นิทานฝ่ามือ

20170224_palm

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

โมกุเซน ฮิกกิ เป็นพระอาจารย์เซ็นที่อาศัยอยู่ในวัดที่ตำบลทันบา

วันหนึ่งมีศิษย์ของเขามาปรารภให้ท่านฟังเรื่องความขี้เหนียวของภรรยา

โมกุเซนจึงเข้าเยี่ยมภรรยาของชายผู้นั้น กำหมัดแน่นแล้วยื่นกำปั้นไปตรงหน้าของเธอ

“สมมติมือของฉันเป็นแบบนี้ไปตลอด เธอจะเรียกมันว่าอย่างไร”

“พิการ” ภรรยาของชายผู้นั้นตอบ

เขาแบมือเต็มที่ แล้วถามต่อว่า

“แล้วแบบนี้ล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ไปตลอด จะเป็นอย่างไร”

“ก็เป็นความพิการอีกแบบหนึ่ง”

“ถ้าเข้าใจดีแล้ว เธอก็จะเป็นภรรยาที่ดี” โมกุเซนพูดเสร็จก็เดินทางกลับ

หลังจากนั้นเป็นต้นมา นิสัยของนางก็เปลี่ยนไป รู้จักจับจ่ายใช้สอยและรู้จักเก็บออมเงินให้สามีและครอบครัว


ขอบคุณนิทานจากซุโดกุ.ไทย: ปริศนาฝ่ามือ

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

เรื่องไหนที่เรายอม

20170224_allow

เรื่องนั้นก็จะเกิดขึ้นเรื่อยไป

What you allow is what will continue.
-Unknown

ถ้าเรายอมให้ใครเอาเปรียบ เขาก็จะเอาเปรียบเราต่อไปเรื่อยๆ

ถ้าเรายอมให้ใครโกหก เขาก็จะโกหกเราต่อไปเรื่อยๆ

ถ้าเรายอมให้ใครทำร้าย เขาก็จะทำร้ายเราต่อไปเรื่อยๆ

บางทีที่เรายอม เพราะคิดว่าเราเป็นคนดี

เป็นคนดีที่ให้อภัยคนผิด และหวังว่าวันหนึ่งเขาจะหยุดล้ำเส้นเสียที

แต่จริงๆ แล้วเราเองต่างหากที่ผิด

ผิดที่ไม่เคยขีดเส้นเลย


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ถ้าอยากเข้มแข็งกว่านี้

20170222_tougher

ก็จงเข้มแข็งกว่านี้

If you want to be tougher, be tougher.
– Jocko Willink

ฟังเหมือนเป็นคำพูดกำปั้นทุบดิน

แต่ Jocko Willink ที่เอ่ยประโยคนี้เคยเป็นทหาร SEAL มานานถึง 20 ปี

(ใครไม่รู้ว่าการเป็น SEAL ต้อง strong แค่ไหน แนะนำให้อ่านบทความกฎ 40% ของหน่วย SEAL ครับ)

คำพูดนี้ของจ็อคโค เคยทำให้ขี้ยาคนหนึ่งเลิกยาได้มาแล้ว

เพราะเอาเข้าจริง ความเข้มแข็งนั้นไม่ใช่เรื่องของร่างกาย แต่เป็นเรื่องของการตัดสินใจ

ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจากนี้ไปเราจะเข้มแข็งขึ้น

เห็นขนมหวานแล้วน้ำลายสอ? แต่คุณก็ตัดสินใจจะไม่กินมันอยู่ดี

วันนี้รู้สึกไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง? แต่คุณก็ตัดสินใจจะเดินขึ้นบันไดอยู่ดี

คุณสามารถเป็นคนที่เข้มแข็งกว่าเดิมได้ตั้งแต่การตัดสินใจครั้งต่อไปเลย

If you want to be tougher, be tougher.

