สองสิ่งที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้

20180419_incompatible

คือความสำเร็จกับข้อแก้ตัว

You can have results or excuses. Not both
-Arnold Schwarzenegger

ตอนนี้ผมอยู่ที่เชียงใหม่ครับ

มาทำหน้าที่เป็น Trainer ให้กับโครงการ Northern Innovative Startup Thailand สองวัน

ใครที่เคยเป็นเทรนเนอร์น่าจะพอนึกภาพออกว่ามันต้องใช้พลังงานเยอะพอสมควร เพราะเราต้องขับเคลื่อนคนอีกหลายสิบคนตลอด 6 ชั่วโมงทั้งเช้าบ่าย

สอนเสร็จ ผมไปหา “อาเข้ม” ที่อยู่เชียงใหม่มาสี่สิบกว่าปี ไปนั่งฟังเขาเล่าถึงที่มาที่ไปของ ทวารบาล บ้านเทวาลัย ที่อาเข้มปลุกปั้นมา 15 ปี ก่อนที่จะพาไปกินร้านโอ้กะจู๋ อยู่กันจนถึงร้านปิด

กว่าจะกลับถึงห้องก็ 4 ทุ่มแล้ว รู้ตัวว่ายังไม่ได้เขียนบล็อกแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไร จึงนอนอ้อยอิ่งไถเฟซบุ๊คอยู่เกือบชั่วโมง (สี่ทุ่มคือช่วงที่ willpower อยู่ในขีดต่ำสุดแล้ว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะผลาญเวลาไปกับมือถือ)

แต่เมื่อถึงจุดที่ตัดใจวางมือถือลงได้ ก็เดินไปเปิดกระเป๋าและหยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาเปิดเครื่องด้วยหัวสมองอันว่างเปล่า

แล้วประโยคนี้จะผ่านเข้ามาในหัว เป็นคำพูดที่ผมเจอบนโปสเตอร์ขนาดใหญ่หน้าฟิตเนสในมาเลเซียเมื่อเดือนที่แล้ว

You can have results or excuses. Not both

จะเอาผลลัพธ์ก็ได้ จะเอาข้อแก้ตัวก็ได้ แต่จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่แก้ตัวเป็น เราจึงเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่หลอกตัวเอง

เมื่อหลอกตัวเองได้สนิทใจ ก็เลยไม่ได้ลงมือทำ

เมื่อไม่ได้ลงมือทำ มันก็เลยไม่เกิดผล

เมื่อไม่เกิดผล ความสำเร็จจึงต้องรอคอยเราต่อไป

ข้อแก้ตัวกับความสำเร็จจึงเป็นปรปักษ์กัน

ถ้าคิดอีกมุม เราก็จะได้สูตรความสำเร็จที่เรียบง่ายที่สุดในโลก

แค่อย่ามีข้อแก้ตัวเท่านั้นเอง


หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์ และร้านหนังสือทั่วไปครับ

กฎ 5 ข้อจาก Simon Sinek

20180414_5rulessimonsinek

Simon Sinek (ไซมอน ซิเน็ค) เป็นนักพูดที่โด่งดังมาจากเวที TED ในหัวข้อ How great leaders inspire action จนต่อมาได้กลายเป็นหนังสือ Start with Why ที่ขายดีไปทั่วโลก

ครั้งหนึ่งเขาได้รับเชิญไปพูดในงานของ Usher’s New Look

Usher คือศิลปินผิวสีชาวอเมริกัน และ Uher’s New Look คือองค์กรที่ Usher ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยชี้แนะโค้ชเด็กวัยรุ่นให้ดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ในงาน Usher’s New Look ไซมอนพูดถึงกฎ 5 ข้อที่เขาอยากให้ทุกคนจำไว้ในระหว่างที่กำลังค้นหาตัวเอง – 5 rules to follow as you find your spark ซึ่งผมเห็นว่าดีมากเลยอยากนำมาสรุปไว้ตรงนี้ครับ

 

