นักบุญล้วนมีอดีต

20161101_saint

และคนบาปล้วนมีอนาคต

Every saint has a past.
Every sinner has a future.
– Oscar Wilde

ไม่มีใครขาวสะอาดหมดจด และไม่มีใครดำสกปรกจนหาข้อดีไม่ได้

คนที่เราเห็นว่าเป็นคนที่เลิศเลอเพอร์เฟ็กต์นั้น ย่อมต้องเคยทำผิดและพลาดพลั้งมาไม่ใช่น้อย

ส่วนคนที่เราเห็นว่าชั่วจนยากจะรับได้นั้น ในอนาคตเขาอาจจะพัฒนาจนเป็นอริยบุคคลก็ได้

เมื่อมองว่านักบุญอาจเป็นคนบาปมาก่อน และคนบาปก็อาจกลายเป็นนักบุญได้

เราก็จะไม่คาดหวังกับนักบุญสูงเกินไป และไม่หมดหวังกับคนบาป หรือสังคมที่เต็มไปด้วยคนบาป

เพราะโลกนี้ไม่มีคนไม่ดี มีแต่คนดี กับคนที่ยังเรียนรู้ไม่พอครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เราตัดสินคนอื่นจากการกระทำ

20161019_judge

แต่เราตัดสินตัวเองจากเจตนา

“We judge ourselves by our intentions and others by their behaviour.”

-Stephen R. Covey

ด้วยเหตุนี้เราจึงเป็นมนุษย์สองมาตรฐานอย่างเลี่ยงไม่ได้

เพราะการกระทำอย่างเดียวกัน ถ้าคนอื่นทำเราจะเห็นว่ามันผิด แต่ถ้าเราทำเราจะมีเหตุผลเพื่อสร้างความชอบธรรมให้การกระทำของเราเสมอ

และนี่น่าจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่เราเลิกทะเลาะเรื่องเสื้อเหลือง-เสื้อแดง แล้วหันมาทะเลาะกันเรื่องเสื้อดำแทน

แล้วเราจะมีส่วนช่วยให้ปัญหาบรรเทาลงได้อย่างไรบ้าง?

1.อย่าตัดสินคนอื่น เป็นความเคยชินของใจเราอยู่แล้วที่จะตัดสินคนอื่นเวลาที่เขาทำอะไรไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราคิดว่าควรจะเป็น ถ้ารู้ตัวว่าเรากำลังตัดสินคนอื่นเมื่อไหร่ ให้รู้ไว้เลยว่าเรากำลังติดกับดักของความเคยชินและกำลังถูกอีโก้เล่นตลกกับเราอยู่

2.คิดหาเหตุผลดีๆ ให้กับการกระทำของเขา คิดดูซิว่าถ้าวันนี้เราไม่ได้ใส่เสื้อดำเสียเอง มันน่าจะเกิดจากเหตุผลอะไรได้บ้าง (เสื้อหมด ซักไม่ทัน หาซื้อไม่ได้ ฯลฯ) แล้วก็ยกประโยชน์ให้จำเลยไป

3.เผื่อใจไว้เลยว่าคนอื่นอาจกำลังเข้าใจเราผิด เพราะถ้าเราไม่พูด เขาย่อมไม่มีทางรู้เจตนาหรือเหตุผลของเราได้อยู่แล้ว (แม้ว่าลึกๆ เราจะเรียกร้องให้เขาเข้าใจเราก็ตาม) เราจึงอาจต้องสื่อสารให้มากขึ้น หรือไม่ก็ปรับเปลี่ยนการกระทำของเราเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรู้สึกไม่ดี

วิธีการสามข้อที่กล่าวไป นอกจากเรื่องเสื้อดำ-ไม่ดำแล้ว ยังสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ได้กับหลายสถานการณ์เลยนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

อยากได้ฝน อย่าปฏิเสธฟ้าร้อง

20161018_lightning

“เมื่อเราต้องการทะเล ย่อมจะต้องยอมรับเสียงคลื่นลม
เมื่อเราอยากได้น้ำฝน ต้องยอมให้มีฟ้าแลบฟ้าผ่า”*

– หนังสือคำบันดาลใจ
ประสาร มฤคพิทักษ์ เรียบเรียง


แฟนผมเป็นคนจัดกระเป๋าเดินทางเก่งมาก

ผลงานชิ้นโบว์แดงของเธอก็คือการจัดกระเป๋าสำหรับเราสองคนเพื่อไปเที่ยวยุโรปสองสัปดาห์ โดยที่กระเป๋าใบนั้นมีน้ำหนักแค่ 18 กิโลกรัม (และเราต่างก็มีเป้ไปด้วยอีกคนละใบเอาไว้ใส่พาสปอร์ตและของที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ)

ส่วนแม่ผมจะขึ้นชื่อเรื่องการเตรียมของไปเผื่อ

ช่วงวัยรุ่น เวลาที่ครอบครัวเราไปเที่ยวต่างจังหวัดช่วงหยุดสุดสัปดาห์ ผมกับน้องชายจะแซวแม่เสมอว่าขนของราวกับจะไปอยู่เดือนนึง เพราะสัมภาระเต็มคันรถจนแน่นเอี๊ยด

แต่ถ้ามองย้อนกลับไปอีกนิด สมัยที่ผมไปเรียนมัธยมปลายที่นิวซีแลนด์ นิส้ยการเตรียมของไปเผื่อของแม่มีประโยชน์กับผมอย่างมหาศาล

เพื่อนคนไทยที่ไปเรียนนิวซีแลนด์กับผม ส่วนใหญ่จะจัดกระเป๋าเอง และเอาไปกันแต่เสื้อผ้าและรองเท้า อาจจะมีมาม่าด้วยนิดหน่อย

แต่กระเป๋าของผมที่แม่กับน้าช่วยจัดให้ นอกจากสิ่งของจำเป็นข้างต้นแล้ว ยังมีนิยาย กระเทียมเจียว พริกป่น โจ๊กซอง หม้อหุงข้าว ซองจดหมาย เทปคาสเซ็ต รวมไปถึงทอล์กกิ้งดิคชันนารีแถมมาให้ด้วย (จริงๆ มีมากกว่านี้อีกเยอะแต่จำไม่ได้แล้ว)

การเตรียมของไปเผื่อของแม่ ทำให้ผมได้อ่านนิยายเป็นครั้งแรก ได้กินข้าวสวยเกือบทุกวัน ได้เขียนจดหมายหาเพื่อนนับร้อยฉบับ ได้ฟังเพลงไทยให้หายคิดถึงเมืองไทย และได้ฝึกภาษาอังกฤษทุกคืนด้วยทอล์กกิ้งดิคชันนารี

วันนี้ไม่ได้จะมาคุยว่าควรจะจัดกระเป๋าแบบไหนถึงจะดี

แต่จะมาคุยว่า นิสัยบางอย่างที่บางทีเราแอบคิดรำคาญหรือตั้งคำถาม ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกชั้น เราอาจจะเห็นข้อดีที่มากับนิสัยนั้น

เพื่อนบางคนอาจจะเจ้ากี้เจ้าการ แต่เวลาเตรียมตัวไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็เป็นคนๆ นี้แหละที่ลงแรงมากกว่าเพื่อน

แฟนบางคนอาจจะขี้หึง แต่ก็เป็นคนๆ นี้แหละที่เอาใจใส่เรามากกว่าใครๆ

หัวหน้าบางคนอาจจะขยันเราทำงานให้ไม่ทัน แต่ถ้าไม่ได้เขา เราก็คงไม่เก่งขึ้นถึงขนาดนี้

“เมื่อเราต้องการทะเล ย่อมจะต้องยอมรับเสียงคลื่นลม
เมื่อเราอยากได้น้ำฝน ต้องยอมให้มีฟ้าแลบฟ้าผ่า”*

ในคนทุกคนและในทุกสถานการณ์มีทั้งด้านที่เราชอบ และด้านที่เราไม่ชอบ

ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันเป็นด้านเดียวกันครับ


* ประโยคนี้เป็นการ Quote คำพูดของคนอื่นมาอีกที ถ้าใครทราบว่าใครเป็นเจ้าของข้อความนี้ รบกวนบอกด้วยนะครัับ

facebook.com/anontawongblog

anontawong.com/archives

ภาพจาก pixabay.com

คนจะลืมสิ่งที่เราพูด

20161010_peopleforget

“People will forget what you said,
People will forget what you did,
But people will never forget how you made them feel.”
-Maya Angelou


อ่านถ้อยคำนี้แล้วทำให้ผมคิดถึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ผมเรียนอยู่ที่ Asian University อ.บางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาประมาณ 40 นาที

เนื่องจากมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนทางหลวง 331 แถบนั้นจึงไม่มีร้านค้าใหญ่ๆ เลย ถ้านักศึกษาคนไหนอยากจะเข้าเมืองก็ต้องมาลงชื่อเพื่อจองที่นั่งในรถตู้ ซึ่งจะพาเรามาส่งที่โลตัสก่อนถึงซอยเทพประสิทธิ์ตอนบ่ายแก่ๆ แล้วจะแวะมารับเราอีกครั้งตอนหนึ่งทุ่มตรง

อยู่มาวันหนึ่งผมแยกไปทำธุระคนเดียว แล้วกลับมาที่ป้ายรถเมล์หน้าโลตัสช้าไปหน่อย ปรากฎว่าไม่มีนักศึกษาคนไหนเหลืออยู่แล้ว แสดงว่ารถตู้มารับกลับไปหมดแล้ว และพี่คนขับเขาคงลืมไปว่าผมจะกลับด้วย

งานเข้าสิครับ เพราะอีกทางเดียวที่จะกลับเข้ามหาลัยได้นั้นคือการเหมารถสองแถวเข้าไป ระยะทางก็หลายสิบกิโล แถมทางที่ไปก็เปลี่ยว การนั่งสองแถวไปคนเดียวจึงเสี่ยงไม่น้อย

ตอนนั้นผมยังไม่มีโทรศัพท์มือถือด้วย เลยต้องไปใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.หาไก่ เพื่อนร่วมรุ่นวิศวะที่อยู่ที่หอ เล่าปัญหาให้เขาฟังเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้

วางหูแล้วผมก็กลับไปรอที่ป้ายรถเมล์อีกครั้ง ผ่านไปซักพัก รถตู้มหาลัยก็วิ่งมาจอด ปรากฎว่าพี่คนขับเขาไม่ได้ลืมผมหรอก เพียงแต่ว่าเขาต้องไปรับคนที่จุดอื่นพอดีและเห็นว่าผมยังไม่มา เลยแวะไปรับคนกลุ่มนั้นก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมารับผมที่โลตัสอีกครั้ง

พอได้ขึ้นมานั่งบนรถตู้แล้ว ผมจึงขอยืมโทรศัพท์มือถือน้องนักศึกษาในรถ โทร.หาไก่อีกรอบเพื่อจะบอกว่า ไม่เป็นไรแล้วนะ มีรถกลับแล้ว

ปรากฎว่าไก่กำลังอยู่บนรถของอาจารย์พงษ์จันทร์ซึ่งเป็นอาจารย์ที่พักอยู่ที่หอ

ไก่เอาเรื่องของผมไปเล่าให้อาจารย์ฟัง เลยตัดสินใจกันว่าออกมารับผมดีกว่า

พอรู้ว่าผมอยู่บนรถตู้แล้ว อาจารย์จึงตีรถกลับ เรื่องทุกอย่างจึงแฮปปี้เอนดิ้ง

แม้ผมกับไก่จะไม่เคยพูดถึงเหตุการณ์นี้กันอีก แต่ผมก็ไม่เคยลืมมันเลย

เพราะทั้งสองคนทำให้ผมรู้สึกว่า เออ ยังมีคนเป็นห่วงเราและมีน้ำใจที่จะออกจากมหาลัยตอนสองทุ่มกว่า ขับรถ 40 นาทีผ่านเส้นทางเปลี่ยวๆ เพื่อมารับผมเพียงคนเดียว

“People will forget what you said,
People will forget what you did,
But people will never forget how you made them feel.”

คนจะลืมสิ่งที่เราพูด คนจะลืมสิ่งที่เราทำ แต่เขาจะไม่มีวันลืมสิ่งที่เราทำให้เขารู้สึก

ขอให้ผู้อ่านได้มีโอกาสสร้างความรู้สึกดีๆ กับคนรอบข้างนะครับ

เพราะเขาจะจำมันไปอีกนานเลยล่ะ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เสียงที่ไร้คำพูด

20161004_wordsnovoice

“There is a voice that doesn’t use words. Listen.”

– Rumi

เสียงที่ไร้คำพูดอาจมาสู่เราได้หลายรูปแบบ

เสียงที่ไร้คำพูดของคู่สนทนาเรานั้น อาจจะออกมาจากแววตา อากัปกิริยา หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เขาเว้นวรรคไว้

ผมเชื่อว่าการฟังให้ได้ยินเสียงเหล่านั้นจะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับคนอื่นดีขึ้น

ในทางกลับกัน ร่างกายของเราก็ส่งเสียงที่ไร้คำพูดเช่นกัน และถ้าเราอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเราเอง เราก็ควรฟังเสียงนั้นให้ดีๆ

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มันบอกกับเราว่าไปนอนได้แล้วนะ

หรือหยุดกินได้แล้วนะ

หรือลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำได้แล้วนะ

เรามักไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้เพราะเรามัวแต่สนใจเรื่องอื่นอยู่ หรือถึงได้ยินเราก็เพิกเฉยเพราะเห็นว่านิดๆ หน่อยๆ ไม่เป็นไรหรอกน่า

แล้วพอร่างกายมันพังให้ดูต่อหน้าต่อตา เราก็ค่อยมานั่งบ่นว่าไม่น่าเลย

“There is a voice that doesn’t use words. Listen.”

เสียงที่ไร้คำพูดจะไม่เคยตะโกน ถ้าอยากจะได้ยินเสียงเหล่านี้ ต้องหัดสังเกตสังกาและรู้เนื้อรู้ตัวบ่อยๆ

จะได้เปลี่ยนแปลง ก่อนที่อะไรจะสายเกินไปครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com