ถ้าอยากเข้มแข็งกว่านี้ ก็จงเข้มแข็งกว่านี้

พูดง่าย ทำยาก

แต่ทำได้


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Tools of Titans by Tim Ferriss

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

Burnout เป็นเรื่องหลอกเด็ก

20170221_burnout

นานๆ ผมถึงจะจั่วหัวแบบกระทู้ล่อเป้าอย่างนี้ซะที

เพราะอยากให้พวกเราได้อ่านเรื่องนี้กันเยอะๆ ครับ

ผมเคยตั้งคำถามไว้ในบทความ เหนื่อยจนแทบขาดใจ ดีกว่าเฉื่อยจนเฉาตาย ว่า burnout นี่มันมีอยู่จริงรึเปล่า

นิยามของ Burnout ที่เราเคยได้ยินกันมาคือการทำงานหนักและไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อนจนเกิดอาการสมองไม่แล่น นอนไม่หลับและหมดไฟที่จะทำงาน

แต่ผมเพิ่งอ่านหนังสือ How Google Works จบ และพบทฤษฎีที่น่าสนใจจากอดีตผู้บริหารหญิงของกูเกิ้ลนาม Marissa Meyer* ว่า burnout ไม่มีอยู่จริง หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน

ผมเลยลองหาข้อมูลเพิ่มเติมและเจอบทความที่เธอเคยเขียนลง Bloomberg และบทความที่มีคนเขียนถึงเธอลง Inc.com

เมเยอร์บอกว่าเธอไม่เชื่อเรื่อง burnout เพราะเธอเห็นคนมากมายที่ทำงานหนักติดต่อกันหลายสิบปีอย่างไอน์สไตน์หรือเชอร์ชิล (อดีตนายกฯอังกฤษ) ก็ไม่เห็นจะ burnout กันซักหน่อย

เมเยอร์บอกว่า burnout นั้นแท้จริงแล้วคือ resentment หรือความไม่พอใจ/ความขุ่นเคือง ที่เราไม่ได้ทำในสิ่งที่สำคัญกับเราต่างหาก

เราต้องรู้ว่า Rhythm หรือจังหวะชีวิตของเราเป็นยังไง กิจกรรมใดบ้างที่มีความหมายและหากเราไม่ได้ทำเราจะรู้สึกโกรธเคืองงานประจำที่มาขโมยเวลาสำหรับกิจกรรมเหล่านั้นไป

เมเยอร์ยกตัวอย่างสองเรื่อง เรื่องแรกคือเด็กจบใหม่ชื่อนาธาน (แต่ไม่ได้นามสกุลโอมาน) เมเยอร์เห็นแล้วว่าเด็กคนนี้เริ่มแสดงอาการ burnout เธอเลยถามนาธานว่าริธึ่มของเขาคืออะไร แล้วเขาก็คิดได้ว่าเขาชอบการกินข้าวเย็นคืนวันอังคารกับเพื่อนๆ ที่เรียนจบมาด้วยกัน ถ้าอังคารไหนเขาไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อนกลุ่มนี้ เวลาที่เหลือในสัปดาห์เขาก็จะรู้สึกว่า “ขนาดกินข้าวกับเพื่อนวันอังคารยังยุ่งจนไม่ได้ไปเลย งั้นคืนนี้ก็ทำงานดึกต่อไปแล้วกัน ” เมเยอร์ก็รู้แล้วว่าจากนี้ไปนาธานควรจะจัดเวลาใหม่เพื่อให้ตัวเองไม่พลาดนัดคืนวันอังคารอีก

อีกตัวอย่างหนึ่งคือเคธี่ คุณแม่ชาวอินเดียซึ่งดูแลทีม Google Finance

เคธี่มีประชุมกับเพื่อนร่วมทีมในต่างประเทศตอนตี 1 เป็นประจำ เมเยอร์เป็นห่วงเคธี่ว่าจะไหวมั้ย แต่เคธี่บอกว่าสบายมากเพราะเธอชอบงานนี้และอยากจะช่วยทีมเท่าที่ทำได้อยู่แล้ว สิ่งที่เธอไม่ค่อยโอเคคือการประชุมตอนเย็นที่มักจะลากยาวจนทำให้เธอไปดูลูกซ้อมฟุตบอลไม่ทันต่างหาก

