ทำสิ่งที่เราพอทำได้

20170213_dowhatwecan

ด้วยสิ่งที่เรามี

ณ ที่ที่เราอยู่

“Do what you can, with what you have, where you are.”
― Theodore Roosevelt

เพราะถ้ามัวแต่รอฟ้าฝนให้เป็นใจ รอให้มีเวลา รอให้อะไรๆ ลงตัวกว่านี้ เราก็คงไม่ได้เริ่มซักที

เงินมีเท่านี้ก็ทำเท่านี้ ความรู้มีเท่านี้ก็ลองผิดลองถูกไป ระหว่างทางก็หาความรู้เพิ่มเติม แม้จะมีคนเห็นหรือมีลูกค้าไม่มากก็ยอมรับความจริงตรงนั้นแล้วเดินหน้าต่อไป

เพราะการเดินทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรกเสมอ

เริ่มเสียตอนนี้เท่าที่กำลังเราจะทำได้

ยังไงก็มีประโยชน์กว่าการนั่งรออยู่เฉยๆ แน่ๆ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

 

กล้าไม่ได้แปลว่าไม่กลัว

20170206_brave

แต่แปลว่าเราไม่ยอมปล่อยให้ความกลัวมาหยุดเรา

“Courage doesn’t mean you don’t get afraid. Courage means you don’t let fear stop you.”
-Bethany Hamilton

ผมเคยเขียนไว้ว่า มนุษย์เรามีความต้องการพื้นฐานอยู่แค่ 2S คือ Security และ Significance

เราทุกคนล้วนอยากรู้สึกปลอดภัยและอยากเป็นคนที่มีความหมาย

แต่บ่อยครั้ง สองอย่างนี้ก็ขัดแย้งกันเอง

เพราะการที่เราจะทำสิ่งสำคัญหรือสิ่งที่มีความหมาย เรามักจำเป็นต้องออกจากพื้นที่แห่งความสบายหรือ comfort zone

เมื่อออกจากพื้นที่นี้ เราย่อมไม่สบายใจ เพราะไม่รู้จะต้องเจออะไรบ้าง จะล้มเหลวรึเปล่า จะโดนหัวเราะเยาะรึเปล่า ความรู้สึกปลอดภัยหรือ security จึงถูกกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่เราก็รู้ดีอีกว่าความสบายไม่เคยทำให้เราเติบโต

ถ้าอยากเป็นผู้ใหญ่กว่าเมื่อวาน เราก็ต้องเลือกทำในสิ่งที่เรากลัว

ด้วยความเชื่อว่าสุดท้ายแล้วผลที่ออกมามันจะคุ้มค่าครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

มันจะไม่ยอมจากไปไหน

20170201_nothinggoesaway

จนกว่ามันจะได้สอนสิ่งที่เราต้องเรียนรู้

Nothing ever goes away until it teaches us what we need to know.

– Pema Chödrön


ปัญหาบางอย่าง ต่อให้เราวิ่งหนีมันมาไกลสุดขอบโลก เราก็ยังจะเจอมันอยู่ดี เพียงแต่อาจจะอยู่ในบริบทที่ต่างออกไปหรือมีชื่อเรียกที่ต่างออกไป

ถ้าเรารู้สึกว่าน้ำหนักเกินมานาน เราก็ต้องอยู่กับความรู้สึกนี้ไปจนกว่าเราจะเรียนรู้ว่าวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้องเป็นอย่างไร หรือไม่ก็เรียนรู้ที่จะพอใจกับร่างกายของตัวเอง (ไม่ว่าจะหนักเท่าไร)

ถ้าเราชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่ทุกเดือน ปัญหานั้นก็จะอยู่กับเราจนกว่าเราจะวางแผนการเงินได้ดีขึ้น หรือต้องการสิ่งต่างๆ ให้น้อยลง

ถ้าเราผิดหวังเรื่องความรักมาโดยตลอด เราก็จะผิดหวังต่อไปจนกว่าเราจะมองออกว่าใครที่เหมาะกับเราจริงๆ และเราควรจะทำตัวอย่างไรเพื่อให้เหมาะกับเขาด้วย

ทุกปัญหาที่ค้างคา คือปริศนาให้เราขบคิด

ตีโจทย์แตกเมื่อไหร่ ปัญหาก็จบเมื่อนั้นครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ถ้าไม่มีเวลาห้านาที

20170130_fivemins

คุณก็ไม่มีชีวิตแล้วล่ะ

If you don’t have five minutes, you don’t have a life.