กฎข้อที่ 1

ไซมอนเคยไปวิ่ง fun run กับเพื่อนใน Central Park พอถึงเส้นชัย ก็มีสปอนเซอร์เอาเบเกิลมาแจก (bagel หน้าตาคล้ายโดนัท แต่จะหั่นครึ่งใช้เหมือนขนมปังทำแซนด์วิช)

มีโต๊ะวางอยู่เรียงกัน ฝั่งหนึ่งมีคนแจกเบเกิลอยู่หลายคน ส่วนอีกฝั่งก็เป็นนักวิ่งที่เข้าคิวรอเลือกเบเกิลที่ตัวเองอยากกินอยู่

ไซมอน: อ๊ะ เบเกิลฟรี ไปหยิบกันเถอะ

เพื่อน: ไม่เอาดีกว่า แถวยาว

ไซมอน: เบเกิลฟรีเชียวนะ

เพืื่อน: ไม่เอาว่ะ เราขี้เกียจเข้าคิว

แล้วไซมอนก็คิดได้ว่า โลกนี้มีคนอยู่ 2 แบบ

แบบแรก คือคนที่เห็นแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น

แบบที่สอง คือคนที่เห็นแต่อุปสรรคเท่านั้น

ไซมอนเห็นแต่เบเกิล ส่วนเพื่อนของเขาเห็นแต่คิวยาวๆ

ไซมอนจึงเดินไปที่คิว ก้มตัวลง เอามือสอดเข้าไประหว่างคนสองคนที่เข้าคิวอยู่ และหยิบเบเกิลออกมาสองชิ้น โดยไม่มีใครว่าอะไร

ไซมอนสรุปว่า บางทีคุณก็ไม่ต้องเข้าคิว บางทีคุณแหกกฎก็ยังได้ ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

ตัวเขาเองไม่ได้เข้าคิว และราคาที่ต้องจ่ายคือการไม่ได้เลือกว่าจะได้เบเกิลรสอะไร (เพราะเอื้อมมือไปหยิบโดยไม่ได้ดู)

(กฎนี้จริงๆ ผมเองก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่จะตัดออกก็ใช่ที่ เพราะผมยังชอบประโยคที่ว่าคนบางคนเห็นแต่เป้าหมาย ส่วนบางคนเห็นแต่อุปสรรค)

 

กฎข้อที่ 2

ในคริสตศตวรรษที่ 18 มีโรคโรคหนึ่งระบาดไปทั่วยุโรป

โรคนั้นมีชื่อว่าโรคไข้หลังคลอด หรือ Childbed Fever แม่ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้ขึ้นสูงหลังคลอดบุตร และเสียชีวิตลงภายใน 48 ชั่วโมง บางโรงพยาบาลมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 70%

แต่ศตวรรษที่ 18 คือยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ที่คนไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ บรรดาหมอล้วนแล้วแต่ต้องการจะศึกษาและหาคำตอบว่าอะไรคือต้นเหตุของโรคนี้ พวกเขาจึงแบ่งเวลาตอนเช้าเพื่อใช้ในการชันสูตรศพที่ตายจากโรค Childbed Fever ส่วนตอนบ่ายจึงทำหน้าที่คลอดบุตรตามปกติ

ผ่านไปเกือบร้อยปี ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 คุณหมอนาม Oliver Wendell Holmes ก็ตั้งข้อสังเกตว่า หมอหลายคนที่ชันสูตรศพในตอนเช้าไม่ได้ล้างมือก่อนไปทำคลอดในตอนบ่าย

Holmes จึงบอกกับหมอเหล่านั้นว่า “จริงๆ แล้วคุณนั่นแหละคือต้นเหตุของปัญหา” (Guys – you are the problem) และแนะนำให้หมอล้างมือให้สะอาดก่อนทำคลอด แต่กลับไม่มีใครเชื่อหมอโฮล์มส์ และต้องใช้เวลากว่า 30 ปีกว่าที่หมอจะหันมาล้างมือ จนโรค Childbed Fever ค่อยๆ หมดไปในที่สุด

 

