เคยคิดมั้ยว่าพอมีเงินมากกว่านี้แล้วจะมีความสุข

20190507_moremoney

ตอนเงินเดือนสองหมื่น เคยคิดว่าถ้ามีเงินเดือนถึงแสนชีวิตคงจะสุดยอดน่าดู

หรือตอนมีเงินเก็บไม่ถึงแสน ก็เคยคิดว่าถ้ามีเงินเก็บถึงล้านคงจะเจ๋งไปเลย

แต่พอถึงจุดหมายก็พบว่า “ก็งั้นๆ” ออกจะแห้งๆ เป็น anti climax ด้วยซ้ำไป

แล้วเราก็ตั้งเป้าหมายใหม่ ว่าจะขอมีเงินเเก็บถึงสองล้าน สามล้าน…สิบล้าน โดยหวังในใจว่า เมื่อถึงเป้าหมายนั้นมันจะทำให้เราฟิน

แต่ความสุขจำพวกนี้เป็นเหมือนพยับแดด เป็นบ่อน้ำกลางทะเลทรายที่อยู่ไกลลิบๆ

ไม่ได้บอกว่าการมีเงินเดือนเยอะๆ มีเงินเก็บเยอะๆ ไม่ดีนะครับ แค่จะบอกว่ามันอาจไม่ได้ดีอย่างที่เราหวัง

เราจึงไม่ควรไปซีเรียสกับเรื่องนี้มากเสียจนทิ้งสิ่งที่สร้างความสุขให้เราได้จริงๆ

อะไรที่ทำให้เราหัวเราะได้จนท้องแข็ง อะไรที่ทำให้เราน้ำตารื้นเมื่อนึกถึง อะไรที่จะสร้างภาพจำที่ติดตัวเราไปอีกนาน ผู้คนและประสบการณ์เหล่านี้ไม่ต้องมีเงินล้านเราก็เข้าถึงมันได้

จริงๆ แล้วมันอาจจะเข้าถึงเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยซ้ำ

เรามัวแต่ยุ่งเหยิงจนไม่เห็นความดีงามที่เกิดขึ้นตรงหน้ารึเปล่าเท่านั้นเอง

—–

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) (เหลือ 4 ที่) ดูรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimstory3fb

เมื่อความสุขกำลังจะจบลง

20190403_joyends

ให้ถือว่ามันได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว

เรายังเป็นปุถุชน จึงปรารถนาความสุขและหลีกหนีความทุกข์

ความสุขจึงไม่เคยอยู่นานพอ และความทุกข์มักอยู่นานเกินไปเสมอ

เมื่อช่วงเวลาดีๆ กำลังจะจบลง หรือแม้กระทั่งจบลงไปแล้ว เราจึงอดไม่ได้ที่จะใจหาย หรือบางครั้งก็ถึงขั้นฟูมฟาย เคร่งเครียด สิ้นหวัง

เมื่อความรักดีๆ จบลงไป หรือธุรกิจที่กำลังบูมกลับตาลปัตร แทนที่จะจมอยู่กับความเสียใจหรือความเสียดาย ให้มองเสียว่าดีแค่ไหนแล้วที่ช่วงเวลาดีๆ นี้ได้เกิดขึ้นกับเรา

Don’t cry because it’s over. Smile because it happened.

ความสุขจากไป เพราะมันทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้นเอง

เราเอาความสุขไปแขวนอยู่กับอะไร

20190210_hanger

บางคนแขวนมันไว้กับค่าตอบแทน

บางคนแขวนมันกับความสนุก

บางคนแขวนมันกับการได้ลงมือทำ

บางคนแขวนมันกับการได้ผลลัพธ์ที่หวังไว้

บางคนแขวนมันไว้กับการเป็นคนถูก

บางคนแขวนมันไว้กับการเป็นคนที่ถูกรัก

บางคนแขวนมันไว้กับการไม่โดนเกลียด

บางคนแขวนมันไว้กับการเป็นผู้ดูอยู่เฉยๆ

บางคนแขวนมันไว้กับคนในครอบครัว

บางคนแขวนมันไว้กับการเมืองระดับประเทศ

ถ้าสิ่งที่ความสุขของเราแขวนอยู่นั้นเป็นสิ่งที่เราพอจะควบคุมได้ก็แล้วไป

แต่ถ้าสิ่งที่ความสุขของเราแขวนอยู่นั้นเป็นสิ่งที่เราคุมไม่ได้ เราก็มีโอกาสทำความสุขหล่นหายได้ง่ายดายเหลือเกิน