-Tony Robbins

ลองมาคิดเล่นๆ เวลาเพียงห้านาที สามารถเอาไปทำอะไรดีๆ ได้ไม่น้อย

เขียนไดอารี่ 

ทำแพลงก์ให้หุ่นเฟิร์ม

เก็บที่นอนให้เรียบร้อย

เรียนภาษาด้วย Duolingo

วางแผนว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง

ลุกไปเข้าห้องน้ำเวลาปวด

โทรศัพท์หาแม่

อ่านนิทานให้ลูกฟัง

สวดมนต์ก่อนนอน

ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถทำได้โดยใช้เวลาแค่ 5 นาที ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อชีวิตของเราและคนที่เรารัก

ถ้าแค่ 5 นาที เรายังจัดเวลาให้ไม่ได้

ก็คงต้องถามตัวเองแล้วล่ะ ว่าเราทำชีวิตหล่นหายไปตอนไหน


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

เก่งไม่พูด เก่งถาม

20170125_ask

วันก่อนผมได้อ่านบล็อกของอัม น้องคนนึงที่เคยเล่นดนตรีด้วยกันและตอนนี้กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่อเมริกา

อัมเล่าให้ฟังถึงการไปฝึกงานที่กูเกิ้ลเป็นครั้งที่สอง และได้เจอเด็กไทยอีกสามสี่คนที่มาสนิทกันที่นี่

ทุกคนนี่มีความโหดๆทั้งนั้น
ตั้งแต่เด็กคณิตศาสตร์โอลิมปิกเหรียญทอง
จนถึงคนที่เก่ง competitive programming ระดับต้นๆ ร้อยๆคนแรกของโลก

พวกนี้เด็กกว่าเรา 10 กว่าปี ก็มี

เราก็เลยเป็นคุณลุงโปรแกรมเมอร์ธรรมดาๆคนนึง
ที่ได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ท่ามกลางเด็กๆเก่งๆหลายๆคน
สนุกดีนะ

พวกนี้น่าจะเก่งกว่าเราทุกคนอะนะ
แต่ที่น่ารักก็คือ เวลาเราพูดอะไร เค้าก็ฟังกันหมดนะ
แบบ เป็นเด็ก เนิร์ด ที่น่ารักๆอะ เลยทำให้เราสนิทกับกลุ่มนี้อยู่

…อย่างนีงที่เราชอบมากๆกับกลุ่มๆนี้
คือ ไม่มีใครวิชาการเลย
เวลานั่งคุยกัน จะเป็นเรื่องไร้สาระซะเยอะ
อะไรที่ไม่เป็น ก็จะไม่อวด เช่น เตะบอลไม่เป็น เค้าก็จะบอกว่า “โอ้ย ผมกากครับ”
ปล่อยมุกใส่เค้าก็ไม่ถือสา ช่วยหัวเราะ 5555 ให้อีกตะหาก
รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมาก รอบนี้

แล้วหนึ่งในบทสรุปที่อัมได้จากการไปฝึกงานที่กูเกิ้ลคราวนี้ก็คือ “เก่งไม่พูด เก่งถาม”

เราถูกล้อมรอบด้วยคนที่เก่งกว่าเราเต็มไปหมด
สิ่งที่เราสังเกตได้ คือ เวลามีคำถามอะไรขึ้นมา
พวกนี้ไม่อวด ไม่รีบแย่งตอบ เค้าจะรอฟังคนอื่นตอบแล้วเค้าก็จะแซมๆขึ้นมา

เวลาเราเล่าอะไรให้ฟัง
พวกนี้จะค่อยๆให้เราเล่า ไม่แทรกด้วยอะไรที่เค้ารู้อยู่แล้ว
แล้วก็จะถามคำถามต่างๆด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงใจ
ในสายตาเรา พวกเนี้ยะแหละเก่งจริง

อาจจะเพราะว่าคนที่เก่งจริงๆ นั้นเขารู้ดีว่าเขายังไม่รู้อะไรอีกมาก จึงมีความถ่อมตัวและพร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นอยู่เสมอ

หรือคนเก่งจริงบางคน อาจจะเคยชอบอวดเก่งก็ได้ แต่พอเวลาผ่านไปจึงรู้ดีว่ามันไม่จำเป็น เพราะความเก่งจะอวดตัวมันเองอยู่แล้ว

เก่งไม่พูด เก่งถาม

จำคำนี้ให้ขึ้นใจ

จะได้เป็นคนเก่งที่น่ารักครับ


ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com