วันใหม่เริ่มต้นตอนสี่ทุ่ม

20160807_newday

ผมเคยอ่านหนังสือแปลเล่มหนึ่งจากญี่ปุ่น (น่าเสียดายที่จำชื่อไม่ได้แล้ว)

หนึ่งในชุดความคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ก็คือ แทนที่จะมองว่าวันของเราเริ่มต้นตอนตื่นนอน ให้มองว่าวันของเราเริ่มต้นตอนที่เรากำลังจะเข้านอน

ถ้าวันใหม่ของเราเริ่มต้นตอนสี่ทุ่มจริงๆ คุณจะเริ่มวันใหม่แบบไหน ระหว่าง

1. นอนไถเฟซบุ๊คดูเรื่องชาวบ้านไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็เลยเที่ยงคืนแล้ว

2. จดบันทึก มีเวลาได้อยู่นิ่งๆ กับตัวเอง เพื่อให้สมองได้เข้าสู่โหมดที่พร้อมจะนอนหลับ

ผมรู้สึกว่า ปัญหาที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น ไม่ได้เกิดจากการที่เราต้องตื่นเช้าเกินไป แต่เป็นเพราะว่าเรานอนดึกเกินไปต่างหาก

ถ้าการใช้บัตรเครดิต คือการเอาเงินจากอนาคตมาใช้

การนอนดึกเกินไป ก็คือการยืมเวลาจากอนาคต (วันพรุ่งนี้) มาใช้เหมือนกัน

จึงไม่แปลกอะไรที่ “บัญชีเวลา” ของเราจะติดลบเสมอ

ดังนั้น ถ้าลองคิดว่า “พรุ่งนี้” เริ่มต้นตอน “สี่ทุ่มของวันนี้”

เราก็จะใช้เวลาอย่างมีสติ ไม่สุรุ่ยสุร่าย

แล้วเราจะกลายเป็นหนึ่งในร้อยที่ไม่ได้ “ขาดดุลทางเวลา” เหมือนคนเมืองคนอื่นๆ ครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

วิธีง่ายๆ ที่จะได้เวลาคืนมา

20160805_getbacktime2

สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเพิ่งค้นพบ productivity hack ที่ง่ายดายและมีประสิทธิภาพมาก

คือเมื่อกลับถึงบ้านแล้วให้เอามือถือไปชาร์จไว้ไกลๆ สายตา

ทำให้ผมมีเวลาเล่นกับลูก คุยกับแฟน และอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเยอะเลย

ผมได้รู้แล้วว่าการเอาชนะ “ความอยากเล่นมือถือนั้น” เป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังใจสูงมาก

ยิ่งถ้ามือถือนั้นอยู่ใกล้ตัวเรา โอกาสชนะแทบจะเป็นศูนย์

วิธีที่ได้ผลกว่าคือเอามันไปวางไว้ในที่ที่เรามองไม่เห็น

พอมองไม่เห็น ก็จะไม่นึกถึง หรือนึกถึงแต่ขี้เกียจเดินไปหยิบ

ด้วยเทคนิคนี้ ทำให้ผมได้เวลาตอนเย็นเพิ่มขึ้นวันละ 30-60 นาที

และที่สำคัญมันช่วยให้ผมเข้านอนเร็วขึ้นและพักผ่อนเพียงพออีกด้วย

ลองเอาไปใช้ดูนะครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลก

20160804_bestfeeling

ความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลก

คือตอนที่ตื่นนอนมาตอนเช้าวันเสาร์ และรู้ว่ามีเวลาว่างสองวันเต็มๆ

สองวันที่ไม่ต้องไปทำงาน

สองวันที่จะได้สะสางเรื่องราวที่ค้างคา

สองวันที่จะได้ลองทำอะไรใหม่ๆ

สองวันที่จะใช้เวลากับคนที่เรารัก

สองวันที่อาจจะได้พบเพื่อนใหม่

สองวันที่จะเดินตามความฝัน

สองวันที่จะสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้


ความรู้สึกที่แย่ที่สุดในโลก

คือตอนที่กำลังจะเข้านอนในคืนวันอาทิตย์

และรู้ตัวว่าเราได้ใช้สองวันที่ผ่านมาไปโดยเปล่าประโยชน์

ไม่ได้สะสางเรื่องราวที่ค้างคา ไม่ได้เดินตามความฝัน

ไม่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ และไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไรให้ชีวิตเราเองเลย


ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Bhuvnish Mittal’s answer to What are the best and worst feelings in the world? 

