เรามี “กล่องเวลา” วันละ 100 กล่อง

คนเรานอนวันละประมาณ 7 ชั่วโมง เวลาที่ตื่นก็คือ 17 ชั่วโมงหรือประมาณ 1000 นาที

เมื่อเราแบ่ง 1000 นาทีออกเป็นกล่องละ 10 นาที เราจะมีเวลา 100 กล่อง

แต่ละกล่องเราใช้ไปกับอะไรบ้าง นับเป็นเรื่องน่าสนใจ

ถ้านับตั้งแต่ตื่นนอนจนมาถึงตอนนี้ รู้สึกตัวว่าทำกล่องหล่นหายไปแล้วหลายสิบกล่อง ขอให้ระลึกไว้ว่าเราสามารถใช้ 2-3 กล่องถัดไปในการ “เปลี่ยนเกม” ได้เสมอ

หากใช้กล่องส่วนใหญ่ได้ถูกวิธี เราก็จะมีวันที่ดี เมื่อมีวันที่ดี เราก็จะมีสัปดาห์ที่ดี ซึ่งจะนำไปสู่เดือนที่ดี ปีที่ดี ทศวรรษที่ดี และชีวิตที่ดีครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก Wait But Why

เราบริหารเวลาไม่ได้ แต่เราบริหารพลังงานได้

“ผมเคยมีเมนเทอร์คนหนึ่ง คือพี่แต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซีอีโอของดุสิตธานี พี่แต๋มเป็นคนที่โปรดักทีฟที่สุดคนหนึ่งที่เคยรู้จัก แกบอกผมว่า กระทิง สุดท้ายยูไม่สามารถบริหารเวลาได้หรอก โดยเฉพาะตำแหน่งนี้ เพราะเวลาก็มีธรรมชาติของมัน ใน 100 เปอร์เซ็นต์ ยูอาจบริหารเวลาได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์

แต่สิ่งที่ยูบริหารได้ 100 เปอร์เซ็นต์คือพลังงาน ฉะนั้นเวลาประชุม ยูไม่จำเป็นต้องใส่ทุกอย่างในประชุมก็ได้ บางประชุมยูควรเป็นผู้ฟังที่ดีไหม บางประชุมเป็นผู้สังเกตการณ์ก็พอไหม แล้วคอยกระตุ้นให้คนพูด คือการบริหารพลังงาน พอเป็นผู้บริหารเราจะมีตารางที่ต้องไปประชุม ไปโน่นนั่นนี่ตลอดเวลา ฉะนั้นยูบริหารเวลาไม่ได้หรอก แต่ยูบริหารพลังงานได้ เราไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเท่ากันในทุกงานหรือทุกประชุม ผมว่าอันนี้เป็นอินไซต์ที่สำคัญมาก”

– กระทิง พูนผล จากหนังสือ Leaders’ Wisdom

ทุกครั้งที่ผมจัดเวิร์คช็อป Time Management ประโยคแรกที่ผมจะพูดเสมอคือเวิร์คช็อปนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ Time Management

Time Management เป็นชื่อเรียกที่ผิด เราไม่สามารถทำให้เวลาเดินช้าลงหรือเร็วขึ้นได้ เราไม่สามารถทำให้พรุ่งนี้มาก่อนวันนี้ได้

เราจัดการอะไรกับเวลาไม่ได้เลย สิ่งเดียวที่เราจัดการได้คือตัวเราเอง

ยิ่งตำแหน่งเราสูงขึ้นเท่าไหร่ ตารางเวลาของเราก็จะกลายเป็น “สมบัติสาธารณะ” มากขึ้นเท่านั้น จะมีคนอยากคุยกับเรา อยากขายของ อยากได้คำชี้แนะ อยากให้เราฟันธง ถ้าเราไม่ทำ time blocking หรือบล็อกเวลาบางส่วนเอาไว้บ้าง เราจะพบว่าเวลาของเราถูกแย่งชิงไปแทบหมดสิ้น เหลือเพียงเศษซากเวลาเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ต่างอะไรกับเบี้ยหัวแตก มีอยู่ประปรายแต่นำไปซื้ออะไรไม่ได้

เมื่อเราสามารถทวงคืนเวลาบางส่วนผ่าน time blocking แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องการของจัดการพลังงานของเรานี่แหละ

ปัจจัยที่กระทบกับพลังงานตลอดวันของเราก็อาทิเช่น

  • คุณภาพการนอนหลับในคืนที่ผ่านมา
  • ประเภทของอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานเข้าไป
  • การออกกำลังกาย/ยืดเส้นยืดสาย
  • เวลาพักเบรค
  • ความยาก/ความน่าเบื่อ/ความถึกของงานที่เราต้องประสบในวันนี้
  • พลังงานที่เราดูดซับจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานหรือคนที่บ้าน

สองข้อสุดท้ายเราอาจคุมอะไรไม่ได้มากนัก แต่ที่เหลือนั้นเราควรควบคุมได้เกือบ 100%

ถ้าเรานอนมาไม่พอ แค่งานง่ายๆ เราก็ยังงอแง แต่ถ้าเราได้นอนมาเต็มที่ สติปัญญาและ willpower ของเราจะแข็งแกร่งมาก

ส่วนเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับคนที่อายุ 40 ขึ้นไปจะมีความไวมากขึ้นว่าอาหารไหนกินแล้วพลังงานดี อาหารไหนกินแล้วพลังงานตก ส่วนตัวผมแค่กินมันฝรั่งทอดห่อละ 20 บาท ชั่วโมงถัดมาร่างกายจะหนืดๆ ทันที

ถ้าเราออกกำลังกายตอนเช้าอย่างพอดี พลังงานเราจะดีไปทั้งวัน แต่ถ้าเราไม่มีเวลาหรือออกไปไหนไม่ได้ แค่วิดพื้นหรือทำสควอทซัก 1 นาทีก็ช่วยให้เลือดลมสูบฉีดและช่วยให้หายง่วงได้

สุดท้ายคือเรื่องพักเบรคที่เรามักจะละเลยกัน อาจจะเพราะว่าแค่ทำงานอย่างเดียวก็ไม่ทันแล้ว จึงมองเห็นว่าการพักเบรคจะทำให้เสียเวลา แต่การพักเบรคนั้นสำคัญมาก ขนาดการแข่งรถ Formula 1 ยังต้องมี pit stop เลย แถมร่างกายของเราก็ไม่ใช่เครื่องจักร ตามันพร่าได้ ไหล่เป็น office syndrome ได้ กระเพาะปัสสาวะมันอักเสบได้ รถ Formula 1 พังแล้วพังยังมีอะไหล่ แต่ร่างกายคนไม่มีอะไหล่ ถึงซ่อมได้ก็อาจไม่เหมือนเดิม

บริหารพลังงานของเราให้ดี เพื่อจะได้ทำหน้าที่โดยไม่เบียดเบียนตัวเองครับ


ขอบคุณ Quote จากหนังสือ Leaders’ Wisdom กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร สัมภาษณ์ พันธวัฒน์ เศรษฐวิไล เรียบเรียง

เงินซื้อความสุขไม่ได้ แต่เงินซื้อเวลาได้

เพราะกว่าจะได้เงินมา เราต้องเอาเวลาและพลังชีวิตไปแลกมาไม่รู้เท่าไหร่

เงินกับเวลาจึงเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

ถ้าเราจัดการเรื่องการเงินได้ดี เราก็จะเริ่มให้ความสำคัญกับเงินน้อยลง และให้ความสำคัญกับเวลามากขึ้น

เราอาจจะหยุดทำงานบ้าน แล้วจ้างแม่บ้านมาช่วยทำความสะอาด หรือสั่ง food delivery แทนที่จะขับรถออกไปซื้อเอง

บางคนประหยัดมาทั้งชีวิต แม้กระทั่งพอมีฐานะดีขึ้นแล้วก็ยังชินกับการใช้เงินอย่างระมัดระวังอยู่ดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ต้องหาให้เจอว่าประหยัดแค่ไหนถึงจะพอดี เวลาที่ต้องเสียไปเพื่อประหยัดเงินไม่กี่สิบหรือไม่กี่ร้อยบาทนั้นมันคุ้มกันจริงหรือ

เพราะเงินนั้นตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ แต่ถ้าเราใช้เงินซื้อเวลา เราจะเอาเวลานั้นไปทำในสิ่งที่เราอยากทำและสร้างประสบการณ์ที่ดีได้นะครับ