อย่าใจร้ายกับตัวเองเกินไป

20200724c

ความตั้งใจที่จะทำทุกๆ อย่างให้ออกมาดีนั้นเป็นเรื่องน่าชื่นชม

แต่ดีเกินดีคือไม่ดี นิสัยหรือ character บางอย่างถ้าเรามีมากเกินไปสุดท้ายมันจะกลับมาทำร้ายเราเอง

พระท่านถึงบอกว่า ไม่ต้องเป็นคนดีหรอก เพราะเป็นอะไรมันก็ทุกข์ทั้งนั้น

ไม่ต้องเป็นคนดี แค่ทำดีก็พอ

เมื่อทำดีแล้ว ทำเต็มที่แล้ว สุดท้ายผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรมันอยู่นอกเหนือความควบคุมของเรา ถ้ามันไม่ได้ออกมาดีอย่างที่หวัง ก็ขอให้เรียนรู้ในความผิดพลาดเพื่อจะหาทางแก้ไขในคราวต่อไป

แต่อย่าเอาผลลัพธ์ที่ไม่ได้ดั่งใจนั้นมาเฆี่ยนตีตนเอง เพราะการทำอย่างนั้นไม่ได้มีประโยชน์กับใครเลย

จริงจังกับการกระทำ ปล่อยวางกับผลลัพธ์ครับ

โหยหาการมองเห็น

20190923b

หนึ่งในความต้องการส่วนลึกที่สุดของคนเรา คือความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ

และถ้าเขาไม่ได้รับความรู้สึกนี้จากคนในครอบครัวหรือจากคนใกล้ตัว เขาก็จะแสวงหาความรู้สึกนี้จากที่อื่นแทน

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเด็กแว้นถึงไปแต่งท่อมอเตอร์ไซค์ให้เสียงดังหนวกหูชาวบ้าน เพราะเวลาเขาพูดที่บ้านไม่ค่อยมีใครฟังเขาเลย

เป็นเหตุผลที่เด็กหลังห้องก่อเรื่องผิดระเบียบจนอาจารย์ผู้ปกครองเรียกไปคุยอยู่บ่อยๆ เพราะพ่อแม่ไม่เคยมีเวลาคุยด้วย

เหตุผลที่หญิงสาวบางคนแต่งตัวโป๊ๆ โชว์เนื้อหนังในอินสตาแกรม เพราะอยู่ที่โรงเรียนไม่มีใครสนใจ

เหตุผลที่บางคนโพสต์เฟซบุ๊กทุกวันเพื่อบอกว่าชีวิตของฉันดีแค่ไหน เพื่อขอความมั่นใจว่าชีวิตฉันยังดีอยู่

เขาเพียงต้องการจะบอกกับโลกว่า “มองเห็นฉันมั้ย มองเห็นฉันสิ มองเห็นฉันรึยัง”

Now you see me…

ถ้าเราเจอคนที่โหยหาการมองเห็น อย่าเพิ่งรำคาญหรือหมั่นไส้ ทุกอย่างมีที่มาที่ไป เพราะเขาพร่องภายในเขาจึงต้องแสวงหาจากภายนอก

และบางครั้งเราเองก็มีอาการไม่ต่างกัน

ก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งทั้งเราและเขาจะได้รับการมองเห็นจากคนที่เรารักอย่างเพียงพอ

จะได้ไม่ต้องคอยพึ่งพาสายตาของคนอื่นคนไกลไปตลอดชีวิตครับ

เวลาเรากำลังพูดถึงใคร

20190923

ให้ระลึกไว้ว่าเรากำลังพูดถึงตัวเอง

ไม่ว่าเราจะชื่นชมว่าเขาเป็นคนดี หรือด่าทอว่าเขาเป็นคนใช้ไม่ได้

สุดท้ายเราก็แค่ตัดสินจากสิ่งที่เราเห็น และจากสิ่งที่เราคิดว่าเขาเป็นเท่านั้น

“ที่เขาทำอย่างนี้ เพราะต้องมีเจตนาอย่างนี้แน่ๆ เลย”

กระบวนการคิดอย่างนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเลยสักนิด มันสะท้อนความเป็นตัวเราล้วนๆ เพราะเราจะใช้บรรทัดฐานของเราในการตัดสินการกระทำของคนอื่นเสมอ

เราไม่มีทางรู้จักเขาได้ดีพอ ขนาดตัวเองเรายังรู้จักได้ไม่ดีพอเลย

ดังนั้นโปรดระวังเวลาที่เรากำลังพูดถึงคนอื่น

เพราะมันเป็นการพูดถึงตัวเองอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

