นิทานชีวิตที่ไร้ค่า

20170120_useless

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชาวนาคนหนึ่งแก่ชราจนทำนาไม่ไหว วันๆ จึงได้แต่ออกมานั่งตรงชานบ้านเพื่อดูลูกชายทำนา

ลูกชายของชาวนาที่ยังตรากตำดำนาอยู่ทุกวันมักจะเงยหน้าขึ้นมามองชายชราแล้วรำพึงว่า

“พ่อแก่เสียจนทำอะไรไม่ได้แล้ว ช่างไร้ค่าจริงๆ”

วันหนึ่งความอดทนของลูกชายก็สิ้นสุดลง จึงไปเอาไม้มาประกอบเป็นโลงศพ แล้วลากโลงศพไปยังชานบ้านที่ชายชรานั่งอยู่

“พ่อ เข้าไปนอนในโลงนี้ได้มั้ย”

ชาวนาไม่พูดอะไร เข้าไปนอนในโลงศพแต่โดยดี ลูกชายปิดฝาโลงแล้วลากโลงศพไปที่หน้าผา

ก่อนจะถึงหน้าผาเพียงนิดเดียว ลูกชายก็ได้ยินเสียงเคาะโลงเบาๆ เขาจึงเปิดฝา แล้วพ่อก็พูดขึ้นว่า

“พ่อรู้ว่าเจ้ากำลังจะโยนพ่อลงหน้าผา แต่พ่อขออะไรอย่างได้มั้ย”

“อะไรล่ะพ่อ”

“จะโยนพ่อก็โยนไปเถอะ แต่จงเก็บโลงศพนี้เอาไว้ พวกลูกๆ เจ้าอาจจะได้ใช้มันอีก”


ขอบคุณนิทานจาก 10 Short Zen stories: A Useless Life

ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานเศรษฐีเจ้าอารมณ์

20170113_moody

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์ และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ

เขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงามแก่คนที่สามารถรักษาอาการปวดศีรษะของเขาได้

หลายคนรวมทั้งหมอที่เชี่ยวชาญต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดศีรษะของเศรษฐีผู้นี้ แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาดีขึ้นได้

อยู่มาวันหนึ่ง มีฤาษีคนหนึ่งมาเยี่ยมท่านเศรษฐี เศรษฐีได้บอกเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ ฤาษีจึงบอกกับท่านเศรษฐีว่า “โธ่เอ้ยวิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้ามันง่ายนิดเดียว นั่นก็คือเจ้าจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลาแล้วอาการโรคของเจ้าจะหายไป”

เศรษฐีดีใจมากและคิดว่าสิ่งที่ฤาษีแนะนำเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก

วันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐีจึงจ้างช่างทาสีหลายร้อยคน มาช่วยกันทาสีของหมู่บ้านให้เป็นสีเขียวทั้งหมด

นอกจากนี้ ด้วยความที่รวยมาก ยังซื้อเสื้อผ้าให้กับคนในหมู่บ้านทุกคนใส่

ในตอนนี้ไม่ว่าท่านเศรษฐีมองไปทางใดก็จะเป็นสีเขียวตลอดเวลาตามคำแนะนำของฤาษี อาการปวดศีรษะของเขาก็เริ่มดีขึ้นๆ เขาเริ่มเป็นคนยิ้มง่ายและมีความสุขมากขึ้น

สองสามเดือนถัดมา ท่านฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า

“หยุด หยุด ท่านเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน”

ฤาษีก็รีบวิ่งและหนีเข้าไปในบ้านของเศรษฐีได้ในที่สุด

ฤาษีได้พบกับเศรษฐีในบ้านและตำหนิว่า

“ทำไมเจ้าถึงเสียเงินทองและเวลามากมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆรอบตัวเจ้าเล่า เราไม่ได้บอกให้เจ้าไปเที่ยวทาสีทุกอย่างให้เป็นสีเขียวเลย เจ้าเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น เจ้าก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว”

หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือทุกอย่าง เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน แล้วเราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน


ขอบคุณนิทานจากหนังสือ การพัฒนาศักยภาพอย่างสมบูรณ์ โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

นิทานลาลังเล

20170104_donkey

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่เหมาะกับคนหนุ่มสาวที่เลือกไม่ถูกว่าจะทำอะไรกับชีวิตดีนะครับ

ลาตัวหนึ่งยืนกำลังยืนหันรีหันขวาง

ด้านซ้ายเป็นกองฟาง ฟางเป็นของโปรดของมัน และตอนนี้มันก็กำลังหิวมาก

ด้านขวาเป็นบ่อน้ำ และตอนนี้มันก็หิวน้ำมากเช่นกัน

ลาเลือกไม่ถูกว่าจะกินฟางหรือกินน้ำดี มันจึงก้าวไปทางซ้ายทีหนึ่ง แล้วก้าวไปทางขวาทีหนึ่งกลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้

ผ่านไปสามวัน เจ้าลาลังเลก็ยังไม่ได้กินทั้งฟางหรือน้ำ มันจึงล้มลงและขาดใจตายอยู่ตรงนั้น

เจ้าลาเขลาเอ๋ย ทำไมเจ้าถึงคิดไม่ได้ว่า เจ้าสามารถเดินไปกินฟางให้อิ่มก่อน แล้วค่อยเดินไปกินน้ำดับกระหายก็ได้ หรือเจ้าจะเดินไปกินน้ำดับกระหายก่อนแล้วค่อยเดินไปกินฟางให้อิ่มท้องก็ได้

คนหนุ่มสาวเราก็เช่นกัน เมื่อทางเลือกมีมากมาย เราก็อยากทำมันไปเสียทุกอย่าง สุดท้ายก็ทำได้ไม่ดีซักอย่างเดียว แต่ถ้าเรามองการณ์ไกลอีกซักหน่อย เราก็จะคิดได้ว่า เรามีเวลาเพียงพอที่จะทำสิ่งหนึ่งให้ดีก่อน แล้วค่อยไปทำอีกอย่างหนึ่งก็ได้

อย่าเป็นลาลังเลอยู่เลย


ขอบคุณนิทานจาก Derek Sivers : Don’t be a Donkey จากหนังสือ Tools of Titans by Tim Ferriss

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

Download eBook – เกิดใหม่

นิทานพ่อหมีสอนบิน

20161229_koala

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

หมีโคอาล่าเจอลูกนกถูกทิ้ง หมีจึงเอาลูกนกมาดูแล แล้วเป็นพ่อให้ลูกนก

เมื่อถึงเวลาลูกนกต้องฝึกบิน ลูกนกจึงถามหมี

“พ่อจ๋าหนูจะบินได้อย่างไร”

“เดี๋ยวพ่อบินให้ดู”

หมีกระโดดจากยอดไม้แล้วกระพือแขนเร็ว ๆ เพื่อให้ลอยขึ้น แต่ทุกครั้ง หมีก็จะหล่นลงพื้นด้วยความหนักของตัว

หมีทำแบบนี้ทุกวันให้ลูกนกดู แล้วบอกลูกนกให้กระพือปีกแรง ๆ ตาม

“พ่อไม่เห็นบินได้เลย” ลูกนกถาม

“เพราะพ่ออ้วนไง แต่ลูกบินได้นะ ลองทำดูสิ” หมีบอกลูกนก

“พ่อเธอไม่มีทางบินได้หรอก เพราะพ่อเธอไม่ใช่นก” ต้นไม้กระซิบบอกลูกนก

ถ้าพ่อบินไม่ได้ พ่อจะทำอย่างนั้นทุกวันทำไม ลูกนกถามต้นไม้

“วันไหนเธอมีคนที่เธอรักสุดหัวใจ เธอจะเข้าใจเอง” ต้นไม้ตอบ

ลูกนกมองหมีที่ตัวเต็มไปด้วยแผล แล้วถามว่า พ่อบินไม่ได้ พ่อจะพยายามบินทำไม

หมียิ้มแล้วลูบหัวลูกนกเบา ๆ พร้อมบอกว่า

“การพยายามทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก มันไม่มีขีดจำกัดหรอก มันทำได้ทุกอย่าง
พ่ออยากให้หนูบินได้ เพื่อที่สักวันหนูโตขึ้น จะได้บินออกไปดูโลกกว้าง
บินออกไปเห็นอะไรใหม่ๆ บินออกไปหากิน และเจอคนดีๆ ที่พร้อมจะเคียงข้างหนู พ่อรักหนูนะ”

