เหนื่อยพอกัน

20161114_efforts

We either make ourselves miserable or we make ourselves strong. The amount of work is the same.

เราจะทำตัวให้น่าเวทนาก็ได้ หรือจะทำตัวเข้มแข็งก็ได้ ทั้งสองอย่างนี้ต้องออกแรงพอๆ กันนั่นแหละ

– Carlos Castaneda

เวลาเจอเรื่องหนักๆ หรืออกหักแรงๆ บางทีเราก็เผลอสวมบทเป็นเหยื่อผู้น่าสงสาร (victim)

แล้วเราก็จะทำตัวอ่อนแอ ไม่ออกไปพบปะผู้คน ไม่ทานข้าวทานปลา และรู้สึกว่าโลกใบนี้มันช่างโหดร้ายยิ่งนัก

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราดึงสติกลับมาได้ เราจะรู้ว่าโลกไม่ได้โหดร้ายกับเราเลย โลกก็ยังหมุนไปเหมือนที่เคยเป็นมา และอะไรๆ ก็ไม่แน่ไม่นอน พร้อมจะเปลี่ยนเป็นดีขึ้นหรือแย่ลงได้เสมอ

แต่ที่แน่ๆ ณ ตอนนี้ วินาทีนี้ เรายังมีลมหายใจอยู่

และที่แน่ๆ ในเวลาเดียวกันนี้ ใครบางคนกำลังหายใจเป็นครั้งสุดท้าย

ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้ไปต่อ

ตอนนี้ก็แล้วแต่เราแล้วว่า จะร้องห่มร้องไห้เรียกคะแนนความสงสาร หรือจะกัดฟันสู้ดูอีกซักตั้ง

ไม่ว่าทางไหน ก็เหนื่อยพอกัน

เชิญเลือกได้ตามอัธยาศัยครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

คนอ่อนแอจะแก้แค้น

20161114_weak

คนอ่อนแอจะแก้แค้น
คนแข็งแกร่งจะให้อภัย
คนหัวใสจะมองข้าม

Weak people revenge.
Strong people forgive.
Intelligent people ignore.
-Unknown

จริงอยู่ เรื่องบางเรื่องก็ทำเป็นมองข้ามไปไม่ได้ คงต้องมีตักเตือนสั่งสอนกันบ้าง เพื่อไม่ให้เขาทำผิดและทำให้ใครเดือดร้อนอีก

แต่เรื่องที่ตกอยู่ในข่ายนั้นจะมีซักกี่เรื่องกันเชียว?

ผมว่าเรื่องส่วนใหญ่ที่ทำให้เราหัวเสียและเก็บมาคิดให้ใจขมนั้น จริงๆ มันเป็นเรื่องที่เรายกโทษหรือทำเป็นลืมๆ ไปบ้างก็ได้

ที่เราทำเป็นลืมไม่ใช่เพราะว่าเราควรจะใจดีกับเขา แต่เพราะเราควรใจดีกับตัวเองต่างหาก

เพราะใครจะรู้ว่าเวลาของเรามีเหลืออยู่เท่าไหร่

เรื่องบางเรื่อง ก็ไม่ควรเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ผู้ใหญ่ขี้แย

20161108_cyring_adult

ตอนที่ปรายฝนอายุหนึ่งเดือน เจ้าตัวจ้อยจะร้องไห้ด้วยสี่สาเหตุหลักๆ คือ หนาว อึ หิว และง่วง

ตอนนี้เจ้าตัวจ้อยอายุหนึ่งขวบนิดๆ แล้ว

ความหนาวทำอะไรปรายฝนไม่ได้แล้ว เพราะปรายฝนเป็นเด็กขี้ร้อน

ส่วนอึก็ทำอะไรปรายฝนไม่ได้เช่นกัน สามารถนั่งเล่นต่อได้หน้าตาเฉย ผมกับแฟนเองนี่แหละที่ทนกลิ่นไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมให้

แต่ก็ยังเหลือเรื่องหิวและง่วงอยู่

และที่เพิ่มขึ้นมาคือจะร้องตอนที่แม่จะไปทำงาน (เพราะเริ่มรู้เรื่องแล้วว่าแม่จะไม่อยู่ทั้งวัน)

หิวเมื่อไหร่ก็ร้องจ้า ง่วงเมื่อไหร่ก็จะงอแง แม่ไปไหนก็จะร้องตาม

เราทุกคนก็เคยผ่านช่วงเวลานี้ เพราะทุกคนเคยเป็นเด็กด้วยกันทั้งนั้น

และผมกำลังสงสัยว่าเรายังติดนิสัยเหล่านี้มาจนโต

นี่คือเหตุผลที่เวลาเราหิว เราก็จะต้องรีบหาอาหารเข้าปาก หรือถ้าไม่ได้กินข้าวก็จะหงุดหงิดฉุนเฉียว

และเป็นเหตุผลที่ แม้จะถึงเวลาที่ต้องลุกจากเตียงแล้ว แต่ถ้าเรายังง่วงอยู่ เราก็จะงอแงและขอนอนต่ออีกห้านาที

และอาจเป็นเหตุผลที่เราเรียกร้องอยากให้คนอื่นมาสนใจเราทั้งทางตรงและทางอ้อม

แต่ถ้าลองมาสังเกตความรู้สึกจริงๆ เราจะรู้ได้เลยว่า อาการหิว อาการง่วง หรืออาการเหงา มันไม่ได้แย่อย่างที่เราคิดหรอก

ถ้าใครเคยอ่านหนังสือ ยิ่งหิวยิ่งสุขภาพดี ของนายแพทย์โยะชิโนะริ นะงุโมะ ก็จะรู้ว่า การปล่อยให้ร่างกายหิวบ้าง คือเรื่องดี

และถ้าคุณลองสังเกตร่างกายอย่างเป็นกลางจริงๆ ว่าเวลาหิวนั้นมีอาการอย่างไรบ้าง โดยไม่ต้องเอาอารมณ์โมโหหิวลงไปเจือปน คุณอาจจะได้ข้อสรุปเหมือนผมว่า มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นซะหน่อยก ก็แค่รู้สึกอะไรในท้องนิดหน่อย

อาการง่วงก็เหมือนกัน

เวลาผมง่วง ผมก็มักจะปล่อยตัวเองให้เคลิ้มๆ สติจะผลุบๆ โผล่ๆ ขาดๆ หายๆ เพราะผมเคยชินกับสภาวะนี้มาแต่ไหนแต่ไร

แต่พอลองสังเกตตัวเองดีๆ ว่า จริงๆ แล้ว “ความง่วง” คืออะไร ก็ได้พบว่า มันคือความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมากดอยู่กลางศีรษะให้หน่วงๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง

อาการเหงา ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่เราคาดหวังให้คนอื่นมาสนใจ แต่เขาไม่ได้มาสนใจ

ถ้าเราอยู่คนเดียวอยู่แล้วเรามักจะไม่ค่อยเหงา เพราะเราไม่ได้คาดหวังให้ใครมาสนใจ แต่พอเริ่มมีคนรายล้อม (ทั้งทางกายภาพหรือทางโลกไซเบอร์ก็แล้วแต่) เราก็จะเริ่มเหงาขึ้นมาทันที

เด็กเล็กหนึ่งขวบจะร้องไห้ทุกคร้้งเวลา หิว ง่วง หรืออยากให้คนสนใจ

แม้จะโตมาเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่พวกเราก็ยังตอบสนองสามอาการนี้ด้วยความงอแง ไม่ต่างอะไรกับเด็ก เพียงแค่เปลี่ยนการแสดงออกจากร้องไห้ไปเป็นวิธีอื่น

อาจจะต้องกลับมาสังเกตอาการเหล่านี้ด้วยความเป็นกลางมากขึ้น

จะได้เลิกงอแง

และโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆ ได้ซักที


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

สิ่งต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา

20161106_nottous

มันเกิดขึ้นเพื่อเราต่างหาก

“Life is always happening for us, not to us.”
-Tony Robbins

ถ้าเราเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีความบังเอิญ

และทุกอย่างมีเหตุผลของมันเสมอ

เราก็จะเลิกตีโพยตีพายว่าเรามันโชคร้าย หรือโลกนี้ไม่แฟร์

เพราะการตีโพยตีพายไม่มีประโยชน์อะไรเลย เผลอๆ จะทำให้เรื่องแย่ลงด้วยซ้ำ

เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรค ถ้าเราคิดซะว่าสิ่งเหล่านี้มันช่วยให้เราเติบโต หรือช่วยให้เราเตรียมความพร้อมสำหรับอะไรบางอย่างในอนาคต เราก็จะรับมือกับเรื่องปวดหัวด้วยทัศนคติที่เป็นกลางและสร้างสรรค์มากขึ้น

“Life is always happening for us, not to us.”

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพื่อเรา ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา

อย่าปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นสูญเปล่านะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก The Tim Ferriss Show: Tony Robbins – on Achievement versus Fulfillment

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ถ้าประตูมันไม่เปิด

20161102_door

แสดงว่ามันอาจไม่ใช่ประตูของเราก็ได้

If it doesn’t open, it’s not your door.

– Anonymous

เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

แต่ความพยายามก็ไม่ได้นำพามาซึ่งความสำเร็จเสมอไป

งานบางบริษัทเราอาจพยายามสมัครมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้ซักครั้ง

ผู้หญิงบางคนเราอาจจะตามจีบมาไม่รู้กี่ปี แต่ก็ไม่ทำให้เธอใจอ่อน

การลงทุนบางอย่างเราอาจศึกษามานาน แต่ก็ยังขาดทุนอยู่

บางที เรื่องบางเรื่องอาจไม่เกี่ยวกับความพยายาม

เกี่ยวกับว่ามันเหมาะ หรือไม่เหมาะสำหรับเราเท่านั้นเอง

ไม่ได้จะบอกให้ยอมแพ้ง่ายๆ นะครับ

แค่บอกว่า ระหว่างที่เราพยายามเปิดประตูอยู่นั้น อย่าลืมมองไปรอบๆ ด้วยว่ามีประตูบานอื่นอยู่รึเปล่า

ในเมื่อกุญแจที่เรามีมันเปิดประตูบานนี้ไม่ได้ ทำไมไม่ไปลองกับประตูบานอื่นๆ ดูบ้าง?

เพราะเวลาเรามีจำกัด และทางเลือกเรามีมากกว่าหนึ่ง

อย่าเสียเวลากับประตูที่เราไม่มีกุญแจเลยครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com