บางทีเราก็ไม่ควรเป็นตัวของตัวเอง

20190918

“Sometimes you have to be not yourself.”
-Anonymous

การเป็นตัวของตัวเองนั้นฟังดูสมเหตุสมผล และเป็นคำแนะนำที่เราได้ยินจากปากคนที่หวังดีกับเรามาเนิ่นนาน

แต่หลุมพรางของการเป็นตัวของตัวเอง คือมันอาจเป็นข้ออ้างให้เราไม่ได้ปรับปรุงตัวหรือไม่ได้ทำหน้าที่ของเราอย่างสมบูรณ์

ถ้าเราเป็นหัวหน้า แต่ไม่ค่อยสื่อสารกับลูกน้องโดยอ้างว่าเราเป็นคนเงียบๆ ขี้อาย เราก็เป็นหัวหน้าที่ใช้ไม่ได้

หรือถ้าเราเป็นคนตรงไปตรงมา คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น แล้วคำพูดของเราทำให้คนใกล้ตัวเจ็บช้ำน้ำใจ ก็ย่อมทำให้ความสัมพันธ์คลอนแคลน

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกฝนได้ ถ้าเรามีตรงไหนที่ไม่ดีแล้วอยากเห็นมันดีขึ้น เราก็ต้องพยายามไม่เป็นตัวของตัวเอง – อย่างน้อยก็สักช่วงนึง

เช่นถ้าเราเป็นคนพูดจามะนาวไม่มีน้ำ บางทีเราก็ต้องหัดพูดให้นุ่มนวลขึ้นบ้าง เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี มันก็จะเป็น reward ที่เราจะจดจำและอยากทำซ้ำ เมื่อทำบ่อยเข้า เราก็จะกลายเป็นคนที่พูดจาดีไปโดยปริยาย อย่างน้อยก็ในบริบทที่จำเป็นต้องพูดจาดี

เป็นตัวของตัวเองนั้นทำได้ ถ้ามันไม่ได้ก่อความเดือดร้อน

แต่ถ้าเป็นตัวของตัวเองแล้วทำร้าย ก็อย่ายึดติดตัวตนให้มากนักเลย

เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนคนอื่นตัดสิน

20190827

ให้รู้ว่าเรากำลังตัดสินตัวเอง

“The research is pretty clear. We’re mostly thinking about ourselves. So when you feel judged, it’s because you’re judging yourself.”
-Deb Knobelman

หนึ่งในความปรารถนาส่วนลึกที่สุดของเราคือการอยากให้ตนเองเป็นที่รัก

มันก็เลยทำให้เราต้องแคร์สายตาคนรอบข้างไปโดยปริยาย

สายตาลูกน้อง สายตาเพื่อนร่วมงาน สายตาคนแปลกหน้า สายตาศัตรู

บางครั้ง เราจึงไม่ได้ทำสิ่งที่สอดคล้องกับความเชื่อและความต้องการของเราจริงๆ แล้วเราก็ต้องมานั่งเจ็บใจกับตัวเองทีหลัง

หรือถ้าเราได้ทำสิ่งที่เชื่อ เราก็ยังมานั่งกังวลอีกว่าคนอื่นจะมองเรายังไง

ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ชวนกลุ้มใจทั้งคู่

คุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุลเคยเขียนไว้ว่า

“อย่างเรื่องสายตาผู้อื่น เอาเข้าจริง ๆ แล้วจะมีใครซีเรียสกับเรากี่คน เขาอาจจะมองเราแค่ผ่าน ๆ จากนั้นก็ลืม แล้วทำไมจึงต้องปล่อยให้มันมีผลต่อการใช้ชีวิตของเราทั้งวัน ทั้งเดือน หรือกระทั่งทั้งชีวิต

เท่าที่ผมสังเกตโลกมาบ้าง พบว่าคนเราเอาใจใส่กันน้อยนิดเต็มที โดยปกติแล้วไม่ว่าเราทำอะไร เพื่อนแท้ย่อมเข้าใจ คนทั่วไปไม่สังเกต ส่วนศัตรูนั้น ยังไง ๆ มันก็มองเราไม่ขึ้น

ฉะนี้ ความเป็นตัวของตัวเอง คงไม่แพงอย่างที่คิดเสมอไป”

เราจึงไม่ควรตัดสินตัวเองผ่านสายตาของคนอื่น คนอื่นจะมองเราอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับเรามองตัวเองอย่างไร ทำลงไปแล้วเราชอบตัวเองรึเปล่า

ทำสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าถูกต้อง ดูผลลัพธ์ แล้วนำกลับมาปรับปรุงสำหรับครั้งต่อไป

เมื่อเจตนาถูกต้อง การกระทำเที่ยงตรง ย่อมส่งผลที่ดีในตอนท้ายแน่นอน