กฎ 90 วินาที

20161105_90sec

ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ หลังจากฟัง Tony Robbins ให้สัมภาษณ์ใน Tim Ferriss Show ก็ได้ไอเดียดีๆ มาแชร์หลายเรื่องเลย

วันนี้มาแชร์ไอเดียที่สองนะครับ

ชื่อว่ากฎ 90 วินาที

กฎนี้โทนี่เพิ่งใช้มาได้ไม่นาน แต่เขารู้สึกว่ามันทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เขาบอกว่าคนเรานั้น มีทางเลือกในการใช้ชีวิตอยู่สองแบบ

แบบแรกคืออยู่อย่างอมทุกข์ (state of suffering) ชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา อารมณ์ขุ่นมัว ตระหนี่ถี่เหนียว กังวลใจ โทษคนนั้นคนนี้

แบบที่สองคือดำเนินชีวิตด้วยความสำราญ (state of bliss) มองโลกในแง่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเมตตา มีสติ มีปัญญา พร้อมช่วยเหลือผู้อื่น

เป้าหมายของโทนี่ คือใช้ชีวิตในแต่ละวันด้วยความสุขสำราญให้มากที่สุด

นั่นคือที่มาของกฎ 90 วินาที

กฎข้อนี้กล่าวไว้ว่า เมื่อใดก็ตามที่เจอเรื่องที่ทำให้เราทุกข์หรือกังวลใจ อย่าปล่อยให้มันทำให้เราดำดิ่งเกินกว่า 90 วินาที

จงใช้เวลาหนึ่งนาทีครึ่งนั้นทุกข์เสียให้พอ จากนั้นก็วางมันลง ถอยออกมา แล้วดำเนินชีวิตต่อไป

เพราะชีวิตสั้นเกินกว่าที่จะมามัวทุกข์ใจอยู่ (Life is too short for suffering)

โดยคอนเซ็ปต์มันก็ดีทีเดียว แต่คำถามก็คือ มันจะทำได้จริงหรือ?

โทนี่ก็เลยสอนเทคนิคที่จะช่วยให้เราหลุดออกจากเรื่องทุกข์ใจได้ในเวลาไม่นานนัก

เราสามารถทดลองได้เลย ด้วยการนึกถึงเรื่องที่เรากำลังกังวลใจ เช่นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก หรือเรื่องที่รับปากไว้แล้วยังไม่มีเวลาได้ทำซักที

จากนั้น จงหลับตา เอามือสองข้างแนบลงกลางอก ให้รู้สึกได้ถึงหัวใจที่อยู่ข้างในนั้น

ให้รู้ว่าหัวใจของเรากำลังเต้นอยู่

หัวใจดวงนี้เราได้มาฟรีๆ เป็นของขวัญจากพระเจ้า (หรือธรรมชาติ) เป็นสิ่งที่แสนมหัศจรรย์เพราะมันทำให้เรามีชีวิต

หัวใจดวงนี้เต้นถึงวันละ 100,000 ครั้ง ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์

ลองหายใจลึกๆ แล้วจินตนาการว่าอากาศที่เราสูดเข้าไปกำลังหล่อเลี้ยงหัวใจดวงน้อยๆ นี้

จากนั้นก็นึกถึงเรื่องราวหนึ่งเรื่องที่เรารู้สึกขอบคุณ (one thing you feel grateful for) อาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนานแล้ว หรืออาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้ แล้วลองเอาตัวเองกลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง ให้รู้สึกว่าชีวิตตอนนั้นมันดีอย่างไร

เมื่อนึกได้เรื่องหนึ่งแล้ว ก็ให้นึกเรื่องที่สอง

เมื่อนึกเรื่องที่สองออกแล้ว ก็ให้นึกเรื่องที่สาม

เมื่อทบทวนเรื่องที่สร้างความสุขให้เราครบสามเรื่อง ก็ให้นึกย้อนกลับไปถึงปัญหาที่ทำให้เรากังวล

แล้วถามตัวเองว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ

โทนี่การันตีว่า ณ จุดๆ นี้ หัวใจจะมีคำตอบให้คุณ เพราะจิตใต้สำนึกจะรู้คำตอบอยู่แล้ว เราเพียงแต่ต้องพามันเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสมเท่านั้นเอง

ด้วยการระลึกถึงกฎ 90 วินาที และหัดเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่ลึกๆ ในใจ จะช่วยให้เราหลุดจากหล่มความมืดมนได้ในเวลาอันไม่นานนัก

ลองเอาไปใช้ดูนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก The Tim Ferriss Show: Tony Robbins – on Achievement versus Fulfillment

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

จะให้อะไรกำหนดชีวิตเรา

20161104_conditions

ช่วงนี้ผมกำลังฟังพ็อดคาสท์ของ Tim Ferriss (คนเขียน The 4-Hour Workweek) ที่สัมภาษณ์ Tony Robbins อยู่ ก็เลยได้ไอเดียดีๆ หลายอย่างมาแชร์ครับ

วันนี้มาแชร์ไอเดียแรกก่อน

โทนี่ รอบบิ้นส์บอกว่า

It’s decisions, not conditions, that shape your life

สิ่งที่จะกำหนดชีวิตเรา คือการตัดสินใจ ไม่ใช่สภาพแวดล้อม

เวลาที่ชีวิตเราไม่ราบรื่นดั่งใจ สิ่งแรกที่เราจะทำก่อนคือมองหา “แพะ”

แพะในที่นี้ก็คือคนอื่นหรือสภาพแวดล้อมรอบตัวเราที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้

เพื่อนร่วมงานไม่เก่ง เจ้านายไร้เหตุผล แฟนจุกจิก เศรษฐกิจไม่ดี อากาศไม่เป็นใจ การเมืองไม่นิ่ง ฯลฯ

แต่เรามักจะลืมไปว่า สิ่งที่กำหนดชีวิตเราจริงๆ ไม่ใช่สภาพแวดล้อม (Conditions) แต่เป็นสิ่งที่เราตัดสินใจที่จะทำ (Decisions) เมื่อเจอสภาวะเหล่านี้ต่างหาก

คนบางคนต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่แย่กว่าเราไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่การตัดสินใจของเขานำไปสู่การกระทำที่เหมาะสม จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จและมีความสุขได้

It’s decisions, not conditions, that shape your life

ก็ต้องถามตัวเองแล้วว่า เราจะปล่อยให้ตัวเองตกเป็นทาสของสภาพแวดล้อม

หรือเราจะเป็นนายของสภาพแวดล้อม ด้วยการตัดสินใจให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก The Tim Ferriss Show: Tony Robbins – on Achievement versus Fulfillment

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

นิทานหมอห้าร้อย

20161103_500doctor

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สมเจตน์เดินมาเจอคลินิคเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ติดป้ายว่า “รักษาทุกโรค 500 บาท รักษาไม่หายรับไปเลย 1000 บาท”

สมเจตน์เห็นว่านี่คือโอกาสทำกำไรด้วยการแกล้งป่วย จึงตรงปรี่เข้าไปในคลีนิคทันที

สมเจตน์ : หมอครับ ลิ้นผมมีปัญหา รับรสอะไรไม่ได้เลย

หมอ : คุณพยาบาล เอายาในกล่องที่ 20 หยอดให้คนไข้ทาน 3 หยดนะ

คนไข้ : ถุย! นี่มันน้ำมันเครื่องนี่หมอ!

หมอ : ยินดีด้วยครับ ลิ้นคุณเป็นปกติแล้ว ขอเก็บค่ารักษา 500 บาทนะครับ

สมเจตน์จ่ายเงิน 500 บาทและจากไปด้วยความโกรธ แต่อีก 3-4 วันก็กลับมาใหม่

คนไข้ : หมอครับ สมองผมมีปัญหา เด๋วนี้มันหลงๆ ลืมๆ จำอะไรไม่ได้เลย

หมอ : คุณพยาบาล เอายาในกล่องที่ 20 ให้คนไข้ทาน 3 หยดนะ

คนไข้ : เฮ้ย !! นั่นมันกล่องน้ำมันเครื่องนะหมอ

หมอ : ยินดีด้วยครับ สมองคุณมีความจำเป็นปกติแล้ว ขอเก็บค่ารักษา 500 บาทนะครับ

สมเจตน์เสียท่าอีกตามเคย สัปดาห์ถัดมา เขาจึงกลับไปที่คลินิคอีกครั้ง

คนไข้ : หมอครับ ตาผมแย่แล้ว ผมมองอะไรไม่ชัดเลย ตาผมกำลังจะบอดใช่ไหมหมอ

หมอนิ่งอยู่ซักพัก แล้วตอบว่า…

หมอ : ต้องขอโทษด้วยนะครับ เราไม่สามารถรักษาโรคตาได้ เดี๋ยวหมอจะให้เงินชดเชย 1000 บาท ตามสัญญานะครับ

สมเจตน์กระหยิ่มยิ้มย่อง แต่รอยยิ้มนั้นก็อันตรธานเมื่อได้รับเงินมา

คนไข้ : หมอครับ นี่มันแบงค์ 20 นี่ครับ

หมอ : ยินดีด้วยครับ ตาคุณเป็นปกติแล้ว ขอเก็บค่ารักษา 500 บาทนะครับ


ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานก้อม (ผู้เขียนได้ดัดแปลงเล็กน้อย)

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ถ้าประตูมันไม่เปิด

20161102_door

แสดงว่ามันอาจไม่ใช่ประตูของเราก็ได้

If it doesn’t open, it’s not your door.

– Anonymous

เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

แต่ความพยายามก็ไม่ได้นำพามาซึ่งความสำเร็จเสมอไป

งานบางบริษัทเราอาจพยายามสมัครมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้ซักครั้ง

ผู้หญิงบางคนเราอาจจะตามจีบมาไม่รู้กี่ปี แต่ก็ไม่ทำให้เธอใจอ่อน

การลงทุนบางอย่างเราอาจศึกษามานาน แต่ก็ยังขาดทุนอยู่

บางที เรื่องบางเรื่องอาจไม่เกี่ยวกับความพยายาม

เกี่ยวกับว่ามันเหมาะ หรือไม่เหมาะสำหรับเราเท่านั้นเอง

ไม่ได้จะบอกให้ยอมแพ้ง่ายๆ นะครับ

แค่บอกว่า ระหว่างที่เราพยายามเปิดประตูอยู่นั้น อย่าลืมมองไปรอบๆ ด้วยว่ามีประตูบานอื่นอยู่รึเปล่า

ในเมื่อกุญแจที่เรามีมันเปิดประตูบานนี้ไม่ได้ ทำไมไม่ไปลองกับประตูบานอื่นๆ ดูบ้าง?

เพราะเวลาเรามีจำกัด และทางเลือกเรามีมากกว่าหนึ่ง

อย่าเสียเวลากับประตูที่เราไม่มีกุญแจเลยครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปัญหา

20161101_problem

ปัญหาอยู่ที่มุมมองที่เรามีต่อปัญหาต่างหาก

“The problem is not the problem; the problem is your attitude about the problem.”

– Captain Jack Sparrow

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลกล้วนเป็นเพียง “สถานการณ์”

มนุษย์เราต่างหากที่เป็นคนนิยามว่าสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งเป็นปัญหา

เมื่อตัดสินว่าเรื่องๆ หนึ่งเป็นปัญหาแล้ว ก็ต้องมาดูต่อว่าปัญหานั้นแก้ได้หรือไม่ได้

ถ้าเป็นปัญหาที่แก้ได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับมันให้มากเกินเหตุ

แต่ถ้าเรารู็แล้วว่านี่คือปัญหาที่แก้ไม่ได้ จริงๆ แล้วมันก็มีค่าเท่ากับว่าเราได้แก้ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะสิ่งเดียวที่เราทำได้คือวางมันลง แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่น


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจากPexels.com