ทุกข์ประดิษฐ์

20190120b

เพราะสมองของคนเราคิดอะไรไปได้ต่างๆ นานา

เชื้อเล็กๆ เพียงเศษผงก็พอแล้วที่จะจุดไฟดวงใหญ่ที่เผาไหม้จิตใจได้

ตัดผมใหม่มาแล้วเราไม่มั่นใจ มาถึงออฟฟิศเจอคนมองหน้าเราหน่อยเดียว เราก็คิดไปเองเลยว่าเค้าต้องเห็นว่าทรงผมเราตลกแน่ๆ แล้วเราก็เสียเซลฟ์ไปทั้งวัน

โทร.ไปหาแฟน แฟนไม่รับสาย ก็คิดเป็นตุเป็นตะว่าแฟนต้องแอบมีกิ๊กและความสัมพันธ์ของเราครั้งนี้กำลังจะจบลงในไม่ช้า

เขียนบล็อกหนึ่งตอน มีคนบอกว่าชอบ 100 คน แต่มี 1 คนมาบอกว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นผิดพลาด เราก็หงุดหงิดหมกมุ่นกับหนึ่งคนนั้นได้ทั้งวัน บทสนทนาในจิตนาการผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนว่าเราจะเถียงเขากลับยังไง เขาจะตอบกลับมายังไง แล้วเราจะเอาชนะเขาได้ยังไง

ยิ่งปรุงแต่งยิ่งเมามัน ยิ่งเมามันยิ่งร้อนรน หาความสุขความสงบในจิตใจไม่ได้เลย

ถ้าโชคดีมีสติมากพอ เราอาจจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ทุกข์ที่เขาให้เรามานั้นนิดเดียว เขาแค่เป็นประกายไฟเล็กๆ แต่หลังจากนั้นเราเองต่างหากที่เป็นคนใส่เชื้อเพลิงและกระพือไฟให้ลุกลามใหญ่โต

“The pain is real but the cause is invented.”
-Seth Godin

ลองสำรวจทุกข์ทั้งหลายในใจเรา แล้วจะพบว่าเกือบร้อยทั้งร้อยเป็นทุกข์ประดิษฐ์ครับ

—–

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

blockdit: Anontawong’s Musings

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

ความลับของความสุข

20190112_happinesscode

คือคาดหวังให้น้อยลง

เพราะสมการความสุขถอดออกมาได้ตามนี้

Happiness = Reality – Expectations

ความสุข = ความจริง – ความคาดหวัง

ถ้าความจริงมันดีกว่าที่หวัง เราก็มีความสุข (ผลลัพธ์เป็นบวก)

ถ้าความจริงมันแย่กว่าที่หวัง เราก็มีความทุกข์ (ผลลัพธ์เป็นลบ)

การเจริญสติภาวนา ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการลดความคาดหวัง ทั้งหวังที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา หรือหวังที่จะหลีกหนีจากสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา

เมื่อความคาดหวังเท่ากับศูนย์ ความจริงจะเป็นอย่างไรคะแนนน้อยแค่ไหน ผลลัพธ์ก็ยังเป็นบวกได้อยู่ดี

บางคนอาจถามว่า แล้วถ้าความจริงมันเป็นค่าติดลบล่ะ?

ฝนตกเป็นบวกหรือลบ? ถ้าเป็นชาวนาก็ย่อมให้ค่าบวก เป็นคนกรุงขับรถก็ย่อมให้ค่าลบ

แผ่นดินไหวเป็นบวกหรือลบ? ถ้ามันเกิดในทะเลไกลโพ้น ไม่มีใครเจ็บ ไม่มีใครตาย เราก็ไม่เคยใส่ใจอยู่แล้วจริงมั้ย?

จะบวกจะลบมนุษย์เป็นคนให้ค่าทั้งสิ้น

ความสุข = ความจริง – ความคาดหวัง

ถ้าไม่มีคนซะอย่าง ความจริง = 0, ความคาดหวัง = 0, ความสุขก็เท่ากับ 0

สุขก็ไม่เอา ทุกข์ก็ไม่เอา นิ่งสงบเย็นสบายเป็นอนันต์

พูดเรื่องความสุขอยู่ดีๆ ไปลงเรื่องธรรมะซะอย่างนั้น

กลับมาที่โลกแห่งความจริง สำหรับมนุษย์ 99.99% ที่ยังไม่ได้บรรลุ เมื่อเราอยู่ในโลกสมมติก็ต้องใช้สมมติให้เป็นประโยชน์

เมื่อเรายังมีตัวเราอยู่ ยังให้ค่าบวกลบกับความจริงและความคาดหวังอยู่ ถ้าอยากสุขมากๆ ก็ต้อง maximize ความจริง หรือไม่ก็ minimize ความคาดหวัง

maximize ความจริงนั้นทำได้แต่ต้องออกแรง ใช้เวลา และขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ที่เราควบคุมไม่ได้

minimize ความคาดหวัง ก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และฝึกปรือเช่นกัน แต่ข้อดีคือมันไม่ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกอะไรเลย

ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะครับ

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 10 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt