จะเติมน้ำหรือน้ำมัน

เวลาเจอไฟไหม้ คนส่วนใหญ่ย่อมหาน้ำมาดับไฟ

แต่เวลาทะเลาะกัน มีไฟสุมอยู่เต็มอก หลายครั้งเรากลับเลือกเติมน้ำมันลงไป

โอเคล่ะ บางทีอีกฝ่ายก็พูดจากวนโมโห เราก็เลยอดใจไม่ไหว

แทนที่พูดแล้วจะเย็นลง เลยกลับกลายเป็นลุกลามบานปลายยิ่งกว่าเดิม

การทะเลาะกัน มักเกิดจากความคลาดเคลื่อนอะไรบางอย่าง

คลาดเคลื่อนในการสื่อสาร คลาดเคลื่อนในความคาดหวัง คลาดเคลื่อนในความรู้สึก

การทะเลาะจึงเป็นเครื่องมือในการจูนความคลาดเคลื่อนนั้น เพื่อให้เราเข้าใจกันมากขึ้นในระยะยาว การทะเลาะจึงมีประโยชน์ในบางครั้ง หากเราเข้าใจธรรมชาติและจุดหมายปลายทางของมัน

จากนี้ไป หากมีเรื่องผิดใจ ให้ถามตัวเองก่อนว่า

ถ้าอยากเติมน้ำต้องทำอย่างไร

ถ้าอยากเติมน้ำมันต้องทำอย่างไร

แล้วก็อดใจ-กลั้นใจ ที่จะไม่เติมน้ำมันลงไป แม้ว่ามันจะยากเย็นในจังหวะนั้นแค่ไหนก็ตาม

เพราะสุดท้ายแล้วเราไม่ต้องการเอาชนะคะคานเหมือนที่อัตตากำลังหลอกเราอยู่หรอก

สุดท้ายแล้วเราต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดี เพราะมันเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างในชีวิตที่มีคุณค่ากับเราอย่างแท้จริงครับ

3 ประเภทของ Friend Zone

วันนี้อ่านเจอคำถามหนึ่งที่น่าสนใจใน Quora:

“เราจะลดระยะเวลาที่อยู่ใน Friend Zone ได้อย่างไร?”

ขอนำคำตอบของ Sean Kernan มาให้อ่านกันครับ


ใน Youtube มีวีดีโอประเภทหนึ่งที่ถูกทำมาแล้วหลายร้อยรอบและได้ข้อสรุปแบบเดิมเพราะมันตั้งอยู่บนคำถามที่ว่า:

“ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นแค่เพื่อนกันได้จริงเหรอ?”

ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างต้องตอบคำถามเดียวกันนี้

ผู้ชายเกือบทุกคนจะตอบว่า

“เป็นไม่ได้หรอก” (เพราะความดึงดูดทางกายภาพ)

ส่วนผู้หญิงเกือบทุกคนจะตอบว่า “เป็นได้สิ”

แล้วพิธีกรก็จะถามผู้หญิงต่อว่า

“ถ้าคุณเปิดทาง คิดว่าเพื่อนผู้ชายจะจีบคุณรึเปล่า?”

รอยยิ้มน้อยๆ จะค่อยๆ ปรากฎบนใบหน้าหญิงสาว เธอจะชะงักแป๊บนึง และเกือบทุกคนจะตอบว่า “จีบ”

แต่ Youtube ไม่ใช่แหล่งอ้างอิงทางวิชาการ ผมคิดว่ามันไม่แฟร์เท่าไหร่ที่จะบอกว่าหญิงกับชายจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้ เพราะเราก็เห็นอยู่ตลอด ผมเองก็มีเพื่อนผู้หญิงหลายคน

แต่สิ่งหนึ่งที่วีดีโอเหล่านี้ยืนยันก็คือ:-

ผู้หญิงเค้าดูออกแหละ

ส่วนใหญ่น่ะนะ

ถ้าเป็นเพื่อนกันและอยู่ด้วยกันมาสักพัก ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะรู้ว่าใครชอบเราบ้าง

และนี่คือ Friend Zone 3 ประเภท

1. ผู้หญิงรู้ แต่ไม่สนใจ

แฟนของผมทุกคนเคยเล่าให้ฟังถึงคนที่เข้ามาจีบ แต่เธอไม่สนใจ เช่นเข้ามาผิดวิธี (รุกหนักเกินไปหรือน่ากลัว (creepy) เกินไป)

หรือเธออาจไม่ชอบแง่มุมทางกายภาพบางอย่าง (กลิ่นตัว ความอ้วน ความสะอาด บุคลิก การแต่งตัว)

ถ้าเธอคิดว่าเราไม่น่าสนใจ ก็แสดงว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราน่าจะทำได้เพื่อให้เธอมองเราบ้าง

แต่ถ้าเราทำทุกอย่างเต็มที่แล้วเธอยังไม่สนใจเราอีก เราก็ควรจะ cut loss และ move on

2. ผู้หญิงไม่รู้ตัว ซึ่งเราก็คงต้องลองชวนเธอไปเที่ยวดู หรือลองโยนหินถามทางดูว่าเธอสนใจจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้รึเปล่า

3. ผู้หญิงรู้ตัว แต่จังหวะมันไม่ได้ เช่นเธออาจมีแฟนอยู่แล้ว เธอยังไม่พร้อมออกเดตกับใคร เธอต้องการเวลามากกว่านี้

ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ก็จงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อย่าไปเหยียบคันเร่ง รักษาความรู้สึกที่ดีเอาไว้ เมื่อไหร่ที่เธอพร้อมจะพัฒนาความสัมพันธ์คุณจะรู้ได้เอง

สองเรื่องสุดท้าย

หนึ่ง ถ้าเธอบอกว่าไม่ก็คือไม่ จงเคารพจุดยืนของเธอ

สอง อย่ารอคอยแค่ใครบางคน จงใช้ชีวิตของเราไป คุยกับคนอื่นบ้าง ไปเที่ยวกับคนอื่นบ้าง ถ้าคนที่เราชอบอยากพาเราออกจาก Friend Zone ก็เยี่ยมไปเลย แต่ถ้าเค้ายังไม่สนใจก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

ใครก็ตามที่คิดว่า Friend Zone เป็นเหมือนกรงขัง เขาคนนั้นกำลังปิดกั้นทางเลือกของตัวเอง

ออกไปใช้ชีวิตของเราให้ดีเถอะครับ


ขอบคุณเนื้อหาจาก Quora: Sean Kernan’s answer to How do you shorten your tenure in the friendzone?

บรรยากาศแบบนี้จะลงทุนอะไรดี

วันนี้ Bitcoin มูลค่าต่ำกว่า $20,000 ลดลงมา 60% เมื่อเทียบกับตอนต้นปี

ไม่ใช่แค่คริปโตอย่างเดียว แต่ราคาหุ้นส่วนใหญ่ก็ตกลงมาอย่างมากเช่นกัน

สวนทางกับราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น แถมเงินเฟ้อในประเทศไทยปี 65 อาจจะเกือบ 6% สูงที่สุดในรอบ 24 ปี

เมื่อถือเงินสดก็เจอเงินเฟ้อ เมื่อจะช้อนหุ้นหรือบิตคอยน์ก็กลัวช้อนหัก แล้วเราควรจะลงทุนอะไรดี?

นี่คือคำถามที่มีคนถาม Ken Honda ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับความมั่งคั่ง โดยหนังสือของเขาขายไปแล้ว 8 ล้านเล่ม

ตอนแรกผมนึกว่าฮอนดะจะตอบว่า ให้ลงทุนในความรู้ เหมือนที่ปู่บัฟเฟตต์หรือลงทุนแมนแนะนำ

แต่คำตอบของฮอนดะทำให้ผมแปลกใจพอสมควร

ฮอนดะแนะนำให้เราลงทุนในความสัมพันธ์ครับ

นัดเจอเพื่อน เลี้ยงกาแฟ เลี้ยงข้าวเพื่อนบ้าง หากเพื่อนมีปัญหาอะไรที่เราพอจะช่วยได้ ก็จงช่วยเขา

เช่นกัน หากเรามีลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีในการแสดงน้ำใจ เพราะน้ำใจที่ได้รับในช่วงที่ยากลำบากนั้นย่อมถูกจดจำไปได้ยาวนาน

เมื่อเรามีความสัมพันธ์ที่ดี มีเพื่อนแท้ มีลูกค้าที่เห็นน้ำใจกัน พอถึงวันที่เราลำบาก เราก็จะได้รับน้ำใจจากคนเหล่านี้เช่นกัน

ตอนนี้พวกเราเริ่มกลับมาเจอกันได้แล้ว ผมเองก็กำลังทยอยนัดเจอเพื่อน เพื่อนรุ่นพี่ ผู้ใหญ่ และใครอีกหลายคนที่อยากเจอมานาน ปากบอกว่าจะเอาหนังสือเล่มใหม่ไปฝาก* แต่จริงๆ แล้วเพียงแค่อยากจะพบเจอพูดคุยหลังจากที่ต้องเก็บตัวอยู่ที่บ้านกันมาเป็นแรมปี

ในสถานการณ์แบบนี้ การลงทุนในความสัมพันธ์อาจเป็นเรื่องที่เข้าท่าที่สุดจริงๆ ก็ได้นะครับ


* Love Me Love My Job งานที่ใช่หาง่ายกว่าที่คิด วางขายวันที่ 21 มิถุนายนครับ

ขอบคุณประกายความคิดจาก Ken Honda – The School of Greatness Podcast by Lewis Howes (นาทีที่ 1:11:15)