เป้าหมายชีวิต

20150412_GoalOfLife

“The goal of life: simple but not empty.”

“เป้าหมายของชีวิต: เรียบง่ายแต่ไม่เปล่าดาย”

– Terri Guillemets

—–
ชีวิตคนยุคใหม่นี่มันก็ยุ่งยากกว่ายุคปู่ยุคย่าของเราพอสมควรเลยนะครับ

ต้องเข้าโรงเรียนดังๆ ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ ต้องได้คะแนนดีๆ ต้องสอบติดมหาวิทยาลัยรัฐ ต้องได้งานดี ต้องมีรายได้เสริม ต้องมีแฟนสวย ต้องแต่งงาน ต้องมีลูก ต้องมีบ้าน ต้องมีรถ ต้องมีจักรยาน ต้องไปกินข้าวกับเพื่อน ต้องมีสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด ต้องถ่ายรูปอาหาร ต้องเขียนรีวิว ต้องอั๊ปรูป ต้องมีคนกดไลค์ ต้องเขียนบล็อก ต้องโปรโมตบล็อกตัวเอง ต้องคอยตอบคอมเม้นท์ ต้องบลาบลาบลา

สุดท้ายแล้วเราต้องการอะไร?

เท่าที่ผมลิสต์ข้างบน น่าจะมีอยู่สองอย่าง

หนึ่ง – เพลิดเพลินกับชีวิตปัจจุบัน

และสอง – มีความมั่นคงทางการเงินและทางสังคมมากพอที่จะใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสบายใจ

ถ้าเราเน้นข้อหนึ่งมากไป ตอนแก่อาจลำบาก

ถ้าเราเน้นข้อสองมากเกินไป ชีวิตแต่ละวันก็คงแห้งแล้งชะมัด แถมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอยู่ถึงวันที่ได้ใช้เงินที่เก็บไว้รึเปล่าด้วย

สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าเราทุกคนอยากมีชีวิตที่เรียบง่าย แต่ไม่ราบเรียบ

ไม่ง่ายหรอก แต่ก็ไม่น่าจะยากเกินไป ถ้าเราคอยถามตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่าเราต้องการอะไร

และสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันมันสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เราอยากมีรึยัง

พูดเมื่อดีกว่าเงียบ

20150405_SpeakOrSilence

Do not speak unless it improves on silence
– Unknown

อย่าพูด ยกเว้นเสียแต่มันจะดีกว่าความเงียบ
– นิรนาม

—–

สมองของคนเรานั้นคิดตลอดเวลา

บางสำนักบอกว่าเรามีความคิดวันละ 20,000 ความคิด

บางสำนักก็บอกว่าวันละ 50,000

และส่วนหนึ่งของความคิด ก็หลุดออกมาเป็นคำพูด

—–

เคยรู้สึกมั้ยว่าถ้าเราต้องนั่งเงียบๆ กับคนที่ไม่คุ้นเคย ความเงียบนั้นจะกลายเป็น dead air ที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดและผลักให้เราหยิบเรื่องอะไรก็ได้ขึ้นมาคุยกับเขา

ที่เราพูดออกไปเพราะว่าอะไร?

เพราะอยากรู้จักเขามากขึ้น? เพราะกลัวเสียมารยาท? หรือเพราะว่าความเงียบมันอึดอัดเกินไป?

ถ้าอยากรู้จักกันมากขึ้นจริงๆ ผมก็สนับสนุนให้คุยกันนะ เพราะการพูดคุยทำให้เราสนิทกันมากขึ้น

แต่ในบางสถานการณ์ ถ้าเราไม่รู้จะคุยอะไรจริงๆ การบังคับตัวเองให้พูดออกมา อาจจะได้เพียงประโยคอันว่างเปล่า และทำให้ dead air หนักกว่าเดิมหลังจากพูดจบแล้ว

ในสถานการณ์อย่างนี้ ความเงียบอาจจะช่วยให้เราสื่อสารกันได้ดีกว่าคำพูดใดๆ นะครับ

ความสุขของการเดินทาง

20150404_JourneyDestination

If you are not enjoying the journey, you probably won’t enjoy the destination.
– Unknown

ถ้าคุณไม่สนุกกับการเดินทาง คุณก็อาจจะไม่ชอบปลายทางนะ
– นิรนาม

—–

เคยถามตัวเองมั้ยครับว่า สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันจะนำเราไปสู่อะไร?

