เทคนิค “โซ่ยาว” ของ Jerry Seinfeld

20181017_longchain

เจอร์รี่ ไซน์เฟลด์ (Jerry Seinfeld) เป็นดาราตลกและ standup comedian (เดี่ยวไมโครโฟน) ที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของอเมริกา

ละครซีรี่ส์ Seinfeld ที่ออนแอร์ในยุค 90’s ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน Sitcom ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา

เจอร์รี่เล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับที่ทำให้เขามีมุกตลกมากมายเพื่อมาใช้ในการเดี่ยวไมโครโฟนและเขียนบทให้ Seinfeld

เจอร์รี่บอกว่า วิธีเดียวที่เขาจะมีมุกตลกจำนวนมากได้ คือเขาต้องเขียนมุกตลกทุกวัน

เจอร์รี่จะมีปฏิทินแผ่นใหญ่ที่ปิดไว้บนข้างฝา เมื่อเขาเขียนมุกตลกประจำวันเสร็จเรียบร้อย เขาก็จะกากบาท X ไว้บนวันนั้น

พอเขียนมุกตลก ติดต่อกันได้หลายวัน เขาก็จะมีเครื่องหมาย XXX ติดต่อกันหลายวัน

เมื่อเขียนได้นานวันพอ เครื่องหมาย X ก็จะร้อยเรียงกันเป็น “โซ่ยาว” (long chain) XXXXXXXXXXXXXXXXX

“เคล็ดลับก็คือ คุณต้องระวังไม่ให้โซ่ขาด” เจอร์รี่บอก

เมื่อเห็นโซ่ที่ยาวขนาดนั้น เจอร์รี่จึงมีกำลังใจเขียนมุกตลกทุกวันเพื่อให้โซ่ที่เขาเพียรสร้างขึ้นมานั้นยาวที่สุดเท่าที่จะยาวได้

ผมไม่รู้ว่าโซ่ที่เจอร์รี่สร้างไว้นั้นยาวแค่ไหน แต่ผมเดาว่าน่าจะยาวหลายร้อยหรือหลายพันวันเลยทีเดียว

หากเราต้องการที่จะสร้างอุปนิสัยอะไรบางอย่าง เช่นออกกำลังกาย นั่งสมาธิ เขียนบล็อก ฯลฯ ลองนำเทคนิคโซ่ยาวของเจอร์รี่ ไซน์เฟลด์ไปปรับใช้ดูนะครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก Alan Right

มันไม่ใช่ความผิดของเรา

20181015_notyourfault

แต่มันก็ยังเป็นปัญหาของเราอยู่ดี

“This is not your responsibility but it is your problem.”
—Cheryl Strayed

ปัญหาหลายอย่างเกิดจากคนอื่นทำเอาไว้ แล้วมาทิ้งให้เราแก้ไข

บ่อยครั้งจึงอดถามตัวเองไม่ได้ว่า “ทำไมเรา(กู)ต้องมานั่งทำอะไรอย่างนี้ด้วย” ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเราเลยซักนิด

มนุษย์เป็นสัตว์ที่โปรดปรานความยุติธรรมและการพยายามหาเหตุผล เราจึงรู้สึกแย่เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เราไม่ได้ก่อและยากที่จะเข้าใจได้

แต่ชีวิตก็เป็นเช่นนั้นเอง การมัวแต่มองหาเหตุผลหรือเรียกร้องความเป็นธรรมรังแต่จะทำให้เราเสียเวลาและสุขภาพจิตเปล่าๆ

สู้หยุดบ่น กลับมาแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าให้เรียบร้อย แล้วพยายามป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกในอนาคตน่าจะดีกว่ามั้ย?

อย่าเอาหัวมุดทราย

20181015_headinthesand

เวลานกกระจอกเทศเห็นศัตรู มันจะชอบเอาหัวมุดทราย เพราะมันเชื่อว่าถ้ามันมองไม่เห็นศัตรู ศัตรูก็จะมองไม่เห็นมัน

ซึ่งเป็นตรรกะวิบัติขนานแท้

แต่จะไปโทษมันก็ไม่ได้เพราะมันเป็นเพียงนกกระจอกเทศ

แม้แต่มนุษย์เราที่ฉลาดกว่านกกระจอกเทศหลายเท่าก็ยังมีอาการอย่างนี้เช่นกัน

ไม่ยอมไปหาหมอ เพราะกลัวจะตรวจเจอโรคร้าย

ไม่ยอมคุยกับพนักงานที่มีปัญหา เพราะมันไม่ comfortable

ไม่เคยสำรวจสุขภาพการเงินของตัวเอง เพราะไม่อยากมานั่งเครียด

แต่การทำเป็นไม่มองเห็นปัญหา ไม่ได้แปลว่าปัญหาจะหายไปซักหน่อย จริงมั้ย?

จริงๆ แล้วการเอาหัวมุดดินแล้วหลอกตัวเองว่าศัตรูมองไม่เห็นเรานี่มันยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

อย่าทำตัวเป็นนกกระจอกเทศเลยนะครับ

——

ป.ล. จริงๆ แล้วความเชื่อที่ว่านกกระจอกเทศเอาหัวมุดดินเพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูเป็นความเชื่อที่ผิดครับ แต่ผมว่ามันช่วยให้เห็นภาพดีเลยขอนำมันมาใช้ ขอโทษทีนะนกกระจอกเทศ

ถ้าเราไม่แฮปปี้กับชีวิต

20181014_unhappywithlife

มันก็มีทางเลือกสองทาง

หนึ่ง คือทนอยู่กับความไม่แฮปปี้ต่อไป

สอง คือลุกขึ้นมาเปลี่ยนอะไรซักอย่าง

คนส่วนใหญ่เลือกทางแรก เพราะถึงจะไม่แฮปปี้ แต่อย่างน้อยเราก็เริ่มชินกับมันแล้ว

ทางที่สองอาจมีคนเลือกไม่มากนัก เพราะมันเหนื่อยกว่า แถมเปลี่ยนแล้วก็ไม่แน่ว่าชีวิตจะดีขึ้นรึเปล่า

แต่ชีวิตคือการลองผิดลองถูก

ถ้าลองแล้วผิดก็ไม่เห็นเป็นไร ยังไงก็ลองใหม่ได้เรื่อยๆ

แต่ถ้าลองแล้วถูกแม้เพียงครั้งเดียว ผลลัพธ์อาจจะคุ้มค่ากับที่ผิดมาเป็นร้อยก็ได้นะครับ

ลงแรงผิดที่

20181010_wrongfocus

“We spend more time worrying about the cover than we spend writing the book, more energy answering the trolls than serving our best customers, more money on concealer and blush than on healthy food.”

“เราใช้เวลาไปกับการทำปกหนังสือมากกว่าการเขียนหนังสือ เราลงแรงไปกับการตอบโต้นักเลงคีย์บอร์ดมากกว่าการลงแรงเพื่อดูแลลูกค้าที่ดีที่สุดของเรา เราใช้เงินซื้อคอนซีลเลอร์และบลัชออนมากกว่าซื้ออาหารดีๆ กิน”

-Seth Godin

เหตุผลที่เราลงแรงผิดที่นั้นน่าจะมีสองข้อ

หนึ่ง เพราะเรามักเผลอคิดว่าเรื่องเร่งด่วนคือเรื่องสำคัญ

สอง เพราะการแก้ที่เปลือกนั้นง่ายกว่าการแก้ที่แก่น

แต่เราต้องระลึกเสมอว่าเรื่องสำคัญไม่เคยตะโกน และการทำอะไรอย่างผิวเผินนั้นไม่เคยยั่งยืน

ลองสำรวจตัวเองตอนนี้ ว่าที่เราวุ่นวายในแต่ละวันนั้น เรากำลังวุ่นวายกับเปลือกอยู่รึเปล่า

วุ่นวายกับเปลือกก็สนุกดี แต่สุดท้ายมันจะเป็นแค่เกมไร้สาระ

แก้ที่แก่นเหนื่อยกว่าแน่นอน แต่ถ้าทำได้ก็สบายไปอีกยาวเลยนะครับ