อย่ารู้เห็นเป็นใจในความล้มเหลวของตัวเอง

20200216

ในบรรดาความผิดพลาดที่เราต้องประสบนั้น เกินกว่าครึ่งเรามีส่วนร่วมทั้งสิ้น

ที่ไปไม่ทันนัด เพราะเราออกจากบ้านช้าไป

ที่ทะเลาะจนไม่คุยกัน เพราะเรายึดมั่นว่าเราเป็นฝ่ายถูก

ที่สุขภาพพังตอนอายุเยอะ เพราะตอนอายุน้อยเราทารุณร่างกายเกินไป

“Did you collaborate in your own defeat? A lot of people do. Learn not to.”
-John Gardner

เมื่อมองเห็นตัวเองในสมการแห่งความล้มเหลว แค่เอาเอาตัวเองออกจากสมการนั้น ก็ป้องกันปัญหาได้ไม่น้อยแล้วครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เชื่อมั่นได้แต่ต้องไม่ประมาท

20200213

เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

เราอาจจะเชื่อมั่นในฝีมือการขับรถของเพื่อน แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ใส่เข็มขัดนิรภัย

เราอาจจะเชื่อมั่นว่าเราออกกำลังกาย กินดี นอนหลับเต็มที่ แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะไม่ซื้อประกันสุขภาพ

เราอาจจะเชื่อมั่นว่าเราเป็นคนดี ไม่เคยคิดร้ายกับใคร แต่นั่นก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่เราจะเชื่อใจใครจนเกินเหตุ

ความเชื่อมั่นจะทำให้เรา maximize upside

ความไม่ประมาทจะทำให้เราให้ minimize downside

ใช้สองอย่างนี้คู่กันเสมอนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว

20200211

ดังคำกล่าวที่ว่า ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

เราทำได้เพียงลงแรงของเราให้เต็มที่ด้วยสติและปัญญาที่เรามี แต่ความสำเร็จล้วนเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน คู่แข่ง จังหวะ และสถานการณ์แวดล้อม

แม้ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแค่ปัจจัยเดียว แต่ความล้มเหลวนั้นต่างออกไป

ในบางครั้ง ความล้มเหลวเพียงเรื่องเดียว ก็ทำให้ทุกอย่างพังครืนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เพียงเพราะเราใจร้อน ก็อาจบาดเจ็บระหว่างทาง

เพียงเพราะเราประมาท ก็อาจทำให้พลาดในนาทีสุดท้าย

และเพียงเพราะเรากลัว ก็อาจทำให้เราไม่เคยได้เริ่ม

“Success is never due to one thing, but failure can be.”
-James Clear

สำรวจโปรเจ็คที่เรากำลังทำหรืออยากจะทำ และคิดให้ดูว่าข้อผิดพลาดข้อใดที่อาจจะเป็นปัจจัยหลักหรือแม้กระทั่งปัจจัยเดียวให้โปรเจ็คนี้ล้มเหลว

เมื่อรู้แล้วก็เฝ้าระวังอย่าให้มันเกิดขึ้นครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เมื่อรู้ตัวว่าสมาธิสั้น ลองทำสิ่งเหล่านี้ดู

20200210c

ตอนนี้เราอยู่ในยุค attention economy

ทุกคน ทุกบริษัทล้วนเรียกร้องความสนใจ หรือ attention ของเรา ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย พอดคาสท์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ใครดึงความสนใจของเราไปได้มากที่สุด ก็จะมีเงินเยอะที่สุด

เราจึงมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่สมาธิสั้น เพราะวันๆ เราเจอสิ่งเร้ามากมายเหลือเกิน

ผมเองก็ประสบปัญหาไม่ต่างกัน และก็หาทางต่อสู้กับความสมาธิสั้นนี้มาหลายปี เลยอยากแชร์วิธีการต่างๆ ที่บรรเทาอาการนี้ได้ครับ

– ปิด notifications บนมือถือให้มากที่สุด เหลือที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น ผมเองเปิดแค่เพียง reminder ของการนัดหมายและ Slack ซึ่งเป็นโปรแกรมแชทที่ที่ทำงานใช้กัน

– Uninstall/Disable social media app ในมือถือ ถ้าจะเข้าจริงๆ ก็เข้าผ่าน web browser เอา

– บนแล็ปท็อป เมื่อใช้ social media เสร็จแล้วก็ log out เสีย ทุกครั้งที่เรากลับมาเช็คด้วยความเคยชินจะได้มีเบรคให้ยับยั้งชั่งใจ

– เฝ้าระวัง “ชั่วขณะเล็กๆ” ที่เราจะตัดสินใจทำบางอย่าง ระหว่างสิ่งที่มีประโยชน์และสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ ชั่วขณะเล็กๆ เหล่านี้เกิดขึ้นวันละเป็นร้อยครั้งและผลกระทบของมันอาจมีมากกว่าที่เราคิด

– หัดกลับมารู้เนื้อรู้ตัว รู้สึกตัวตอนหายใจ รู้สึกตัวตอนเดินไปไหนต่อไหน

Social media และสมาร์ทโฟนนั้นเป็นของที่มีประโยชน์ เป้าหมายของเราคือการเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมันให้มากที่สุดโดยที่ให้มันเก็บเกี่ยวประโยชน์จากเราให้น้อยที่สุด

จงใช้มันแต่อย่าให้มันใช้เราครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

อะไรที่เราทำมากไป อะไรที่เรายังทำไม่พอ

20200208b

เคยรู้สึกมั้ยครับว่าเรากำลังละเลยออะไรบางอย่าง หรือเราไม่ได้ละเลยหรอก แต่เรารู้ตัวว่าเรายังให้เวลากับมันน้อยไป

สิ่งที่ผมรู้สึกว่ายังทำน้อยไปก็คือ เล่นกับลูก คุยกับภรรยา ทานข้าวกับพ่อแม่ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย เจริญสติ และขบคิดไอเดียอะไรบางอย่าง

แต่เวลาเป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเองไม่ได้ จะทำอย่างไรเราก็มีแค่วันละ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าอยากมีเวลามากขึ้นเพื่อทำบางอย่าง เราก็ต้องลดเวลากับสิ่งที่เรากำลังทำมากเกินไป

ช่วงนี้ผมก็เลยมีประโยคเหล่านี้ลอยเข้ามาในหัวบ่อยๆ

“ยังเล่นมือถือไม่พออีกหรือ ชั่วโมงนึงนี่หยิบขึ้นมาเป็นสิบๆ ครั้งแล้วนะ”

“ยังเข้าเฟซไม่พออีกหรือ มีอะไรให้ดูนักหนา”

“ยังทำงานไม่พออีกหรือ ลูกๆ รอเจอหน้าเราอยู่นะ”

โชคดีที่บ้านผมไม่มีเน็ตฟลิกซ์ ไม่อย่างนั้นคงได้เบียดเบียนตัวเองมากกว่านี้

ต้องยอมรับว่าเฟซบุ๊ค ยูทูบ อินสตาแกรมเขาเก่งจริงๆ จ้างนักจิตวิทยาและนักการตลาดมาช่วยออกแบบโปรดักท์ของเขาให้เป็นสิ่งเสพติดที่ถอนตัวได้ยาก

ส่วนที่เราทำงานจนดึกดื่นก็ไม่ใช่เพราะว่าเราขยันอะไร แต่เพราะเราติดพัน และการอยู่ต่อกับสิ่งที่เราติดพันนั้นง่ายกว่าการกลับบ้านไปเจอครอบครัวหรือกลับบ้านไปเจอตัวเอง

ลองถามตัวเองนะครับว่าเรากำลังทำอะไรน้อยเกินไป และเรากำลังทำอะไรมากเกินไป

เวลานั้นมีจำกัด แต่ความต้องการของคนเรามีไม่จำกัด ขอให้มีสติที่จะระลึกได้ว่าอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ อะไรรอได้ อะไรที่ไม่ควรรอ อะไรที่ทำไปเพราะความเคยชิน และอะไรที่ทำแล้วจะมีคุณค่าอย่างแท้จริงครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer