อะไรที่จะมีประโยชน์ในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ทำมันซะเดี๋ยวนี้

ถ้าเราอยากแข็งแรงในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็ออกไปวิ่งเสียแต่วันนี้

ถ้าเราอยากเป็น Manager หรือ Director ในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็จงทำงานที่ยากที่สุดและเกิด impact มากที่สุดเสียแต่วันนี้

ถ้าเราอยากมีเงินเก็บ 10 ล้านในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็จงเริ่มลงทุนเสียแต่วันนี้

“Be radically proactive about any behavior that pays off in 10 years.”
-James Clear

ลองสำรวจ to do list ของเราในปัจจุบัน แล้วเราจะพบว่า tasks ส่วนใหญ่ที่เราทำนั้นเป็นแค่การทำงานเพียงเพื่อให้รอดไปอีกวันนึงหรือสัปดาห์นึง

แต่ถ้าเรากลั่นกรอง to do list ให้เหลือเพียง success list – งานหรือกิจกรรมที่ทำแล้วจะเกิดประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน มันจะเหลือสิ่งที่ต้องทำแค่ไม่กี่อย่าง และถ้าทำมันได้สำเร็จกราฟชีวิตเราจะชันขึ้นทันที

อะไรที่จะมีประโยชน์ในอีก 10 ปีข้างหน้าก็ทำมันซะเดี๋ยวนี้

เมื่อเรามองไกลพอ และมีความมุ่งมั่นมากพอ ทุกสิ่งที่เราทำในวันนี้จะเป็นการเตรียมของขวัญสุดพิเศษให้ตัวเราเองในอีก 10 ปีข้างหน้าครับ

เป้าหมายในวันนี้อาจเป็นสิ่งไร้สาระในวันหน้า

ลองคิดย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปี หรือ 20 ปีที่แล้ว และดูว่าตัวเองเคยมีเป้าหมายอะไรบ้าง

แล้วเราจะพบว่า เป้าหมายหลายอย่างที่เคยสำคัญกับเรา มาบัดนี้มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับเราอีกต่อไป

หนึ่ง อาจเป็นเพราะเราทำมันสำเร็จแล้ว

หรือสอง เพราะว่าบริบทไม่เหมือนเดิม เราเติบโตขึ้น มุมมองที่เรามีต่อโลกก็เปลี่ยนไป เป้าหมายที่เคยสำคัญเสียมากมายก็เลยกลายเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับเราในวันนี้

เมื่อเห็นความไม่จีรังของเป้าหมายแล้ว เราจะคิดต่อได้อีกสองอย่าง

หนึ่ง เป้าหมายที่เรากำลังจะเป็นจะตายอยู่ในวันนี้ อาจไม่ได้สำคัญขนาดนั้นก็ได้

สอง แล้วอะไรล่ะ คือเป้าหมายที่สำคัญจริงๆ คือสารัตถะของชีวิตที่จะไม่สูญเสียคุณค่าไปไม่ว่าบริบทจะเปลี่ยนหรือเราจะเติบโตขึ้นอีกเท่าใดก็ตาม

เลือกเป้าหมายให้ถูก จะได้ไม่เสียเวลาเล็งเป้าที่ผิดไปครึ่งค่อนชีวิตครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก Youtube ของพี่พศิน อินทรวงค์

เป้าหมายคือกลับมาใหม่พรุ่งนี้

20200706

การตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และต้องมุ่งไปให้ถึงนั้นมีจุดอ่อนอยู่หลายประการ

หนึ่ง คนบางคนไม่ได้มีความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดขนาดนั้น

สอง เรามักจะเห่อแค่ช่วงแรกและเบื่อเสียกลางทาง

สาม บางทีเราก็ไม่ได้เบื่อ แต่ด้วยความที่หักโหมเกินไป เราก็เลยบาดเจ็บหรือเข็ดขยาดจนขาดความต่อเนื่อง

ถ้าเราเคยทดลองวิธีการตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ แล้วล้มเหลวมาแล้วหลายครา ลองเปลี่ยนเป้าหมายดู

“The only goal is to come back tomorrow.”
-Alan Trapulionis

เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวคือทำอะไรก็ได้เพื่อให้เราพร้อมจะกลับมาทำมันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

ยกตัวอย่างคนที่อยากจะหัดวิ่งให้เป็นกิจวัตร

ถ้าเราไม่เคยวิ่งมาก่อน แล้ววันแรกเราซัดไป 5 กิโลเมตร พรุ่งนี้เราจะล้า มะรืนนี้เราจะลังเลสงสัย และวันถัดไปเราจะมีข้ออ้างอื่นๆ

แต่ถ้าวันแรกเราวิ่งแค่เพียง 500 เมตร ถ้าเราหยุดทั้งๆ ที่เรายังไม่หมดก๊อก พรุ่งนี้เราจะมีแรงกายและแรงใจกลับมาซ้อมวิ่งอีกหน

เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากที่เราย่อหย่อนเเกินไป แต่เกิดจากที่เราตึงเกินไปต่างหาก

ตึงเพราะเอาตัวเองไปเทียบกับคนเก่งๆ ตึงเพราะอยากได้ชัยชนะมาเร็วๆ ตึงเพราะลืมไปว่าของดีๆ ย่อมต้องใช้เวลา

ไม่ว่าจะเริ่มทำสิ่งใด ความต่อเนื่องสำคัญกว่าความเข้มข้นเสมอ

สร้างความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับสิ่งๆ นั้น แล้วเราจะทำมันได้อย่างยั่งยืนครับ

ถ้าวิ่งเป็นประจำก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะหุ่นดี

20200513c

บริษัท Wongnai ที่ผมทำงานอยู่เคยเชิญพี่โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ และ พี่เก้ง จิระ มะลิกุล มาบอกเล่าประสบการณ์ในกิจกรรม Wongnai WeShare

นอกจากผมจะประทับใจในวิธีคิดวิธีทำงานของพี่ทั้งสองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจก็คือ “หุ่น” ของพี่ๆ แม้วัยจะขึ้นเลข 5 แล้วยังดูสมาร์ทอยู่เลย

และกิจกรรมที่พี่สองคนนี้ทำเหมือนกันก็คือการวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นประจำ พี่โจ้วิ่งครบ 10,000 กิโลแล้ว ส่วนพี่เก้งก็เคยจบมาราธอนมาแล้ว

—-

เมื่อวานนี้ผมได้อ่านโพสต์ของเพจวิ่งไหนดีที่เล่าเรื่องราวของคุณกริช พ่อลูกอ่อนที่ลดน้ำหนักจาก 140 กิโลเหลือเพียง 78 กิโลภายในปีครึ่ง

“ช่วงเช้าผมจะวิ่งโซน 2 ประมาณ 1 ชม. หรือวิ่ง 10 กม. เย็นเล่นเวท 1-2 ชม. แบ่งเป็น 3 วัน วันละส่วน
– อก-หลังแขน-ท้อง
– แขนหน้า-ไหล่
– ขา-หลัง-ท้อง

จะออกแบบนี้ 3 วัน พัก 1 วัน วนไปเรื่อย ๆ ครับ

ส่วนการกิน งดทอด มัน หวาน เน้นโปรตีนเน้นผัก ทานแบบIF 16/8 ก็หาศึกษาตามอินเทอร์เน็ตและนำมาปรับให้เข้ากับตัวเราที่สุดครับ”

ผมอ่านไปก็คิดไปว่า ถ้าทำได้อย่างคุณกริช ยังไงๆ น้ำหนักก็ต้องลดป่ะ

ถ้าเราทำเรื่องบางเรื่องเป็นประจำและสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ปลายทางย่อมเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้

ถ้าวิ่งเป็นประจำก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะหุ่นดีขึ้น

ถ้าอ่านหนังสือดีๆ เป็นประจำ ก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะลุ่มลึกขึ้น

ถ้าเขียนบทความทุกวัน ก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเขียนเก่งขึ้น

ถ้าทำงานเกินความสามารถบ่อยๆ ก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่จะเราจะเทพกว่าคนอื่น

อะไรหลายอย่างที่เราอยากได้หรืออยากมี บางทีก็ตรงไปตรงมากว่าที่คิด

ลองมาทำบางเป้าหมายให้กลายเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้กันดูนะครับ

—–

ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการค้นหาสิ่งที่สำคัญกับเราอย่างแท้จริง มีขายที่ whatisitpress.com ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ markpeak.net/elephant-in-the-room/

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

เดือนกันยาจะมาเร็วกว่าที่คิด

20200115c

แป๊บๆ ก็จะสิ้นเดือนแรกของปี 2563

นี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าความมุ่งหวัง เป้าหมาย และปณิธานใหม่ๆ ที่เรามีเมื่อวันที่ 1 มกราคมมันยังสว่างสดใสหรือถูกเมฆหมอกแห่งความเคยชินปกคลุมไปหมดแล้ว

ยังไม่สายที่จะรีเซ็ตตัวเองอีกครั้ง อะไรที่เคยทำได้ 7 วันแล้วหยุดไป นี่คือโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากคนที่ทำงานหนักแค่ชั่วคราว ความสำเร็จเกิดจากคนที่ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ถอนตัว

เพราะถ้าเราปล่อยให้ชีวิตกลับไปอยู่กับวิถีเดิมๆ วันและเดือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้ตัวอีกทีก็เกือบสิ้นปี

อย่าให้ซ้ำรอยกับที่ผ่านมา เพราะเดือนกันยาจะมาเร็วกว่าที่คิดครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer