Pic & Pause: First Day at School in Gaza

FirstdayAtSchool

รูปนี้ถูกถ่ายเมื่อปีที่แล้วนี่เอง

ผมไม่สามารถหาข้อมูลได้ว่าใครเป็นช่างภาพ แต่เดาเอาว่าน่าจะเป็นหนึ่งในเด็กนักเรียน หรือไม่ก็อาจจะเป็นอาจารย์อีกคนก็ได้

นี่คือภาพในโรงเรียนแห่งหนึ่งในฉนวนกาซ่า (Gaza Strip)  เมื่อกลางเดือนกันยายนปี 2557 ซึ่งเป็นวันที่เด็กชาวปาเลสไตน์ประมาณ 500,000 คนได้กลับไปเรียนครั้งแรก หลังจากต้องหยุดไปร่วมเจ็ดสัปดาห์เพราะการเปิดศึกระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

การสู้รบกันคราวนี้ทำให้เด็กตายไป 500 คน และชาวเมืองกาซ่า 100,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย

หลายชาติประณามอิสราเอลว่าทำไมสู้กันแล้วต้องทำลายโรงเรียนด้วย

ฝ่ายอิสราเอลก็อ้างว่ากลุ่มฮามาสใช้โรงเรียนบางแห่งเป็นป้อมปราการในการทำศึก

เห็นรูปนี้แล้วคิดถึงเพลงกล้วยไข่ของวงเฉลียง

“เกิดสงครามพันครั้ง เด็กก็ยังสวยงาม”

แม้จะผ่านเรื่องราวแสนเลวร้ายมา เด็กก็ยังกลับมาเรียนหนังสือตามหน้าที่ เพราะว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่พอ

แล้วเมื่อไหร่ ผู้ใหญ่ที่เป็นต้นเหตุแห่งสงคราม จะเลิกทะเลาะกันเหมือนเด็กซะที

Sources:  @AbdMalekHussinTime, Pantip

Pic & Pause: Segregated Water Fountains

ColoredDrink

ภาพนี้ถูกถ่ายโดย Elliot Erwitt ในรัฐนอร์ธแคโรไลนา (North Carolina)

เมื่อปี 1950 หรือ 65 ปีล่วงมาแล้ว

ภาพนี้มีชื่อว่า Segregated Water Fountains

Water Fountains ก็คือที่ดื่มน้ำ

Segregated/Segregation คือการแบ่งแยกพื้นที่ระหว่างคนผิวดำและคนผิวขาว

ซึ่งเป็นเรื่องปกติในยุคสมัยนั้น

ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหาร ห้องน้ำ หรือรถบัส

คนผิวดำจะถูกกีดกันไม่ให้ใช้สาธารณูปโภคร่วมกับคนผิวขาวเลย

—–

เมื่อเห็นรูปนี้ คำหนึ่งก็ลอยมา

“อำมาตย์”

ไม่ได้คิดจะยึดโยงอะไรกับการเมืองไทยนะครับ

แต่ภาพนี้มันแสดงความเป็นอำมาตย์-ไพร่ ได้ชัดเอามากๆ

อเมริกา ชาติที่่ภูมิใจในอุดมการณ์ประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และความเท่าเทียม

ครั้งหนึ่งก็เคยกระทำกับ “คนอื่น” ได้ขนาดนี้

จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ตอนนั้นเขาคิดอะไรกันอยู่

—-

ถึงชาติไทยเราจะมีวัฒนธรรมแบบอำมาตย์-ไพร่มาช้านาน

แต่ในความรู้สึกของผม เราก็ยังได้รับความเคารพในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมกันมากกว่าที่คนผิวดำเคยได้รับ

