กำแพงที่ใหญ่ที่สุด

20190604_biggestwall

คือสิ่งที่เรารู้

เวลาใครมาถามผมว่า คนทำงานสมัยใหม่ควรจะเป็นคนยังไง สองคำที่ผมมักจะพูดเสมอคือ learn กับ unlearn

เรื่อง learn นั้นรู้กันอยู่แก่ใจ ความรู้มากมายและเทคโนโลยีถูกพัฒนาอยู่ทุกวัน เราจึงต้องพร้อมที่จะเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

แต่การ unlearn หรือการ “ทิ้งสิ่งที่เรารู้” นั้นยากกว่ากันมาก เพราะเรารู้และเชื่อมันมานาน แถมความรู้นี้เคยสร้างประโยชน์ในอดีตด้วย เราก็เลยมีแนวโน้มที่จะยึดมั่นถือมั่นมันยิ่งกว่าอะไรดี

Learn คือการถามว่าเราจะทำอะไรใหม่ๆ ได้บ้าง

Unlearn คือการถามว่าเราควรหยุดทำอะไรได้แล้ว

Learn คือการเพิ่มอาวุธ

Unlearn คือการปลดเปลื้องสัมภาระที่ไม่เป็นประโยชน์อีกต่อไป

ถ้าเราไม่ยอม unlearn เราก็เหมือนคนที่ยังใช้ Windows 98 ในการทำงานและในการใช้ชีวิต

อาจจะคุ้นเคยกว่าก็จริง แต่ลงโปรแกรมอะไรใหม่ๆ ไม่ได้เลยนะครับ

การตัดสินมันง่ายกว่าการเข้าใจ

20190602_judge

ประโยคนี้คุณทราย เจริญปุระ พูดเอาไว้ใน a day ฉบับเดือนเมษายน 2019 – The Reader’s Secret

การตัดสินมันง่ายกว่าการเข้าใจ…

อาจเป็นเพราะคนเราถูกออกแบบมาอย่างนี้

เป็นเวลาหลายแสนปีที่เราหาอยู่หากินด้วยการเข้าป่าล่าสัตว์ กว่าจะได้มาแต่ละมื้อนั้นยากลำบาก หากพลาดพลั้งก็อาจหมายถึงความตาย

เราเลยต้องตัดสินใจให้เร็วไว้ก่อน เพียงได้ยินเสียงพุ่มไม้ เราก็ต้องรีบหันไปดู ถ้าเห็นเงาอะไรไหวๆ ก็ต้องรีบคิดว่าจะสู้หรือจะเผ่น

“การตัดสิน” หรือการตัดสินใจในชั่วพริบตานี้ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง Daniel Kahneman เรียกว่า System 1 thinking

แต่ “การเข้าใจ” นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ System 2 thinking ต้องใช้การคิดวิเคราะห์อย่างมีเจตนา ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังงานเยอะกว่ากันมาก ถ้าเอาแต่ใช้ System 2 thinking วันๆ เราคงทำอะไรเสร็จแค่ไม่กี่อย่าง

System 1 thinking จึงมีประโยชน์สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่มันก็มีจุดอ่อนตรงที่มันมีโอกาสผิดพลาดได้มากกว่าเช่นกัน

พอเราเจอคนที่แตกต่างจากเรา ทั้งผิวสี หน้าตา เสื้อผ้า หรือความคิด สมองส่วนลึกของเราก็จะบอกว่า “อันตราย” และ System 1 thinking ก็จะทำงานและตัดสินให้อย่างรวดเร็ว

แต่ถ้าเราดึงสติไว้ทัน ให้เวลากับตัวเองอีกสักหน่อย ใช้ System 2 thinking ในการพิเคราะห์ คนแปลกหน้าคนนี้อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราตัดสินไปตอนแรก

การตัดสินมันง่ายกว่าการเข้าใจ…

หากเจอสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย เมื่อตัดสินเรียบร้อยแล้ว ลองพยายามทำความเข้าใจด้วยก็ดีนะครับ

เพราะแม้การตัดสินนั้นจะสะดวกและรวดเร็ว แต่เราจะไม่ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว

ทำเพื่อคนอื่นด้วยการดูแลตัวเอง

20190528_takecareofmyself

คนทำงานหนักมักจะลืมความจริงข้อนี้ คิดว่าการทำงานหามรุ่งหามค่ำ พักผ่อนไม่เพียงพอ ข้าวปลาไม่เคยกินตรงเวลานั้นเป็นการเสียสละอย่างหนึ่ง

เสียสละความสุขของตัวเองเพื่ออนาคตที่ดีของคนที่เรารัก

แต่เคยหยุดถามมั้ยว่าคนที่เรารักต้องการอะไรขนาดนี้รึเปล่า

คนที่เรารักและรักเราย่อมอยากให้เรามีสุขภาพที่ดี ไ่ม่อยากเห็นเราต้องลำบากและทนทุกข์เกินความจำเป็น

หากกรำงานจนร่างกายเริ่มประท้วง บางทีเราก็ต้องยอม “เสียสละ” ด้วยการหันกลับมาใส่ใจตัวเองบ้าง

กายและใจเราจะได้ดีพอที่จะอยู่กับคนที่เรารักไปนานๆ ครับ

นิทานสองม้า

20190530_twohorses

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ม้าสองตัวขนสัมภาระ

ม้าตัวหน้าขยันขันแข็ง ส่วนม้าตัวหลังนั้นขี้เกียจและอิดออด

คนงานเลยย้ายสัมภาระจากม้าตัวหลังไปใส่ม้าตัวแรก

เมื่อย้ายสัมภาระจนหมด ม้าตัวหลังพบว่าตัวเองเดินตัวปลิว จึงกล่าวกับม้าตัวหน้า

“ขยันเยอะๆ นะเพื่อนเอ๋ย! ยิ่งแกออกแรงมากเท่าไหร่ ยิ่งทรมานมากเท่านั้น!”

เมื่อถึงที่พัก เจ้าของม้าก็นึกขึ้นได้

“จะมีม้าสองตัวไปทำไมในเมื่อตัวเดียวก็ขนไหว สู้เอาอาหารให้ตัวนึงกินให้อิ่มท้อง และฆ่าอีกตัวนึงทิ้งเสียดีกว่า อย่างน้อยก็เอาหนังมันไปขายได้”

ว่าแล้วเขาก็ลงมือ

ขอบคุณนิทาน Two Horses ของ Leo Tolstoy

เลิกพูดได้แล้ว

20190528_shhh

ว่าอยากเขียนหนังสือ

ว่าอยากวิ่งมาราธอน

ว่าอยากมีธุรกิจของตัวเอง

เพราะถ้าอยากทำจริงๆ เราคงทำไปนานแล้ว

ที่ยังไม่ได้ทำ เพราะว่าเรายังไม่ได้อยากทำจริงๆ ต่างหาก เราก็เลยมักอ้างว่า “ไม่มีเวลา” (แต่มีเวลาดูเน็ตฟลิกซ์นะ)

ถ้าไม่ได้อยากทำจริงๆ ก็อย่าพูดให้เสียเวลาคนฟัง

แต่ถ้าอยากทำจริงๆ ก็จงจัดสรรเวลา แล้วลงมือทำไปเลย

พูดแล้วไม่ทำ กับทำแล้วไม่พูด อย่างหลังเสียงดังกว่ากันเยอะนะครับ