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานลูกกตัญญู

20160803_good_boy

ชาวนาวัยชราคนหนึ่งอยู่ตัวคนเดียวที่รัฐไอดาโฮ

ฤดูปลูกมันฝรั่งใกล้เข้ามา แต่เขาไม่มีแรงที่จะพรวนดินด้วยตัวเอง ก่อนหน้านั้นเขายังมีลูกชายชื่อบั๊บบ้าคอยช่วยเขาทำไร่มาตลอด แต่ตอนนี้บั๊บบ้ากำลังติดอยู่ในคุก เขาจึงเขียนจดหมายไปหาลูกชาย

บั๊บบ้าลูกรัก

ปีนี้พ่อคงไม่ได้ปลูกมันฝรั่งเสียแล้ว พ่อแก่เกินไปที่จะพรวนดินทั้งแปลงด้วยตัวคนเดียว ถ้าลูกไม่ได้ติดคุกอยู่ ป่านนี้ลูกคงมาช่วยพ่อขุดดินจนเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว

คิดถึงลูกมาก
พ่อ

อีกไม่กี่วันให้หลัง ชาวนาก็ได้รับจดหมายจากลูกชาย

พ่อครับ

อย่าขุดดินเชียวนะพ่อ ผมฝังศพไว้ตรงนั้นหลายศพเลย

บั๊บบ้า

เช้ามืดวันต่อมา FBI ก็ยกกองกำลังมาขุดดินไปทั่วไร่ของชายชรา แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบศพ ตำรวจขอโทษขอโพยชาวนาก่อนจะเดินทางกลับไป

วันถัดมา ชาวนาก็ได้รับจดหมายอีกฉบับจากลูกชาย

พ่อครับ

ตอนนี้พ่อน่าจะเริ่มปลูกมันฝรั่งได้แล้วนะครับ ขอโทษที่ทำให้พ่อตกใจ แต่ด้วยสภาพของผมตอนนี้ นี่คือทางเดียวที่ผมพอจะช่วยพ่อได้ครับ

รักพ่อเสมอ
บั๊บบ้า


ขอบคุณนิทานจาก Sympathetic Vibratory Physics: Planting Season

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

จะเชื่อใครดี?

20160803_believe

“It’s impossible,” said pride.
“It’s risky,” said experience.
“It’s pointless,” said reason.
“Give it a try,” whispered the heart.

ความทะนงตนบอกว่า “มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
ประสบการณ์บอกว่า “มันเสี่ยงนะ”
เหตุผลบอกว่า “มันไร้ประโยชน์”
หัวใจกระซิบว่า “ลองทำดูเถอะ”

– Unknown


บางทีคนเราก็คิดเยอะ

ยิ่งคิดเยอะเท่าไหร่ โอกาสจะลงมือทำยิ่งน้อยลงเท่านั้น

เพราะเราจะมัวแต่ห่วงนั่นห่วงนี่ อยากรอให้มีเวลามากกว่านี้ / พร้อมกว่านี้ / มีเงินมากกว่านี้

สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว การลงมือ – take action จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ว่ามันยากอย่างที่เรากลัวรึเปล่า หรือผลลัพธ์มันดีอย่างที่เราหวังไว้รึเปล่า

ถ้าทำแล้วไม่ชอบ ก็จะได้รู้ แล้วไปทำอย่างอื่นต่อ

แต่ถ้าทำแล้วชอบ ก็จะได้ลงแรงให้มากขึ้นอีกหน่อย เพื่อค่อยๆ สร้างความมั่นใจ

ดังนั้นอย่ากลัวที่จะตัดสินใจ อย่ากลัวว่าเราจะผิด

เพราะชีวิตไม่ใช่ข้อสอบปรนัยที่มีคำตอบที่ถูกเพียงข้อเดียว

ในชีวิตจริง ไม่มีช้อยส์ไหนที่ถูกหรือผิด

มีแค่เหมาะหรือไม่เหมาะกับเราเท่านั้นเอง


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่