กฎข้อที่ 3

หน่วย SEAL ของอเมริกาได้ชื่อว่าเป็นกองกำลังที่เข้มแข็งที่สุดในโลก การฝึกที่แสนหฤโหดนั้นหมายความว่ามีชายหนุ่มจำนวนไม่น้อยที่ถอดใจไประหว่างช่วงฝึกซ้อมก่อนจะได้เป็นทหาร SEAL

มีคนเคยถามนายทหาร SEAL ว่าคนแบบไหนที่จะอดทนและผ่านการฝึก SEAL ไปจนได้บรรจุ

นายทหารคนนี้ตอบว่า

พวกคนกล้ามใหญ่ๆ มีรอยสักเต็มตัว ขี้โม้ๆ พวกนี้ไม่ผ่าน

พวกคนที่ชอบออกคำสั่งโดยไม่ค่อยอยากทำอะไรเอง พวกนี้ก็ไม่ผ่าน

พวกนักกีฬาคนดังจากมหาลัยที่ไม่เคยเจอความลำบากอย่างแท้จริง พวกนี้ก็ไม่ผ่าน

คนที่อยู่กับการฝึก SEAL จนตลอดรอดฝั่ง บางคนก็ตัวไม่ใหญ่ บางคนก็กลัวจนตัวสั่น แต่คนเหล่านี้ เวลาที่โดนบททดสอบจนหมดทั้งแรงกายและแรงใจ พวกเขากลับยังสามารถขุดพลังบางอย่างออกมาเพื่อจะช่วยเหลือเพื่อนทหารที่อยู่ข้างๆ ได้

ไซมอนจึงบอกว่า จงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และจงกล้าที่จะเอ่ยขอความช่วยเหลือเมื่อรู้ว่าตัวเองทำไม่ได้

เมื่อคุณเอ่ยปาก คุณจะแปลกใจว่ามีคนพร้อมจะช่วยคุณเต็มไปหมด ที่ก่อนหน้านั้นเขาดูเฉยๆ เพราะเขานึกว่าคุณไม่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะคุณมัวแต่แสร้งว่าทุกอย่างโอเค

แต่ถ้าคุณกล้าพูดว่าทุกอย่างไม่โอเค คุณไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ก็จะมีคนมากมายเข้ามาพยุงคุณไว้ แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณพร้อมจะช่วยเขาในวันที่เขาลำบากเช่นกัน

 

กฎข้อที่ 4

เนลสัน แมนเดลลา อดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เป็นหนึ่งในผู้นำไม่กี่คนที่ได้รับการยอมรับและชื่นชมจากทั่วโลก

มีคนเคยถามแมนเดลลาว่าเขาเรียนรู้ทักษะการเป็นผู้นำที่ดีมาจากใคร

แมนเดลลาตอบว่า พ่อของเขาเป็นหัวหน้าเผ่า (tribal chief) เวลามีประชุมประจำเผ่า แมนเดลลาก็จะติดสอยห้อยตามพ่อเขาไปด้วยเป็นประจำ

มีสองอย่างที่แมนเดลลาจำได้

หนึ่ง ทุกคนจะนั่งล้อมเป็นวงกลมเสมอ

สอง พ่อของเขาจะพูดเป็นคนสุดท้ายเสมอ

ไซมอนบอกว่า เราถูกสอนมาตลอดชีวิตให้เป็นผู้ฟังที่ดี แต่ไซมอนเชื่อว่า เราต้องเรียนรู้ที่จะพูดเป็นคนสุดท้ายต่างหาก

ในองค์กรมากมาย เราเห็นผู้นำหรือท่านประธานเดินเข้ามาในห้องประชุมแล้วพูดเปิดว่า ปัญหาคืออย่างนี้ ผมคิดอย่างนี้ แต่ผมก็อยากฟังความคิดเห็นของแต่ละคนนะ

ซึ่งถึงจังหวะนั้นก็สายเกินไปแล้ว เพราะความคิดของคุณส่งผลกับทุกคนในห้องไปเรียบร้อยแล้ว

