ถือก็หนัก ไม่ถือก็ไม่หนัก

20200324

ตอนอยู่ที่ทำงานเก่า เคยมีพี่คนหนึ่งมาบ่นให้ฟังถึงความไม่พอใจในงานที่จัดขึ้นเมื่อคืนวันก่อน

พี่เขาพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ต่อว่าหลายคนที่ทำงานไม่ได้เรื่องอยู่ราวๆ 3-4 นาที

ผมเองได้แต่ฟังอย่างพยายามเข้าใจในความหงุดหงิดของเขา แต่อารมณ์ไม่เสียไปด้วย

แล้วผมก็คิดขึ้นได้ว่า ถ้าผมเป็นเจ้าของงานแล้วมาโดนพี่เค้าว่าอย่างงี้ ผมคงโกรธหรือไม่ก็คงอายน่าดู

คำพูดเหมือนกันเป๊ะๆ คนพูดคนเดียวกันเป๊ะๆ คนนึงฟังแล้วโกรธ คนนึงกลับฟังแล้วเฉยๆ

ความโกรธจึงไม่ได้เกิดมาจากคำพูดหรือคนพูด แต่เกิดจากคนฟัง

ถ้าคนฟังเป็น “เจ้าของ” สิ่งที่โดนต่อว่า เอาตัวตนเข้าไปรองรับคำว่านั้น คนฟังก็จะโกรธ

แต่ถ้าคนฟังไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ไม่ได้เอาตัวตนเข้าไปรองรับคนฟังก็จะไม่โกรธ

เหมือนหินที่วางอยู่ ถ้าเข้าไปแบกก็หนัก แต่ถ้าไม่แบกมันก็ไม่หนัก

แน่นอนว่าในทางทฤษฎีก็ฟังดูง่ายดาย เวลาเจอสถานการณ์จริงเรามักจะเผลอเข้าไปแบกทุกที

แต่ถ้าท่องคาถานี้ไว้ให้ขึ้นใจ “ถือก็หนัก ไม่ถือก็ไม่หนัก”

เมื่อบางครั้งอารมณ์มันหนักเกินจะรับไหว จะได้เตือนตัวเองว่าเราเลิกถือได้เสมอนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

มีเวลา แต่ไม่รู้จะเอาเวลาไปทำอะไร

20200321

ตอนที่ชีวิตเรายุ่งๆ เราเคยคิดว่าถ้ามีเวลา เราอยากจะทำนู่นทำนี่มากมาย

อ่านหนังสือที่ดองเอาไว้ ออกกำลังกาย ฝึกทำกับข้าว ลองทำ side business

ตอนนี้เรามีเวลามากขึ้นแล้วจริงๆ เพราะสถานการณ์โควิด-19

แต่ถ้าผู้อ่านเป็นเหมือนผม อาจจะพบว่า 4-5 วันที่ผ่านมา แม้จะมีเวลามากขึ้น แต่กลับไม่ได้ทำในสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเท่าไหร่

อาจเป็นเพราะเรายังไม่เคยชินกับ routine ใหม่ๆ การนอนตื่นสายได้ การอยู่บ้านทั้งวัน การต้องทำงานในขณะที่มีลูกๆ มาคอยรอจะเล่นกับเราตลอด

อีกเหตุผลก็เพราะเราอาจมีเวลาเพิ่มขึ้นมากเกินไปจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี อารมณ์ไม่ต่างกับสามล้อที่เพิ่งถูกหวย เราก็เลยใช้เวลาอย่างสุรุ่ยสุร่าย จับจ่ายมันไปกับการติดตามสถานการณ์โควิดและวิตกกังวลมากกว่าที่จะไปทำอย่างอื่นที่จริงๆ เราเคยฝันหวานว่าจะทำมาช้านาน

สัปดาห์หน้าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แน่ ตัวผมเองจะลองพยายามปรับ routine ใหม่ เพราะมันจะเป็น the new normal ไปอีกอย่างน้อยหลายสัปดาห์

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเก่งอยู่แล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

เราเครียดเพราะเราพยายามไปควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

20200319

นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนตื่นตระหนกไปกับ COVID-19

พอเราเห็นคนอื่นเครียดเราเลยรู้สึกว่าเราควรจะเครียดบ้าง

แต่ความเครียดไม่ได้ช่วยอะไร หลายครั้งมันทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยซ้ำ

สุดท้ายเราก็ทำได้แต่สิ่งที่เราทำได้ – ล้างมือบ่อยๆ อย่าจับหน้า รักษาระยะห่าง

อีกอย่างที่เราพอจะทำได้ คือการรักษาระดับความเครียด เพราะยิ่งเครียดภูมิคุ้มกันยิ่งถดถอย