เมื่อรู้อย่างนี้ เมเยอร์จึงขีดเส้นชัดเจนว่า ถ้าวันไหนลูกของเคธี่มีซ้อมฟุตบอล เธอจะไม่ยอมให้ใครมารั้งเคธี่ไว้ในที่ประชุม ถ้าถึงเวลาต้องไปแล้ว แม้ว่าเซอร์เก้ บริน (หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิ้ล) จะยังคุยไม่เสร็จและคาดหวังให้เคธี่ตอบคำถาม เมเยอร์จะตัดบทและบอกว่าเคธี่ต้องออกแล้วเพื่อให้เคธี่ไปทันดูลูกซ้อมฟุตบอล แล้วคืนนั้นค่อยกลับมาตอบคำถามของเซอร์เก้ทางอีเมลแทน

กล่าวโดยสรุปก็คือ burnout ไม่ได้เกิดจากการทำงานหนักจนพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่เกิดจากความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำสิ่งที่อยากทำจนขุ่นเคืองงานที่ตัวเองทำอยู่

หรืออีกนัยหนึ่ง burnout ไม่ใช่อาการทางกายที่ขาดการพักผ่อน แต่เป็นอาการทางใจที่ขาดสิ่งหล่อเลี้ยงต่างหาก

เมเยอร์กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

So find your rhythm, understand what makes you resentful, and protect it. You can’t have everything you want, but you can have the things that really matter to you. And thinking that way empowers you to work really hard for a really long period of time.

หาจังหวะชีวิตของคุณให้เจอ ทำความเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้คุณขุ่นเคืองใจและอย่าให้มันมาทำร้ายจังหวะชีวิตนั้น แม้คุณไม่อาจทำทุกสิ่งที่คุณอยากทำได้ แต่คุณสามารถเลือกทำสิ่งที่สำคัญจริงๆ กับคุณได้ และเมื่อคุณคิดได้อย่างนี้ คุณจะมีแรงที่จะทำงานหนักได้อย่างต่อเนื่องและยาวนาน

ขออวยพรให้ทุกคนรอดพ้นจาก burnout นะครับ!


*  ปัจจุบัน Marissa Meyer เป็น CEO ของ Yahoo!

ขอบคุณข้อมูลจาก
How Google Works by Eric Schmidt & Jonathan Rosenberg
Bloomberg.com: How to avoid burnout
Inc.com: Burnout is a myth

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

(Updated: June 2018) [ขายของ] หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 วางแผงแล้วนะครับ หาซื้อได้ที่ B2S ซีเอ็ด นายอินทร์ Asia Books และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสั่งตรงกับสำนักพิมพ์ได้ที่ bit.ly/tgimorder2 ครับ

BookAdvertise

ไม่สำคัญว่าจะไปช้าแค่ไหน

20170220_slow

ขอแค่อย่าหยุดก็แล้วกัน

“It does not matter how slowly you go as long as you do not stop.”
― Confucius

เพราะทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ทางของบางคนเป็นซูเปอร์ไฮเวย์ที่เหยียบคันเร่งได้เต็มที่

ในขณะที่ทางของบางคนเป็นเพียงถนนลูกรัง มีหลุมมีบ่อเต็มไปหมด ถ้าเอารถมาขับรถก็พัง แม้จะวิ่งยังหน้าคะมำเลย

ดังนั้น ทางบางทางจึงต้องลงเดิน จึงต้องใช้เวลาและใช้ความอดทนมากกว่าปกติ

จุดหมายที่เป็นที่นิยมนั้นมักมีทางหลวงพาดผ่าน

แต่จุดหมายที่สวยงามและหายากจริงๆ มักจะถูกเก็บไว้ให้เฉพาะคนที่กล้าลุยไปตามทางที่ขรุขระนะครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com