ในฐานะผู้นำ การปล่อยให้ทุกคนได้พูดก่อนมีข้อดีสองข้อ

หนึ่ง คือทุกคนได้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าเพราะได้มีส่วนช่วยออกความคิดเห็น

สอง คือคุณจะได้รู้ว่า จริงๆ แล้วแต่ละคนคิดอย่างไร

ระหว่างที่คุณฟัง คุณไม่ควรแสดงออกว่าตัวเองคิดอะไรอยู่

ถ้ามีใครพูดแล้วคุณเห็นด้วย คุณก็อย่าไปพยักหน้า และถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับใคร คุณก็อย่าไปส่ายหน้า

สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือถามคำถามเพื่อให้เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงคิดอย่างนี้

จงอดทนที่จะไม่ออกความเห็น และสุดท้ายก็จะถึงตาคุณได้พูดแน่นอน

 

กฎข้อที่ 5

ครั้งหนึ่ง อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมได้รับเชิญให้ไปปาฐกถาในงานประชุมที่มีคนเข้าร่วมนับพันคน

ระหว่างที่พูดอยู่นั้น เขาก็หยิบกาแฟจากแก้วโฟมขึ้นมาจิบ

ยังไม่ทันจะพูดต่อ เขาก็มองลงไปที่แก้วกาแฟอีกครั้งแล้วอมยิ้ม ก่อนที่จะพูดออกนอกเรื่อง

“คุณรู้มั้ย ปีที่แล้วผมก็มาพูดที่งานนี้ ตอนนั้นผมยังเป็นปลัดกระทรวงอยู่ ผมบิน business class ให้ พอถึงสนามบิน ก็มีคนมาต้อนรับขับสู้ ขับรถพาผมไปส่งถึงโรงแรม ทำการเช็คอินให้เรียบร้อยและขึ้นไปส่งผมถึงบนห้อง วันรุ่งขึ้น ก็มีคนมารอผมที่ล็อบบี้ และขับรถพาผมมาที่นี่ พาเข้าประตูหลังเพื่อไปนั่งรอในห้องรับรอง แล้วเอากาแฟมาเสิร์ฟในแก้วเซรามิคอย่างดี”

“ปีนี้ผมไม่ได้เป็นปลัดกระทรวงแล้ว ผมนั่งเครื่องบินชั้นประหยัด พอถึงสนามบินก็เรียกแท๊กซี่ไปโรงแรมเอง เช้านี้ไม่มีใครรอผมที่ล็อบบี้ ผมต้องเรียกแท๊กซี่มาที่นี่ เข้าทางประตูหน้า หาทางเดินมาหลังเวที แล้วพอผมถามว่าพอจะมีกาแฟมั้ย เขาก็ชี้ไปที่เครื่องทำกาแฟ ผมเลยเดินไปชงกาแฟให้ตัวเองและรินกาแฟใส่ถ้วยโฟมใบนี้”

“บทเรียนก็คือ แก้วเซรามิคใบนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อผม มันมีไว้สำหรับตำแหน่งของผมต่างหาก ตัวผมจริงๆ แล้วคู่ควรกับแก้วโฟมเท่านั้น” (The ceramic cup was not meant for me. It was meant for the position I held. I deserve a styrofoam cup.)

จงจำไว้ว่าเวลาคุณเริ่มมีชื่อเสียงเงินทอง หลายคนจะเปิดประตูให้คุณ เอากาแฟมาเสิร์ฟให้คุณโดยที่คุณไม่ได้ขอ เขาจะเรียกคุณว่า “ท่าน” หรือ “คุณผู้หญิง” และประเคนหลายสิ่งอย่างให้กับคุณ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อคุณเลย มันมีไว้เพื่อตำแหน่งของคุณหรือสำหรับความสำเร็จที่คุณได้สร้างมาต่างหาก

ในวันที่คุณรุ่งเรือง คุณมีสิทธิ์ที่จะเพลิดเพลินไปกับอภิสิทธิ์ต่างๆ ที่คุณได้รับ แต่อย่าลืมที่จะมีความอ่อนน้อมถ่อมตนที่จะระลึกไว้เสมอว่า แท้จริงแล้วคุณนั้นคู่ควรกับแก้วโฟมเท่านั้น

—–

ขอสรุปกฎ 5 ข้ออีกครั้งดังนี้

1. อย่ารีรอที่จะมุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่คุณต้องการ ตราบใดที่คุณไม่ได้ไปขวางทางคนอื่น – You can go after whatever you want. You just cannot deny anyone else to go after whatever they want.

2. บางทีคุณนั่นแหละคือตัวปัญหา – Sometimes you are the problem.

3. จงช่วยเหลือคนอื่นและขอความช่วยเหลือ – Help each other. Learn to ask for help.

4. ฝึกฝนที่จะพูดเป็นคนสุดท้าย – Practice being the last to speak.

5. คุณคู่ควรกับแก้วโฟมเสมอ – You always deserve a styrofoam cup.

หวังว่าจะมีประโยชน์นะครับ 🙂

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Usher’s New Look on Youtube: 5 Rules to Follow as You Find Your Spark by Simon Sinek 

ขอบคุณภาพจาก U.S. Air Force photo/Chief Master Sgt. John Evalle 

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์ และร้านหนังสือทั่วไปครับ

BookAdvertise

เพราะมันยากเราเลยไม่กล้า

20180407_dare

หรือเพราะเราไม่กล้ามันเลยยาก

“It is not because things are difficult that we do not dare, it is because we do not dare that things are difficult.”
–Seneca

สมมติว่า to do list วันนี้ของเรามีงานอยู่ 10 ชิ้น

มันจะมีงานอยู่อย่างน้อย 2-3 อย่าง ที่อยู่ในลิสต์ของเรามาซักพักหนึ่งแล้ว

อาจจะเป็นงานที่ต้องมีบทสนทนาที่กระอักกระอ่วน หรืองานที่ต้องใช้ทักษะที่เราไม่ถนัด เราก็เลยผัดวันประกันพรุ่งมันเรื่อยมา

ซึ่งการทำอย่างนี้ส่งผลเสียหลายอย่าง

หนึ่ง คือทำให้งานนั้นล่าช้า ทำให้คนต้องมารอเรา ทำให้งานชิ้นนั้นมันยากขึ้น

สอง กว่าผลงานจะออกมา คุณค่าของมันอาจลดทอนลงไปเพราะล่วงเลยเวลาของมันมาพอสมควรแล้ว

สาม ซึ่งผมมองว่าสำคัญที่สุด คืองานชิ้นนั้นได้กลายเป็นหนี้ในใจเราทุกวัน ถ้าวันนี้เราไม่ทำ พรุ่งนี้มันก็จะโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง อีกครัั้ง และอีกครั้ง ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำงานชิ้นนี้ซักทีมันจึงเป็นดดอกเบี้ยทบต้นที่ค่อยๆ สะสมและบั่นทอนจิตใจเราไปทุกวัน

ดังนั้น ถ้ามีสิ่งใดที่ค้างคามานาน ก็ควรสะสางให้เรียบร้อย บอกตัวเองว่า จริงๆ แล้วมันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก หรือถ้ามันยากจริงๆ ก็ควรขอความช่วยเหลือ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องใช้ความกล้าทั้งคู่

“It is not because things are difficult that we do not dare, it is because we do not dare that things are difficult.”

อาศัยความกล้าซักนิด แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นครับ

—–

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.00-12.50 ผมจะไปเซ็นหนังสือที่บู๊ธซีเอ็ด งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ แวะมาทักทายกันได้นะครับ!

ถ้าเราไม่กลัวเราจะทำอะไร?

20180402_notafraid

What would you do if you weren’t afraid?
-Adepero

มีหลายเรื่องที่เราไม่ได้ทำ หรือไม่คิดที่จะทำเพราะเรากำลังกลัวอะไรบางอย่าง

กลัวโดนเจ้านายด่า

กลัวเหนื่อยกว่าเดิม

กลัวจะพลาด

กลัวถูกปฏิเสธ

กลัวเสียฟอร์ม

และอีกสารพัดความกลัวที่เรามี ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตััว

ทั้งๆ ที่หากเรื่องที่เรากลัวเกิดขึ้นจริงก็คงไม่ตายหรอก แค่แสบๆ คันๆ

สิ่งใดที่เรากลัว สิ่งใดที่มีแรงต้าน แรงต้านนั้นคือสัญญาณบอกว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ

What would you do if you weren’t afraid?

ถ้าไม่กลัวเราจะทำอะไร?

แล้วก็ทำเลย

ชิงช้า

20180326_chingcha

เมื่อวานผมพูดถึงคำว่า Go first – อย่ารีรอที่จะเป็นคนแรก

แต่มันก็มีอีกหลายๆ สถานการณ์ที่เราควรจะช้า และยอมเป็นที่สองหรือที่สาม

เวลาอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ขึ้น เราก็ควรปล่อยให้เขาได้พูดก่อน อย่าไปต่อล้อต่อเถียง

เวลาอยู่บนท้องถนน เห็นรถจากอีกเลนส์กำลังรอกลับรถ เราสามารถเหยียบเบรคแทนที่จะเหยียบคันเร่งได้

เวลาทุกคนกำลังแห่ไปห้างเปิดใหม่ หรือเห่อสินค้าตัวใหม่ เรารอให้คนซาก่อนแล้วค่อยไปก็ยังทัน

เวลาที่ทุกคนทำหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน เราสามารถทำทีละอย่างอย่างมีสติได้

ในโลกธุรกิจและการแข่งขันใครเร็วกว่าได้เปรียบ

แต่ในโลกส่วนตัวที่มีแต่คนเร่งรีบ คนที่ชิงช้าได้อาจมีภาษีดีกว่านะครับ

—–

ผมจะไปเซ็นหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ บู๊ธซีเอ็ด วันเสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.15-13.00 มาเจอกันได้นะครับ

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง

20180325_ihaveachoice

เตือนตัวเองไว้ว่าเรามีทางเลือกเสมอ

No matter what the situation, remind yourself “I have a choice.”
-Deepak Chopra

คนบางคนไม่ชอบบรรยากาศที่ทำงานเลย แต่ก็ทนอยู่กับมันไปมาเป็นแรมปี ทั้งๆ ที่เขาสามารถเป็นคนริเริ่มสร้างบรรยากาศให้ทีมดีขึ้นก็ได้ หรืออาจจะเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองก็ได้ อาจจะขอย้ายทีมก็ได้ หรือย้ายบริษัทก็ยังได้

แต่เขาก็ยก “เหตุผล” มากมายว่าทำไมเขาถึงทำไม่ได้ เช่นไม่มีเวลา หัวหน้าไม่ยอมหรอก หรือตอนนี้เป็นหนี้อยู่ ไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง ฯลฯ

พอมีข้ออ้างที่ปลอมตัวมาเป็นเหตุผล ก็เลยไม่ได้ลองพยายาม หรือเคยลองครั้งหนึ่งแล้วไม่เวิร์คก็เลยยอมแพ้

ระลึกไว้เสมอครับว่า ข้อแม้เยอะทางเลือกจะน้อย ข้อแม้น้อยทางเลือกจะเยอะ

และข้อแม้ส่วนใหญ่มีต้นกำเนิดมาจากความกลัว

และความกลัวส่วนใหญ่ก็ไม่สมเหตุสมผล

เพียงกลัวให้น้อยลง แล้วทดลองให้มากขึ้น มันต้องมีทางเลือกดีๆ เกิดขึ้นบ้าง

อย่างน้อยก็ดีกว่าทนอยู่เฉยๆ แน่นอน

—–

ผมจะไปเซ็นหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ บู๊ธซีเอ็ด วันเสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.15-13.00 มาเจอกันได้นะครับ

วันนี้คุณตั้งตารอสิ่งใด?