ตามข่าวได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทุกชั่วโมง ข่าวสำคัญๆ ยังไงมันก็มาถึงหูเราอยู่แล้ว และข่าวใหม่ก็คงไม่ทำให้เราเปลี่ยนสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว

ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ รับรู้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้แต่อย่าไปจับจด

และใช้ชีวิตของเราต่อไปให้ดีครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ยอมเสียเปรียบบ้างก็ได้

20200316

วันก่อน “ป้าไข่” แม่บ้านของผม ทักว่าผมโอนเงินเดือนให้เธอเกินไปสองวัน เพราะผมลืมนับวันหยุด

ซึ่งผมก็ลืมจริงๆ แต่ผมก็ไม่คิดจะเอาเงินที่โอนเกินไปนั้นคืนมา หนึ่งเพราะป้าไข่ทำงานขยันขันแข็ง สองเพราะอยู่กับเรามานาน สามเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นแม่บ้านคนอื่นพอได้เงินเกินก็อาจจะเงียบๆ ไป

เงินที่ผมให้เกินไป ผมถือว่าเป็นการขอบคุณที่บางทีป้าไข่ก็ทำเกินหน้าที่ ทำงานเกินเวลาเพราะผมเองก็กลับบ้านดึกเหมือนกัน

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าเรายอมเสียเปรียบเสียบ้าง เราจะซื้อใจคนได้

ถ้าจะเอาแฟร์ๆ ตลอดมันก็ได้เหมือนกัน แต่แฟร์สำหรับเราไม่ได้แปลว่าจะแฟร์สำหรับคนอื่นเสมอไป เพราะไม้บรรทัดของคนเราไม่เท่ากัน

และบางทีมันก็มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบกับคนที่ไม่ยอมเสียสละ

การยอมเสียเปรียบมันคือการให้อยู่ในที ไม่ต่างอะไรกับการยอมเสียสละซึ่งเป็นการให้เช่นกัน

เมื่อเราพร้อมที่จะให้กับคนที่มีศีลเสมอกัน วันหนึ่งเมื่อเขามีโอกาสเขาก็อาจจะให้เรากลับบ้าง

เราจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้แฟร์ๆ ไม่จำเป็นต้องผดุงความถูกต้องเที่ยงธรรมตลอดเวลา แค่คอยสำรวจตัวเองว่าเราไม่มีเจตนาจะเอาเปรียบใครก็พอแล้ว

แฟร์ก็ได้ เสียเปรียบก็ได้ แต่ไม่เอาเปรียบเขา

อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลายและยั่งยืนครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

หวังน้อยๆ ทำเยอะๆ

Slide2

ระยะหลังผมถูกถามเรื่อง OKR – Objectives and Key Results ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ Intel และ Google ใช้งานกัน ส่วนองค์กรไทยกำลังตื่นตัว และช่วงนี้ก็มีหนังสือออกมาหลายเล่ม

ทุกครั้งที่ผมได้รับเชิญไปพูด ผมจะจบด้วยประโยคที่ว่า OKR ไม่ใช่ยาวิเศษ มันก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือตัวหนึ่งเท่านั้น

แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมพยายามจะบอกว่า อย่าไปหวังกับมันเยอะเกินไป เพราะจริงๆ แล้วมันมีปัจจัยอีกมากมายที่องค์กรจะสำเร็จหรือไม่

—–

แน่นอนว่าคนเราควรมีความหวัง

แต่ความหวังบางทีมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความคาดหวัง

เมื่อมีความคาดหวังเมื่อไหร่ก็ทุกข์เมื่อนั้น

เพราะสมการแห่งความสุขคือ

Happiness = Reality – Expectations

ถ้าความจริงมันไม่ดีอย่างที่หวัง ความสุขก็ติดลบ

ถ้าเราไม่คาดหวัง ความจริงจะเป็นอย่างไรเราก็ยังจะพอสุขอยู่ได้

ดังนั้น อย่าไปหวังเยอะ แต่เรามีสิทธิ์ที่จะเพิ่มโอกาสสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำ

สุภาษิตของแอฟริกันบอกว่า When you pray, move your feet

สวดมนต์ได้ แต่อย่านั่งอยู่เฉยๆ ให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายด้วย

หวังน้อยๆ ทำเยอะๆ

แล้วไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เราก็น่าจะพอใจกับมันได้ครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer