ความกล้าหาญ

20161207_courage

Courage does not always roar. Sometimes it’s the quiet voice at the end of the day saying I will try again tomorrow

ความกล้าหาญไม่ได้ส่งเสียงคำรามเสมอไป บางทีมันก็เป็นเพียงเสียงกระซิบที่เราบอกตัวเองตอนหมดวันว่า “พรุ่งนี้เอาใหม่”

– Mary Anne Radmacher

เมื่อไหร่ก็ตามที่เจอเรื่องที่ทำแล้วไม่สำเร็จ เรามีสองทางเลือก

คือเลือกที่จะไปทำอย่างอื่น หรือเลือกที่จะพยายามอีกครั้ง

ทั้งสองอย่างต่างก็ใช้ความกล้าคนละแบบ

ถ้าเลือกที่จะไปทำอย่างอื่น ก็คือความกล้าที่จะถูกมองว่าไม่สู้

ถ้าเลือกที่จะพยายามอีกครั้ง ก็ต้องอาศัยความกล้าที่จะล้มเหลวอีกครั้ง

แต่จริงๆ แล้วความล้มเหลวกับความสำเร็จก็เป็นของคู่กันอยู่แล้ว

ล้มเหลวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ พอสำเร็จแล้วเราก็ขยับเป้าหมายให้ใหญ่และยากกว่าเดิมจนเราล้มเหลว

โชคดีที่เรายังมี “โอกาสดีๆ” ที่เรียกว่า “วันพรุ่งนี้” เสมอ

ขอเพียงมีเสียงกระซิบเบาๆ ตอนหมดวันว่า “พรุ่งนี้เอาใหม่” ก็พอแล้ว


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ไม่ยากอย่างที่คิด

20161203_notthathard

ถาม: จริงๆ แล้วคุณทำมาแล้วหลายบทบาท ถ้าจะถามถึงบทเรียนสำคัญในชีวิตของคุณที่ได้เรียนรู้ที่พอจะเล่าให้คนอ่านได้ฟัง

ตอบ: จริงๆ แล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างสนใจธรรมะนะ แต่ธรรมะของผมไม่ใช่เรื่องการเข้าวัด สวดมนต์ แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตกับปัจจุบันขณะ ไม่ยึดติดกับอดีตและอนาคต ทุกวันก่อนผมมาทำงาน เช่นตอนทานอาหารเช้า ผมก็พยายามปฏิบัติ ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่สามารถมาทำงานและเจอเรื่องเครียดๆ ได้ทุกวัน แล้วการที่ผมทำแบบนี้ก็เหมือนกับผมเริ่มต้นชีวิตใหม่ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องไปแบกภาระของอดีตเอาไว้ ในขณะเดียวกัน ผมเชื่อว่าคนเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลง และบริษัทก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อถ้าเราอยู่กับปัจจุบัน แต่มัวไปยึดติดกับอดีต ถ้าเราทำแบบนี้แล้วเราจะเปลี่ยนไปเป็นแบบนั้นได้ยังไง มันยาก แต่ถ้าเราไม่ยึดติดกับอดีต จริงๆ มันก็ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้ยึดติดกับอนาคต ถ้าเราเชื่อว่าเรามีแผนที่ดีที่สุด มีกลยุทธ์ที่ดีที่สุด มีทีมงานที่ดีที่สุด มันจะเป็นยังไงเราก็ต้องยอมรับมันและทุกอย่างก็ยังแก้ไขปรับเปลี่ยนปรับปรุงได้ตลอด

– เพชร โอสถานุเคราะห์
a day BULLETIN issue 442: 21 Nov 2016issue 442: 21 Nov 2016
เรื่อง: วสิตา กิจปรีชา, วรัญญู อินทรกำแหง
ภาพ: ภาสกร ธวัชธาตรี
สไตลิสต์: Hotcake


ชีวิตเราตั้งแต่เด็กจนโต ผ่านการเรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นอนุบาลยันมหาวิทยาลัย เราได้ผ่านกระบวนการ “นิยามตนเอง” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จากเด็กที่เคยเกเร อาจกลับมาเป็นเด็กเรียนเก่งได้ จากเด็กใส่แว่นเนิร์ดๆ อาจจะโตมาเป็นหญิงสาวแสนสวยที่ผู้ชายหมายปองได้ จากผู้ชายผอมแห้งแรงน้อย อาจจะกลายเป็นหนุ่มใหญ่กล้ามโตได้

แต่พอเรียนจบและทำงานมาซักพักหนึ่ง กระบวนการนิยามตนเองของเราเหมือนจะหยุดลง (fossilized) เพราะเรามีภาพในหัวที่ชัดเจนแล้วว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ เราจึงคุ้นชินกับตัวเราแบบเดิมๆ เพราะอยู่อย่างนี้ก็สบายดี

แต่ความเป็นจริงก็คือทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อาจจะเปลี่ยน “เบาๆ” จนเราลืมสังเกตเห็น ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกาย ความเชื่อบางอย่าง หรือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในโลก

ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นที่เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน

ยิ่งถ้าเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ การทำอะไรแบบเดิมๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากการปิดประตูแห่งโอกาส

กำแพงที่ยากที่สุดที่ขวางทางเรา ก็คือการยึดติดกับตัวตนของเราในอดีต หรือแม้กระทั่งตัวตนของเราในวันนี้นี่แหละ

แต่ถ้าเราไม่ยึดติดกับอดีต จริงๆ มันก็ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก

แน่นอน เราคงไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างเพียงชั่วข้ามคืนได้

แต่เรา “เริ่มต้น” ที่จะเปลี่ยนได้เสมอครับ


ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก a day BULLETIN issue 442a day BULLETIN issue 442

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

หมั่นทำสิ่งที่เรากลัว

20161129_afraid

Always do what you are afraid to do.