งานที่เราทำ ละครที่เราดู เพื่อนที่เราคุยด้วย ความเห็นที่เราตามอ่านในเฟซบุ๊ค

สิ่งเหล่านี้ให้พลังงานบวกหรือพลังงานลบมากกว่ากัน?

แม้ว่ามันจะเป็นลบเพียงเล็กน้อยในความรู้สึกเรา แต่ถ้าเราเจอมันทุกวัน มันจะทบเท่าทวีคูณ และอาจนำพาเราไปสู่สภาพที่ไม่น่ารื่นรมย์

(ส่วนชาวพุทธ ถ้ามองข้ามช็อต มันอาจจะนำพาเราไปสู่ทุคติภูมิได้เลย)

ถ้าเรารู้ว่าเรากำลังเดินไปทางไหน และมั่นใจว่าเป็นปลายทางที่ดี หากการเดินทางมันจะมีขลุกขลักบ้างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นรสชาติชีวิต

แต่ถ้าเราเดินทางโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังจะไปไหน แถมยังไม่สนุกกับการเดินทางอีก อันนี้ผมว่าต้องกลับมาคุยกับตัวเอง หรือปรึกษาคนใกล้ตัวแล้วล่ะ ว่าจะปล่อยให้ชีวิตเท้งเต้งอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จริงๆ หรือ

เพราะโลกนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ และสิ่งดีๆ ที่ได้มาก็ไม่ใช่เพราะว่าโชคช่วย

แล้วถ้าเรายังไม่มีจุดหมายล่ะ?

ผมว่าก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่เรายังมีความสุขกับการเดินทาง

ตั้งแต่ต้นปี ผมเองก็เริ่มเขียนบล็อกนี้จริงๆ จังๆ ทั้งๆ ที่ยังเห็นภาพไม่ชัดเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วผมต้องการอะไรจากการนั่งหน้าคอมเพิ่มวันละ 1-2 ชั่วโมงทุกวัน

แต่อย่างน้อยผมรู้สึกว่ากำลังสนุกกับการเดินทางครั้งนี้ชะมัด

และเมื่อเราใช้ความสุขนำ ผมเชื่อว่ามันจะพาเราไปสู่ปลายทางที่ดีได้ครับ

พูดไปเถอะครับพี่

20150401_MenExpectTooMuch

Men expect too much, do too little
– Allen Tate

คนเราคาดหวังมากเกินไป ลงมือทำน้อยเกินไป
– อัลเลน เทท

—–

ใครเป็นเด็กกิจกรรมน่าจะเคยเจอคนประเภท “นาโต้”

NATO – No Action. Talk Only.

เราจะเจอคนประเภทนี้ปะปนอยู่ในกลุ่ม “อาสาสมัคร” ที่จะมาช่วยกิจกรรมเสมอๆ

ถึงนาโต้จะมีอยู่ไม่เยอะ แต่มักจะเสียงดังและพูดมากที่สุด เลยมักจะครอบงำ (dominate) การประชุมอยู่เรื่อย

พวกนาโต้ จะบอกว่าทีมงานควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ แสดงความรู้ที่พกมาเต็มกระเป๋า

แต่พอถามว่า ใครจะรับงานไปทำบ้าง นาโต้มักจะออกตัวว่าช่วงนี้ยุ่งมาก

หรือถ้ารับปากว่าจะเอาไปทำ ก็ทำออกมาแล้วไม่ได้ครึ่งอย่างที่คุยไว้

เวลาประชุม ผมจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพวกนาโต้มากนัก สิ่งที่ผมสนใจมากกว่า คือคนที่อาสาจะรับผิดชอบงานแต่ละชิ้น ว่าทำกันไหวมั้ย มีแรง-มีทักษะ-มีเวลาพอที่จะทำรึเปล่า

เพราะทำงาน “การกุศล” มันเหนื่อยนะครับ

เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แถมยังได้กระดูกมาแขวนคอเป็นประจำ

ถ้างานชิ้นไหนดูลำบากเกินไป ก็ต้องหาคนช่วย หรือไม่ก็ปรับเนื้องานให้มันน้อยลง อาจจะไม่เจ๋งอย่างที่พวกนาโต้คาดหวัง แต่ที่แน่ๆ คือ “คนทำงานจริงๆ” เขาสบายใจ

ส่วนพวกนาโต้ ก็ปล่อยให้เขาได้พูดไปเถอะ

แต่ตราบใดที่เขาไม่พร้อมจะลงแรง ก็อย่าไปให้น้ำหนักเขามากนักเลย

ให้เขาสุขใจในหอคอยของเขาต่อไป

วันหนึ่ง ถ้าคิดได้ คงจะปีนลงมาเอง

ทำก่อน เชื่อทีหลัง

20150330_DoFirstBelieveSecond

We don’t take action because we believe.
We believe because we take action.
Do first. Believe second
-Seth Godin

—–
เรื่องบางเรื่องเราไม่รู้หรอกว่าทำได้หรือไม่ได้ จนกว่าจะลองลงมือทำ

ชีวิตผมจะว่าไปก็จับพลัดจับผลูมาตลอด

อยากเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ แต่มหาวิทยาลัยเปิดสอนไม่ได้เพราะเด็กน้อยเกินไป เลยต้องไปเรียนวิศวะไฟฟ้า

จนวิศวะไฟฟ้ามา ดันเผลอไปสมัครงานบริษัทซอฟต์แวร์ แล้วก็ได้มาเป็น software engineer ทั้งๆ ที่เคยเรียนวิชา Programming แค่เทอมเดียว

ทำงานด้านซอฟท์แวร์มาได้ 6 ปี ตำแหน่ง communication manager ก็ว่างขึ้นมา เลยลองสมัครดู ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้ดีมั้ย แต่เห็นงานแล้วมันน่าทำเลยขอลอง ก็ทำมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็มั่นใจในวิชาชีพนี้พอสมควร

ผมเขียนบล็อกลง Anontawong.com ครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555

ณ วันที่ 31 ธ.ค.2557 Anontawong.com มีบทความแค่ 15 บทความเท่านั้น

หรือปีหนึ่งเขียนประมาณ 5 บทความ (จริงๆ ไม่ถึงด้วย เพราะมีหลายโพสต์ที่ผมแค่อัพรูปเฉยๆ)

จนวันที่ 2 ม.ค. 2558 หลังจากกลับมาจากไปเที่ยวปีใหม่ แล้วมีเวลาอยู่กับบ้านว่างๆ ก็เลยคิดสนุกว่า ไหนเราลองมาเขียน anontawong.com จริงๆ จังๆ ดูซิ

แต่ผมก็มีคำถามกับตัวเองว่า จะมีเรื่องเล่าซักแค่ไหนกันเชียว และจะมีคนเห็นประโยชน์มันบ้างมั้ย

ตอนแรกผมเลยตั้งเป้าง่ายๆ ให้ตัวเองว่า จะเขียนบล็อกติดต่อกันให้ได้สามวันเสียก่อน

พอครบสามวัน ผมก็เลยขยับเป้าหมายเป็นเขียนติดต่อกันจนกว่าจะครบหนึ่งสัปดาห์

เมื่อทำได้ ก็เลยบอกตัวเองให้เขียนทุกวันจนกว่าจะจบเดือนมกราคม

และเดือนกุมภาพันธ์…

และเดือนถัดไป

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ผมก็ได้รับแจ้งจาก WordPress ว่าผมเขียนบล็อกครบ 100 ตอนแล้ว

20150337_100Posts

สามปีแรก 15 ตอน

สามเดือนถัดมา 85 ตอน

ความแตกต่างไม่น้อยเลย

หลังจาก “ทำ” มาร่วมสามเดือน ตอนนี้ผมเริ่ม “เชื่อ” แล้วว่า ผมน่าจะเอาดีทางนี้ได้

จึงขอประกาศไว้ ณ ที่นี้ว่า Anontawong.com จะมีบทความใหม่ไปทุกวันนะครับ!