20180319_lookforwardto

“Make sure you have something every day you’re looking forward to. Have something every day that lights you up.”

“แต่ละวันจงหาอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เราตั้งตารอ แต่ละวันจงทำอะไรซักอย่างที่ทำให้เราชื่นใจ”

-Soman Chainani

ผมเป็นคนออกไปทำงานค่อนข้างสาย กิจวัตรตอนเช้าอย่างหนึ่งคือรอเล่นกับ “ปรายฝน” ลูกสาววัยสองขวบกว่า ตอนที่เขาตื่นนอนใหม่ๆ

เมื่อกี้ปรายฝนก็เพิ่งตื่นนอน พร้อมพูดซ้ำๆ ว่า “ถั่วหายแล้วอ่ะๆๆ” สงสัยก่อนตื่นคงกำลังฝันว่ากำลังกินถั่วอย่างเอร็ดอร่อยอยู่แน่ๆ

การได้กอดลูกทุกเช้าก่อนไปทำงานสร้างพลังให้เราได้ไม่น้อยเลย

แต่ละวันมีอะไรที่คุณตั้งตารอบ้างรึเปล่า?

สำหรับคนที่เกลียดวันจันทร์ รักวันศุกร์ อาจจะตอบว่า “ไม่มีเลย”

แต่ถ้าเราต้องใช้เวลา 5 ใน 7 ของชีวิต ไปกับการทนอยู่ทนทำไปให้หมดวัน มันก็ดูโหดร้ายกับตัวเองไปหน่อย

ลองหาอะไรที่เราตั้งตารอที่จะได้เจอตอนไปทำงานกันดีมั้ย?

อาจจะเป็นหนุ่มหรือสาวที่เราแอบปลื้ม

หรือร้านกาแฟที่เราต้องแวะซื้อทุกเช้า

หรือการเมาธ์มอยกับเพื่อนเรื่องออเจ้า

หรืออาจจะเป็นการสร้างความคืบหน้ากับงานที่เราหมายมั่นปั้นมือ

เกิดเป็นผู้ใหญ่ ยังไงก็เลี่ยงการมาทำงานไม่ได้อยู่แล้ว แทนที่จะกัดฟันกล้ำกลืน สู้หาแง่มุมที่เราจะมีความสุขไปกับมันน่าจะดีกว่านะครับ

เล่นเกมเก่งแค่ไหน

20180318_game

ไม่สำคัญเท่าเลือกเล่นเกมอะไร

“It’s now how good you play the game. It’s deciding what game you want to play.”
-Kwame Appiah

ในเกมการเรียน บางคนสอบผ่านเพราะตั้งใจเรียน บางคนสอบผ่านเพราะเรียนพิเศษ บางคนสอบผ่านเพราะลอกข้อสอบ และบางคนไม่ต้องสอบก็ได้เลื่อนชั้น

ในเกมการเป็นพนักงาน บางคนอาจจะเติบโตเพราะทำงานเก่ง บางคนเติบโตเพราะพูดเก่ง และบางคนก็เติบโตเพราะเล่นการเมืองเก่ง

ในเกมชีวิต บางคนทำธุรกิจประสบความสำเร็จ บางคนถูกตามติดด้วยสปอตไลท์ไปทุกที่ ในขณะที่บางคนปฏิเสธชื่อเสียงเงินทอง และเล่นเกมภาวนาเพื่อแสวงหาความหลุดพ้น

แต่ละช่วงเวลาชีวิต เกมที่สมควรเล่นอาจแตกต่างกัน จึงต้องเลือกให้ดีๆ

เพราะเมื่อถึงตอน game over เราอาจไม่มีโอกาสกลับมาเล่นใหม่นะครับ

จงขอความช่วยเหลือ

20180314_askforhelp

แต่อย่ารอความช่วยเหลือ

เราทุกคนล้วนมีความฝันหรือโปรเจ็คใหญ่ๆ ที่อยากจะทำมานาน

แต่เราก็มี “เหตุผล” ให้ตัวเองมากมายว่าทำไมเราถึงยังทำไม่ได้ เช่นไม่มีเงิน / ไม่มีความรู้ / ไม่มีเวลา / ไม่มีคอนเน็คชั่น / ไม่มี ฯลฯ

พอเริ่มต้นด้วยคำว่า “ไม่” ก็เลยไม่รู้จะไปต่อยังไง

แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่เอาเหตุผลเหล่านั้นมาเป็นข้ออ้างให้ไม่ต้องลงมือทำ

ไม่มีเงิน ก็เริ่มแบบเล็กๆ ไปก่อน ไม่มีความรู้ก็หาหนังสือมาอ่าน ไม่มีเวลาก็จัดสรรเวลา ไม่มีคอนเน็คชั่นก็เริ่มหาคอนเน็คชั่น

ที่สำคัญ คนเหล่านี้ไม่รีรอที่จะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใครก็ตามที่น่าจะช่วยเหลือเขาได้

แต่ขอเสร็จแล้วก็ไม่ใช่นั่งรอเฉยๆ ด้วยความหวัง เพราะขอ 10 คนอาจจะมีคนช่วยแค่คนเดียวเท่านั้น

แต่ยังไงก็ยังดีกว่าไม่ได้ขอและไม่มีใครช่วยเลย

ประเด็นคือเขามีความถ่อมตัวพอที่จะยอมรับว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจจนสามารถสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ก็เข้าใจโลกพอที่จะไม่ปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นเรื่องโชคชะตา

“When you pray, move your feet.”
-African proverb

ขอความช่วยเหลือได้ แต่อย่ารอความช่วยเหลือ

เท่านี้ ชีวิตก็อาจเดินไปข้างหน้าได้เร็วกว่าที่เคยครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจาก Derek Sivers: What it means to be resourceful

ป.ล. ผมจะไปแจกลายเซ็นในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินะครับ รอติดตามรายละเอียดได้ในบทความต่อๆ ไปครับ 🙂

รู้เยอะไม่พูดเยอะ

20180307_knowalot

The more you know the less you need to say.
-Rumi

อะไรบ้างที่ทำให้คนๆ หนึ่งพูดเยอะ

– ไม่ชอบความเงียบ
– มีอะไรในหัวมากมายที่หาทางระบายออกมา
– อยากสร้างความครื้นเครงให้วงสนทนา
– เป็น extrovert
– อยากเป็นคนสำคัญ

อะไรบ้างที่ทำให้คนๆ หนึ่งพูดน้อย

– ไม่มีอะไรจะพูด
– เป็น introvert
– ขีี้เกียจแย่งพูด
– ชอบฟังมากกว่า
– อยากเป็นคนสำคัญเหมือนกัน แต่ขอเป็นคนสำคัญเพราะลงมือทำได้มั้ย

ตอนแรกผมจะใส่เรื่องความมั่นใจลงไปด้วย แต่คนบางคนพูดเยอะเพราะมั่นใจตัวเองมาก ขณะที่บางคนพูดเยอะเพื่อกลบเกลื่อนความไม่มั่นใจ

The more you know the less you need to say.

ไม่ได้แปลว่ารู้เยอะแล้วต้องพูดน้อยเสมอไป เพียงแต่ควรพูดเท่าที่จำเป็น

เพราะคนรู้เยอะไม่ใช่คนที่มีความรู้ต่างๆ เท่านั้น แต่รู้จักตัวเองและรู้จักคู่สนทนาด้วย

รู้ว่าเรื่องไหนควรพูด เรื่องไหนไม่ควรพูด

รู้ว่าพูดแล้วเกิดประโยชน์ หรือพูดแล้วคนฟังจะเสียเวลา

ถ้าเรื่องไหนพูดให้จบได้ภายในสิบคำ ก็จะใช้แค่สิบคำแทนที่จะใช้เป็นร้อยคำ

รู้เยอะไม่ต้องพูดเยอะ

พูดนิดเดียว ก็สร้างแรงกระเพื่อมได้มหาศาลแล้ว