คนที่เราชื่นชมเขาจะรับมือกับปัญหานี้ยังไง

20191009b.png

ผมเชื่อว่าคนทำงานทุกคนน่าจะมี idol ของตัวเอง

เราต้องรู้จักใช้ไอดอลให้เป็นประโยชน์ ใช้เขาเป็นตัวบอกใบ้ว่าเราควรจะทำยังไงในสถานการณ์ที่ไม่ง่าย

เมื่อเจอปัญหาเขาหลบตาหรือสบตา

เมื่อต้องจัดการกับคนที่ toxic เขาเด็ดขาดหรือทำเป็นมองข้าม

เมื่อเจอเรื่องชวนหัวเสีย เขาระเบิดลงหรือควบคุมสติได้

หาไอดอลของเราให้เจอ อาจจะเป็นพ่อแม่ อาจจะเป็นหัวหน้า อาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่เราเคยได้อ่านบทสัมภาษณ์

แน่นอน เราไม่อาจคิดหรือทำเหมือนเขาได้ 100%

แต่ถึงทำได้เพียงครึ่งหนึ่งก็น่าจะดีเกินพอแล้วครับ

อย่าเอาอัตลักษณ์ของเราไปผูกไว้กับงานเพียงอย่างเดียว

20190930c

เพราะในวันที่บทบาทนั้นถูกทำร้ายหรือถูกทำลาย เราจะไม่เหลืออะไรเลย

คิดว่าเราทุกคนคงเคยพบเจอคนที่เอางานเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาล

เช้าตรู่ก็ทำงาน ดึกดื่นก็ทำงาน เสาร์อาทิตย์ก็ทำงาน

ตีหนึ่งก็ยังตอบเมล ตีห้าครึ่งก็ตื่นมาตอบไลน์

ผลงานอาจโดดเด่น แต่ความจริงจังก็ทำให้คนรอบข้างร้อนๆ หนาวๆ เพราะเขาคาดหวังให้คนอื่นทุ่มเทในระดับเดียวกันกับเขาด้วย

แล้วในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ในวันที่คู่แข่งแซงเราไป ในวันที่ทีมงานตบเท้าลาออก เขาก็อาจโดนตำหนิ โดนลดบทบาท โดนโยกย้าย หรือแม้กระทั่งโดนเชิญออก ความทุ่มเทที่ผ่านมาทั้งหมดราวกับไม่มีความหมาย

คิดภาพไม่ออกเลยว่าสำหรับเขามันจะเจ็บปวดเพียงใด

เราต้องพยายามไม่เป็นคนๆ นั้น ไม่เป็นคนที่เอาตำแหน่งหน้าที่การงานมาเป็นทุกอย่างของชีวิต

เรามีบทบาทที่สอง สาม สี่ และอีกมากที่เราเล่นได้

บทบาทของลูก บทบาทของพ่อแม่ บทบาทของเพื่อน บทบาทของสมาชิกชมรม บทบาทของตากล้อง บทบาทของมือกีตาร์ในวงดนตรี

บทบาทเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็น

หนึ่ง เพราะครอบครัวยังต้องการเรา

สอง เพราะความรู้ความสามารถของเรานั้นไม่ควรถูกจำกัดให้สร้างประโยชน์เพื่อองค์กรเพียงอย่างเดียว

สาม เพราะบทบาทเหล่านี้ช่วยให้เราเป็นคนที่มีความสมดุลมากขึ้น

และสี่ ในวันที่เราสูญเสียหรือเพลี่ยงพล้ำในบทบาทของหน้าที่การงาน เราจะได้ไม่ฟูมฟายจนเกินเหตุครับ

ทำเรื่องง่ายก่อนที่มันจะกลายเป็นเรื่องยาก

20190922

ในชีวิตส่วนตัวและในเรื่องการงาน มีหลายอย่างที่การทำแต่เนิ่นๆ นั้นง่ายกว่ามาก

ยกตัวอย่างเช่นการจองสถานที่จัดงานปีใหม่ให้กับบริษัทที่มีพนักงานหลายร้อยหรือนับพันคน

ถ้าเราเริ่มหาสถานที่ก่อนวันจัดงานประมาณ 6 เดือน เราจะ “สวยเลือกได้” ทั้งในแง่สถานที่และงบประมาณ

แต่ถ้าเรามาหาสถานที่ก่อนวันจัดงานแค่เดือนเดียว ตัวเลือกจะเหลือเพียงน้อยนิด ราคาก็อาจบานปลาย ตวามเครียดยังพุ่งสูงปรี๊ด

อีกตัวอย่างนึงที่หลายคนน่าจะเคยประสพกับตัวเอง ก็คือการไม่ยอมเติมน้ำมันตอนที่มันเหลือสามขีด มารู้ตัวอีกทีตอนที่ไฟมันกะพริบเตือนแล้ว แถมบางครั้งยังรถติดอยู่บนทางด่วนอีก ต้องลุ้นกันจนตัวโก่ง ถ้าน้ำมันหมดกลางทางขึ้นมา แผนการทั้งหมดของวันนั้นย่อมกระทบตามไปด้วย

การปล่อยให้งานที่มันควรจะง่ายกลายเป็นงานยาก จึงถือเป็นการทำร้ายตัวเองที่น่าเขกหัว

สำรวจ to do list ของเราดูนะครับว่ามีเรื่องง่ายๆ เรื่องไหนที่อาจจะกลายร่างเป็นเรื่องยากในอนาคตบ้าง

เมื่อพบแล้วก็จัดการให้อยู่หม้ดเลยนะครับ

เคลียร์ทางเข้าให้เรียบร้อย

20190919

เพราะถ้าทางเข้ามันมีของพะรุงพะรัง เราก็จะสะดุดได้โดยง่าย

โต๊ะทำงาน ควรจะเคลียร์ทุกอย่างออกจากโต๊ะ ยกเว้นงานที่ต้องทำ

ในคอมพิวเตอร์ ควรจะเปิดเฉพาะโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับการทำงานชิ้นนั้น

ใน Chrome ควรจะปิดทุกแท็บยกเว้นแท็บที่ต้องใช้ทำงานจริงๆ

มือถือ ควรจะปิด notifications ปิดเสียง วางไว้ในจุดที่ตามองไม่เห็น ไม่ควรอยู่ในกระเป๋ากางเกง เพราะเราจะชอบนึกว่ามือถือสั่น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันไม่ได้สั่น

การทำงานก็เหมือนการวิ่งแข่ง

วิ่ง 100 เมตรยังไงก็จบเร็วกว่าวิ่งข้ามรั้วครับ

เริ่มให้เร็ว จบให้ช้า

20190917

เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเริ่มอย่างชักช้าและอยากจบให้เร็วๆ

ยกตัวอย่างเช่นการเขียนบล็อกของผมเป็นต้น

กว่าจะเขียนบทความซักเรื่อง ก็เข้าเว็บโน้นเว็บนี้อยู่เกือบยี่สิบนาที เดินไปกดน้ำ หาขนมกิน พิรี้พิไรอยู่นานกว่าจะนั่งลงเขียนบทความนี้ได้

พอเขียนเสร็จ ก็มักจะตรวจทานแค่ครั้งเดียว ก่อนก็จะเอาขึ้นบล็อก แล้วแชร์ลงเฟซบุ๊ค ไลน์และบล็อกดิท

เมื่อแชร์เสร็จแล้ว ผมมักจะพบว่าตัวเองสะกดผิดหรือพิมพ์ตกหล่นหลายที่ ต้องกลับไปแก้ข้อความตามช่องทางที่ผมเผยแพร่เอาไว้ ผลก็คือมันทำให้บทความดูไม่น่าเชื่อถือ และยอด reach มักจะต่ำกว่าปกติเพราะเฟซบุ๊คจะตัดคะแนนบทความที่แก้ไขหลังจากตีพิมพ์ไปแล้ว

อาการ “จบเร็ว” ยังเห็นได้จากการส่งอีเมลในที่ทำงาน พิมพ์เสร็จแล้วรีบกดส่งโดยไม่ดูให้ดีก่อนว่าสะกดผิดบ้างหรือไม่ ส่งหาถูกคนหรือเปล่า แนบไฟล์แล้วหรือยัง ทั้งๆ ที่ถ้าเราเสียเวลาอีกซัก 1 นาทีเพื่อตรวจทานว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ย่อมจะทำให้อีเมลของเรามีเนื้อหาครบถ้วนและสร้าง branding ที่ดีให้กับตัวเอง

คนที่เริ่มช้าจบเร็ว จึงมักจะจบไม่ค่อยสวย

ส่วนคนที่เริ่มเร็ว จบช้า จะทำงานได้มากกว่า เร็วกว่า แถมผลงานยังออกมามีคุณภาพสูงกว่าอีกด้วยครับ