออกกำลังกายมากแค่ไหน ถ้านอนหลับไม่สนิทชีวิตก็ไม่สมบูรณ์

ส่วนเก้าอี้ทำงานที่เหมาะกับสรีระของร่างกายก็เป็นสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับหลายคน ใครทำงานบนเตียงจะรู้เลยว่ามันรู้สึกดีแค่ 15 นาทีแรกเท่านั้น

ช่วง work from home แฟนผมบ่นปวดไหล่ปวดคอทุกวัน จนกระทั่งผมตัดสินใจเก้าอี้ทำงานราคาเหยียบหมื่นมาใช้ เสียงบ่นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ฟูกที่นอนราคา 40,000 เก้าอี้ราคา 10,000 รวมแล้ว 50,000 เหมือนจะเป็นตัวเลขที่เยอะ แต่ที่นอนอยู่ได้เป็นสิบปี ส่วนเก้าอี้ก็อยู่ได้อย่างน้อย 3 ปี ยิ่งพอคำนึงถึงเวลาที่เราใช้งานปีละ 5000 ชั่วโมง ยังไงก็คุ้ม

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือเตียงนอนกับเก้าอี้ทำงานนั้นเป็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

เมื่อคนอื่นมองไม่เห็น มันก็เลยอวดใครไม่ได้

เมื่ออวดไม่ได้ สินค้าพวกนี้จึงไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ผู้ใช้งาน “ดูดี”

ของราคาแพงที่เราเห็นในตลาด มันแพงเพราะสองปัจจัย คือคุณภาพและความดูดี

กาแฟสตาร์บัคส์อาจจะคุณภาพปานกลาง แต่ความดูดีสูงมาก ราคาก็เลยสูง

แม็คบุ๊คคุณภาพสูง ความดูดีสูงมาก ราคาก็เลยสูงมากเช่นกัน

แต่เตียงนอนกับเก้าอี้ทำงานไม่มีปัจจัยเรื่องความดูดี เพราะเราใช้มันที่บ้าน “ราคา” ที่เราจ่ายจึงเป็นราคาเพื่อ “คุณภาพ” เกือบจะ 100%

ดังนั้นเราจึงไม่ควรเขียมกับสองสิ่งนี้ เลือกของที่ดี มีคุณภาพ เหมาะกับเรา และอยู่ในกำลังที่เราจะซื้อไหว

แล้วมันจะเป็นหนึ่งในการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ

ถ้าเรามองไม่เห็นคู่แข่ง

20200609

นั่นอาจตีความได้สามแบบ

หนึ่ง เราทิ้งคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

สอง เราแข่งกับตัวเอง

สาม เรามัวแต่ทะเลาะกันเอง

ถ้าตกข้อหนึ่งต้องถือว่าโชคดี แต่ก็ไม่ควรประมาท

ถ้าตกข้อสองก็เท่ แต่ชำเลืองเค้าไว้บ้างก็ไม่เสียหาย

ถ้าตกข้อสามก็น่าเป็นห่วงที่สุด ถ้าเรามัวแต่จับผิด เกี่ยงงาน แบ่งพรรคแบ่งพวก เราก็กำลังทำลายทรัพยากรที่มีค่าที่สุดคือปัญญา เวลา และคุณค่าของคนทำงานครับ