นิทานนางสิบสอง

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สามีที่ถูกภรรยาบ่นเช้าบ่นเย็นได้ไปพบจิตแพทย์และเล่าว่าเขาฝันร้ายค่อนข้างบ่อย

“ทุกคืนเลย” เขาพูด “ผมฝันว่าผมเป็นกะลาสีที่เรือแตกอยู่กับสาวสวยสิบสองคน”

“ฟังแล้วมันน่ากลัวตรงไหน” จิตแพทย์ถาม

“ท่านเคยต้องเอาใจผู้หญิงสิบสองคนในเวลาเดียวกันไหม?”


ขอบคุณนิทานจาก OSHO: เชาวน์ปัญญา ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด แปลและเรียบเรียง

นิทานปิดไฟ

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ฟรอยด์จำได้ว่าเมื่อครั้งที่ไฟฟ้ามาถึงกรุงเวียนนาเป็นครั้งแรกนั้น เพื่อนของเขาคนหนึ่งที่มาจากบ้านนอกได้แวะมาค้างคืนกับเขา ฟรอยด์ดูแลเพื่อนเป็นอย่างดี พาไปที่ห้องนอน กล่าวราตรีสวัสดิ์ เพื่อปล่อยให้เขาได้พักผ่อน

เพื่อนของเขากลับงุนงงอยู่กับเรื่องเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องหลอดไฟ เขารู้ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะดับตะเกียงได้ โดยใช้การเป่าเพื่อให้เทียนดับ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรกับหลอดไฟนี้ เขาพยายามอย่างเต็มที่ ยืนบนเก้าอี้เป่ามันหลายครั้งแต่ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ เขาตรวจดูทุกซอกทุกมุม แต่ก็ไม่เห็นมีรูที่ตรงไหนเลย

เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่ามีสวิตช์ไฟอยู่ที่ข้างฝานั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะทำให้เขาจินตนาการเช่นนั้นได้ เขาเองไม่เคยรู้จักไฟฟ้ามาก่อน และเขาก็ไม่กล้าที่จะไปถามฟรอยด์หรือคนอื่น เพราะเขาจะกลายเป็นคนโง่…”ท่านปิดไฟไม่เป็นหรือ ท่านเป็นคนชนิดไหนกัน?” มันจะทำให้เขารู้สึกอับอาย เขาพยายามนอนทั้งๆ ที่ไฟเปิดอยู่ แต่เขาก็นอนไม่หลับ แสงมันจ้าเกินไป เขาไม่เคยเห็นแสงที่สว่างเช่นนี้ เขารู้จักแต่แสงเทียน แต่หลอดไฟให้แสงสว่างเท่าเทียนเป็นร้อยเล่ม ในตอนเช้าเขาดูอ่อนเพลียมาก

ฟรอยด์ถามเขาว่า “คุณดูเหนื่อยมาก เมื่อคืนคุณนอนไม่หลับหรือ?”

“ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกแล้ว เพราะผมต้องพักอยู่อีกสามวัน หลอดไฟนี้มันคงฆ่าผมแน่ๆ! เพียงแค่จ้องดูมันก็ทำให้ผมเสียวไปถึงไขสันหลังแล้ว เพราะไม่รู้ว่าจะปิดมันอย่างไร”

“คุณนี่โง่จริง! ทำไมคุณไม่ถามผม?”

“มันน่าอับอายเหลือเกิน ที่จะต้องถามสิ่งที่แสนธรรมดาเช่นนี้!”

ฟรอยด์พาเพื่อนไปที่ฝาผนัง ให้ดูสวิตช์ เพื่อนของเขาได้ลองปิดเปิดและก็หัวเราะพร้อมพูดว่า “มันเป็นสิ่งที่แสนจะธรรมดา แต่ตลอดทั้งคืนผมได้พยายามแล้ว แต่ก็หามันไม่เจอ!”

เขาอาจจะพยายามมาแล้วทั้งชีวิตแต่ก็ไม่สามารถเชื่อมโยงสวิทช์กับแสงไฟนั้นได้

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวท่าน จิตนึกคิดของท่านนั้นมันเปิดอยู่ตลอดเวลา


ขอบคุณนิทานจาก OSHO: เชาวน์ปัญญา ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด แปลและเรียบเรียง

นิทานเมฆกับท้องฟ้า

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

นักแสวงหาคนหนึ่งมาพบกับผู้ทรงปัญญาซูฟีที่มีนามว่า “บายาซิด” และพูดว่า

“อาจารย์ครับ ผมเป็นคนที่เจ้าอารมณ์ เวลาที่โกรธมักจะทำสิ่งที่เลวร้ายโดยไม่รู้ตัว ผมแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ผมทำลงไปเลย ผมจะทิ้งความโกรธนี้ได้อย่างไร จะเอาชนะมันได้อย่างไร จะควบคุมมันได้อย่างไรครับ?”

บายาซิดใช้มือจับหัวผู้ที่มาฝากตัวเป็นศิษย์ มองเข้าไปในตาเขา ผู้ที่เป็นศิษย์รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แล้วบายาซิดก็พูดว่า

“ความโกรธนั้นอยู่ที่ไหน? ข้าต้องการจะเห็นมัน”

ศิษย์หัวเราะอย่างเฝื่อนๆ พร้อมกับพูดว่า

“ตอนนี้ผมไม่ได้โกรธ มันเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้นครับ”

บายาซิดจึงพูดต่อไปว่า

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวย่อมไม่ใช่ธรรมชาติที่แท้จริงของเจ้า มันเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว มันมาแล้วก็จากไป มันเหมือนกับก้อนเมฆ ดังนั้นจะไปกังวลกับก้อนเมฆทำไม ? จงคิดถึงแต่ท้องฟ้าเพราะว่ามันอยู่ตรงนั้นเสมอ”


ขอบคุณนิทานจาก OSHO: หนังสือ เชาวน์ปัญญา (Intelligence) ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด แปลและเรียบเรียง

ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ทาง

Blog: https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
Facebook: facebook.com/anontawongblog
Blockdit: blockdit.com/anontawong
LINE: http://bit.ly/LINEanontawong
Twitter: twitter.com/anontawong
Instagram: instagram.com/anontawong

นิทานสองคนกับตะเกียง

ชายสองคนเดินไปด้วยกันในคืนเดือนแรม โชคดีที่ชายคนหนึ่งมีตะเกียงจึงมองเห็นเส้นทางได้ไม่ยากนัก ชายคนที่ไม่มีตะเกียงเบาใจว่ายังไงก็คงถึงที่หมายแน่นอน

แต่แล้วทั้งสองก็เดินมาถึงทางแยก ชายถือตะเกียงต้องเลี้ยวไปอีกทาง ทิ้งให้ชายที่ไร้ตะเกียงยืนอยู่ตรงนั้น เส้นทางที่เขาต้องไปต่อนั้นมืดมิด เขาได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ

“ทำไมข้าไม่ถือตะเกียงมาเอง ทำไมข้าไม่เรียนรู้วิธีจุดตะเกียงจากชายคนนั้น ต่อให้ตะเกียงข้าเล็กแค่ไหนมันก็น่าจะพอส่องทางให้ข้าได้บ้าง ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าทุกอย่างไปได้สวย แต่จู่ๆ ข้าก็กลับกลายเป็นคนอับจนไร้หนทาง”


ขอบคุณนิทานจาก Osho’s Stories: Travellers and a Lamp

ติดตาม Anontawong’s Musings ได้ที่

https://anontawong.com (subscribe เพื่อรับบทความทางอีเมลได้)
facebook.com/anontawongblog
blockdit.com/anontawong
twitter.com/anontawong
instagram.com/anontawong
http://bit.ly/LINEanontawong

นิทานทิ้งหินลงแม่น้ำ

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เช้ามืดวันหนึ่ง ระหว่างที่ชาวประมงคนหนึ่งกำลังเดินไปที่แม่น้ำ เขารู้สึกว่าเดินเหยียบอะไรบางอย่าง พอก้มลงดูจึงเห็นว่าเป็นถุงที่ใส่หินไว้นับร้อยก้อน

ระหว่างที่นั่งรอให้ฟ้าสว่างเพื่อจะได้เริ่มงาน ชาวประมงหยิบหินโยนลงไปในแม่น้ำเพื่อแก้เบื่อ ทีละก้อน ทีละก้อน ทีละก้อน

กว่าฟ้าจะรุ่งสาง เขาก็โยนหินไปเกือบหมดถุงแล้ว เหลือเพียงก้อนเดียวในมือ แล้วเขาก็ใจหายแว้บเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นก้อนหินนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นอัญมณีต่างหาก ตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเขาโยนอัญมณีลงแม่น้ำไปแล้วไม่รู้ตั้งเท่าไหร่!

เขาเจ็บใจและก่นด่าตัวเอง เขาได้สมบัติที่จะทำให้เขามีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข แต่ในความมืดมิดนั้นเขากลับทิ้งมันลงแม่น้ำ

แต่จริงๆ แล้วก็ต้องถือว่าเขายังโชคดี เขายังเหลืออัญมณีอีกหนึ่งเม็ดในมือ ฟ้าสว่างเสียก่อนที่เขาจะโยนมันทิ้ง

คนส่วนใหญ่ไม่ได้โชคดีขนาดนั้น


ขอบคุณนิทานจาก OSHO Stories: Bag full of gems