ลูกนกไม่ตอบอะไร ปล่อยตัวลงไป กระพือปีกให้แรง แล้วก็บินออกไปสู้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่

มีเพียงหมีที่มองจากต้นไม้ต้นนั้นด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและน้ำตาแห่งความใจหาย

เขาไม่รู้ว่าลูกนกจะบินไปไหน เขาไม่รู้ว่าลูกนกจะบินไปหาใคร แต่เขารู้ว่าลูกนกบินได้แล้วเขาก็สุขใจ

ตะวันกำลังลับลา หมีนั่งเช็ดแผลตัวเอง พร้อมกับมองเงาฝูงนกที่บินตรงขอบฟ้า แล้วหวังว่าจะมีลูกที่เขารักบินอยู่ในนั้น ก่อนหลับตาไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่สุขใจ

ไม่ทันได้หลับสนิท ก็มีอะไรแผ่นใหญ่ๆมาห่มไว้

หมีลืมตา เห็นลูกนกกำลังบินคาบใบไม้มาห่มให้ พร้อมกับอาหารและหญ้าสมุนไพรไว้ให้ใส่แผล

ลูกนกบินลงบนไหล่หมีอย่างเบา ๆ แล้วกระซิบที่หูไปว่า

“หนูก็รักพ่อนะ”


ขอบคุณนิทานจากไลน์ (หากรู้ว่าใครเป็นคนเขียน/คนแปล ช่วยบอกด้วยนะครับ จะลงเครดิตให้ครับ)

facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

นิทานฟาร์มขายสุนัข

20161221_dogfarm

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ทอมมี่ เด็กชายวัย 6 ขวบเดินเข้าไปในฟาร์มเพาะสุนัขแล้วถามคุณลุงคนขายว่า

“คุณลุงครับ สุนัขที่นี่ตัวละเท่าไหร่ครับ”

“มีหลายราคานะ ตั้งแต่พันห้าถึงแปดพันบาทเลย”

เด็กชายหน้าเจื่อน

“ผมมีตังค์แค่ 200 เองครับ แต่ยังไงผมขอดูหมาหน่อยได้มั้ยครับ”

“ได้สิเจ้าหนูน้อย” ว่าแล้วคุณลุงก็เดินไปเปิดกรง และลูกหมาก็วิ่งกรูกันออกมานับสิบตัว แต่มีตัวหนึ่งที่วิ่งช้ากว่าใครเพื่อนเพราะขาหลังมันกะเผลก

ทอมมี่ชี้ที่หมาที่อยู่รั้งท้าย “ผมอยากได้ตัวนั้นครับลุง”

“อย่าซื้อเลยเจ้าหนู ถ้าอยากได้ตัวนี้ลุงจะยกให้หนูฟรีๆ”

“ไม่ได้นะครับคุณลุง หมาตัวนี้ก็ควรจะมีคุณค่าเท่ากับตัวอื่น เอาอย่างนี้ได้มั้ยครับ ผมจ่ายให้คุณลุงก่อนสองร้อยบาทวันนี้ และผมจะผ่อนอีก 100 บาททุกเดือนจนกว่าจะจ่ายครบ”

“เจ้าหมาตัวนี้กระดูกสะโพกมันมีปัญหาตั้งแต่เกิด พอมันโตไปมันก็จะวิ่งไม่ได้ กระโดดไม่ได้ และเล่นปาลูกบอลกับหนูไม่ได้นะ”

ทอมมี่เดินไปหาเจ้าหมาน้อยตัวนั้น ย่อตัวลง เอามือลูบหัวหมา ก่อนจะถลกขากางเกงข้างขวาขึ้นมาจนโชว์ให้เห็นว่าขาของเด็กน้อยทำจากแท่งเหล็กอลูมิเนียม

ทอมมี่เอ่ยว่า “ผมเองก็วิ่งไม่ค่อยได้เหมือนกันครับ ผมเชื่อว่าหมาตัวนี้น่าจะอยากได้เจ้าของที่เข้าใจหัวอกมันนะครับ”


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com