-Ralph Waldo Emerson


ผมว่าหนึ่งใน “เคล็ดลับ” ของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคือการที่เขากล้าทำสิ่งที่คนอื่นหลีกเลี่ยง

เรื่องบางเรื่องคนอาจจะหลีกเลี่ยงเพราะกลัว กลัวว่ามันจะเสี่ยงเกินไป

แต่เรื่องส่วนใหญ่ที่เราหลีกเลี่ยงนั้น เป็นเพียงเพราะมันทำให้เรารู้สึกอึดอัด – feeling uncomfortable เท่านั้นเอง

เช่นการแสดงความเห็นในที่ประชุม การพยายามพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยน่ารัก หรือการทำงานที่เราไม่ถนัด

แต่ถ้าเราระลึกได้ว่า เราจะเติบโตและเก่งขึ้นทุกครั้งหลังจากที่เราได้ลองทำสิ่งที่เรากลัวหรือไม่ค่อยถนัด เราก็อาจจะมีแรงฮึดมากขึ้น

มีนักบริหารผู้หญิงคนหนึ่งเคยมาบรรยายแล้วบอกพวกผมไว้ว่า

Every day, do something that makes you uncomfortable.

ตัวผมเองก็ยังซุกอยู่ใน comfort zone มากเกินไป คงต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ให้กล้าทำสิ่งที่เรากลัว (แม้จะเป็นแค่เรื่องเพียงเล็กน้อย) ให้บ่อยกว่านี้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

ที่ชีวิตมันยาก

20161126_difficult

Sometimes you face difficulties not because you’re doing something wrong but because you’re doing something right

บางครั้ง การที่เราต้องเจอเรื่องยุ่งยากไม่ใช่เพราะว่าเรากำลังทำอะไรผิด แต่เพราะเรากำลังทำอะไรถูกต่างหาก

– Joel Osteen


ชีวิตของผมช่วงนี้ยากเป็นพิเศษ เพราะกำลังปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เจองานที่ทำให้เราเก้ๆ กังๆ และไดนามิกส์การทำงานก็เปลี่ยนไปทำให้บางครั้งก็รับงานมามามากเกินตัว จนบางทีต้องอยู่ออฟฟิศเกิน 12 ชั่วโมงตลอดสัปดาห์

ถือเป็นเรื่องท้าทายที่ทำให้เราได้เติบโต

การเติบโตนั้นยากลำบากเสมอ (Growth is always painful)

ในทางกลับกัน ถ้าชีวิตมันง่ายดายไปหมด อยู่แต่ใน comfort zone ตลอดเวลา นั่นก็แสดงว่าเราไม่ได้เติบโตเลย

ความยากลำบากอาจนำมาซึ่งความทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็นำมาซึ่งความสุขด้วย เพราะมนุษย์เราจะมีความสุขเมื่อได้เห็นความก้าวหน้าไม่ว่าจะในเนื้องานหรือในตัวเราเอง

ใครก็ตามที่กำลังมีชีวิตที่ลำบากอยู่ ผมเอาใจช่วยนะครับ ถือว่าเราหัวอกเดียวกัน

และในวันหนึ่ง เมื่อตัวเราที่โตขึ้นมองย้อนกลับมา ผมเชื่อว่าเราจะรู้สึกขอบคุณความยากลำบากในวันนี้ครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

กำแพงไม่ได้มีไว้ขวางเรา

20161116_wall

“The brick walls are there for a reason. The brick walls are not there to keep us out. The brick walls are there to give us a chance to show how badly we want something. Because the brick walls are there to stop the people who don’t want it badly enough. They’re there to stop the other people.”

– Randy Pausch, The Last Lecture

เมื่อคืนผมไปส่งแฟนที่สนามบิน อยากจะหาหนังสือให้เธออ่านเล่นซักเรื่องแล้วเผอิญเจอหนึ่งในหนังสือที่ผมชอบมากที่สุดก็เลยซื้อให้เธอซะเลย

หนังสือเล่มนั้นชื่อ The Last Lecture ของ Randy Pausch ซึ่งแปลไทยโดยคุณหนูดี วนิษา เรซ

ถ้อยคำหนึ่งที่ผมชอบมากก็คือตอนที่แรนดี้บอกว่า กำแพงไม่ได้มีไว้กั้นเรา แต่มีไว้กันคนอื่นที่ไม่ได้มีความอยากหรือความพยายามเพียงพอต่างหาก

เป็นการพลิกมุมมองที่สร้างกำลังใจได้ดีทีเดียว

สิ่งดีๆ นั้นใช้เวลาเสมอ (Good things take time) และเพราะคนเราสมัยนี้ใจร้อน รอไม่ได้ ก็เลยมักจะล้มเลิกเสียกลางคัน

จึงเหลือแต่คนที่อดทนและมีความพากเพียรพอเท่านั้นที่จะข้ามกำแพงนั้นไปได้

ดังนั้น กำแพงจึงไม่ได้มีไว้กันคน แต่มีไว้กรองคน

เมื่อโลกมีทางเลือกมากมาย กำแพงย่อมมีมากตาม เราจึงต้องเลือกให้ดีว่าอยากจะปีนกำแพงไหน และเมื่อเลือกแล้วก็ควรพยายามให้เต็มที่

ยิ่งยืนระยะได้เท่าไหร่ คู่แข่งเรายิ่งน้อยลงเท่านั้น

ขอให้ได้ข้ามกำแพงที่ตัวเองอยากข้ามนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com