ลองคิดว่าถ้าเมืองไทยเรามี Segregation

แล้วผมมาเดินห้างพารากอน

แต่พอจะเข้าห้องน้ำแล้วถูกยามไล่ให้ไปเข้าชั้นใต้ดิน

เพียงเพราะหน้าตาผมมันบ่งบอกว่าผมมาจากอีสาน

มันคงจะเจ็บปวดน่าดูเนอะ

—–

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัย

ตอนที่มี Segregation ในอเมริกานั้น

คนผิวขาวส่วนใหญ่ก็อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

เป็น “เรื่องธรรมดา” (normal) ที่ต้องกีดกันคนผิวดำ

หรือบางคนอาจจะมองว่าเป็น “เรื่องธรรมชาติ” (natural) ด้วยซ้ำไป

ก็อดคิดไม่ได้ว่่าสังคมไทยในตอนนี้

มีประเด็นหรือปัญหาอะไรที่ยังหมักหมม ไม่ได้รับการแก้ไข

เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นว่ามันเป็นปัญหารึเปล่า?

คนที่กำลังอ่านบล็อกนี้ของผม

จะว่าไปก็อาจจะเทียบเท่าได้กับคนผิวขาวของอเมริกา

เพราะว่าเรามีอินเตอร์เน็ตใช้ มีรายได้เป็นอันดับ Top 20% ของประชากรในประเทศนี้

แล้วชาวไทยอีก 80% ที่เหลือ เขากำลังประสบชะตากรรมอย่างคนผิวดำในปี 1950 รึเปล่า

อำมาตย์อย่างพวกเรากำลังทำให้เขา “ดื่มน้ำจากก๊อกของคนผิวดำ” โดยที่เราไม่รู้ตัวรึเปล่า

หวังว่าจะไม่นะครับ

แต่ก็ไม่แน่…

เพราะอีก 65 ปีต่อจากนี้ เมื่อตอนที่รุ่นหลานเรามองกลับมา

เขาอาจจะเห็นปัญหาที่เรา “ทำเป็นมองไม่เห็น” อย่างแจ่มชัดก็ได้

และเขาอาจจะอดสงสัยไม่ได้ว่า ตอนนี้พวกเราคิดอะไรกันอยู่

Pic & Pause: Photo taken after a 23-hour long heart transplant surgery

ZbigniewRelica_1987_HeartTransplantation

นี่คือหนึ่งในภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงที่สุดของนิตยสาร National Geographic

ถ่ายโดย James Stanfield ในปี 1987 (พ.ศ.2530)

เป็นภาพถ่ายหลังการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายหัวใจที่ใช้เวลายาวนานถึง 23 ชั่วโมง

ด้านซ้ายคือศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดที่กำลังจ้องไปที่อะไรซักอย่าง ผมเดาว่าเป็นจอมอนิเตอร์ที่บ่งบอกความเป็นไปของคนไข้

ตรงกลางคือคนไข้ที่มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด คนไข้น่าจะเป็นผู้ชายสูงอายุ เพราะผมสีขาวและหัวเถิกๆ

และด้านขวามือสุด ด้านหลังของห้อง มีผู้ช่วยที่นอนสลบอยู่

ผมดูภาพนี้แล้วได้อารมณ์หลายอย่าง

ทั้งความรู้สึก “นิ่ง” หลังพายุเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ก็ยังไม่สงบซะทีเดียว

ความรู้สึก “ทึ่ง” ในตัวศัลยแพทย์ผู้นี้ที่อดหลับอดนอนทำงานติดต่อกัน 23 ชั่วโมง

และความรู้สึก “อยากรู้” ว่าศัลยแพทย์ผู้นี้เป็นใคร และคนไข้รอดมั้ย

นายแพทย์ผู้นี้ชื่อ Zbigniew Religa ครับ อ่านว่า ซบิ๊กเนี้ยฟ ราลิก้า เป็นศัลยแพทย์คนแรกในโปแลนด์ที่ผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายหัวใจได้สำเร็จ

นอกจากจะเป็นหมอที่เก่งมากแล้ว เขายังได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วย (Minister of Health)

คุณหมอราลิก้า เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2009 ครับ

ส่วนคนไข้ของเขานั้นยังมีชีวิตอยู่จนถึงบัดนี้

ข้าน้อยขอคารวะ

ZbigniewRelica_Patient
ภาพถ่ายจาก
http://news.distractify.com/people/complex-humans/

ข้อมูลจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Zbigniew_Religa