ไม่ต้องออกไปจับผีเสื้อหรอก

20180222_butterfly

แค่ดูแลสวนของเราให้ดี เดี๋ยวผีเสื้อก็บินมาเอง

“Don’t waste your time chasing butterflies. Mend your garden, and the butterflies will come.”
-Anonymous

อยากให้เพจเรามีคนอ่านเยอะๆ อาจไม่ต้องสนใจหรอกว่าจะต้องโพสต์ตอนกี่โมงถึงจะมีคนเห็นเยอะที่สุด ถ้าบทความมันดีซะอย่าง โพสต์ตอนไหนก็มีคนอ่านคนแชร์

อยากได้งานดีๆ อาจไม่จำเป็นต้องไปสัมมนา เพื่อ networking แค่ทำงานให้เต็มความสามารถและไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง สุดท้ายโอกาสดีๆ ก็จะเข้ามาหาเราเอง

อยากมีคู่ ไม่จำเป็นต้องอัพสเตตัสทุกวันว่าโสดจังเลยเหงาจังเลย วางมือถือลงแล้วออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ที่ตัวเองสนใจ คนที่สนุกและมุ่งมั่นกับอะไรบางอย่างนั้นมีเสน่ห์จะตาย

ของบางอย่างยิ่งอยากได้ยิ่งอยู่ไกลออกไป

แต่พอเราหยุดอยากมันกลับใกล้เข้ามาครับ

เรียนรู้ที่จะอยู่เฉยๆ

20180221_staystill

ไม่มียุคใดสมัยใดที่สนับสนุนให้คน “ทำอะไรซักอย่าง” มากเท่าสมัยนี้

เพราะสมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดีย เราจึงไม่มีเวลา “นั่งเบื่อๆ” อีกต่อไป

ในแง่หนึ่งมันก็เพลินดี แต่อีกแง่หนึ่งนั่นแสดงว่าเราไม่มีเวลาได้ “พัก” จริงๆ เลย

ผมจึงเชื่อว่า ทักษะที่สำคัญและมีค่ามากในพ.ศ.นี้คือทักษะของการอยู่เฉยๆ

ตอนขึ้นลิฟต์ แทนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาดู ลองอยู่เฉยๆ ดูบ้าง

ตอนมีดราม่า แทนที่จะร่วมวิพากษ์วิจารณ์ ลองอยู่เฉยๆ ดูบ้าง

ตอนมีเรื่องชวนหงุดหงิด แทนที่จะบ่นขึ้นเฟซ ลองอยู่เฉยๆ ดูบ้าง

เมื่อได้เฉยๆ บ่อยๆ ขึ้น เราก็จะเริ่มมองเห็น “ช่องว่าง” ระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนองของเรา

แล้ววันหนึ่ง เราก็จะหลุดจากกับดักแห่งความเคยชิน

แล้ววันหนึ่ง เราก็จะตระหนักว่าไม่ต้องรู้ทุกสิ่ง และไม่ต้องวิ่งตามทุกอย่างครับ

การเดินทางจะคล่องตัวกว่านี้

20180220_lighter

ถ้าเราไม่แบกอดีตไปด้วย

“Your journey will be much lighter and easier if you don’t carry your past with you.”
-Anonymous

เพราะอดีตไม่มีอยู่จริง

มันเป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในสมองเราเท่านั้น

อะไรที่เคยเกิดขึ้นและเราจำได้ (ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว) เราจะเรียกมันว่าอดีต

แต่ถ้าเคยเกิดขึ้นแล้วเราจำไม่ได้ มันก็ไม่ใช่อดีตของเราอีกต่อไป

ชีวิตบางคนเคลื่อนไปได้ช้ากว่าควรจะเป็น เพราะแบกอดีตอันเจ็บปวดไปด้วยมากมาย

เรื่องที่ควรกล้าเลยไม่กล้า เรื่องที่ควรทำเลยไม่ได้ทำ

ถ้าสัมภาระของอดีตมันหนักนัก ขอให้ระลึกได้ว่าไม่มีใครใช้ให้เราแบกมันไว้ซะหน่อย

แต่ละวันคือโอกาสที่จะเริ่มใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่

เช้าวันนี้อย่าลืมเคลียร์กระเป๋า

จะได้เดินเหินได้คล่องตัวครับ

จะเลือกทางไหนดี

20180215_whichway

มีหลายคนเคยมาถามผมว่า ตอนนี้เหมือนยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่แน่ใจว่าชีวิตควรจะเลือกทางไหน และจะรู้ได้อย่างไรว่าทางที่กำลังจะเลือกเดินคือทางที่ถูกต้อง

ผมก็มักจะตอบไปว่า ชีวิตไม่ใช่ข้อสอบปรนัย คำตอบที่ถูกต้องไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว

เลือกข้อ A ก็ถูกในแบบ A เลือกข้อ B ก็ถูกในแบบ B

และถ้าเลือก B แล้วเราไม่ชอบ หลายครั้งเราก็ยังกลับไปเลือก A ได้ แม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วการที่ได้เรียนรู้ว่าเราไม่ชอบ B ก็น่าจะช่วยประหยัดเวลาในอนาคตได้ไม่น้อย

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าการตัดสินใจจะถูกต้องหรือไม่ 50% ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกทางไหน แต่อีก 50% ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราทำอะไรหลังจากตัดสินใจไปแล้วด้วย

เพราะการตัดสินใจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่เราทำทุกวันหลังจากนั้นต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จครับ

ถูกทุกอย่างก็ยังแพ้ได้

20180214_nomistakes

“It is possible to commit no mistakes and still lose. That is not a weakness; that is life”
-Jean-Luc Picard

ออกกำลังกาย กินดี นอนเต็มที่ ก็ยังป่วยได้อยู่ดี

ทำดีกับเขาทุกอย่าง แต่เขาก็ยังไม่รักเราอยู่ดี

มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา แต่อาจไม่ได้โบนัสอยู่ดี

เพราะชีวิตมีปัจจัยมากมายเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้ทั้งหมด

ดังนั้น ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวัง

เพราะแม้เราจะไม่สามารถกะเกณฑ์อะไรได้ แต่เราเพิ่มความน่าจะเป็นได้

ถ้าทำเหตุให้ดี โอกาสที่ผลจะออกมาดีย่อมสูงตาม

และแม้จะทำเหตุไว้ดีแล้ว แต่ผลไม่ได้เป็นไปตามหวัง ก็แค่หัวเราะให้กับความไม่แน่นอนของชีวิต และเริ่มต้นใหม่เท่านั้นเอง

โลกนี้มันช่างสับสนวุ่นวาย

20180213_chaos

หรือเราเองต่างหากที่สับสนวุ่นวาย

เพราะไม่มีใครอยู่ในโลกโดยปราศจากการปรุงแต่ง (ถ้าจะมีข้อยกเว้นก็คงเป็นพระอรหันต์)

ดังนั้น “โลก” ที่เราอยู่ จึงไม่ใช่โลกอย่างที่มันเป็น แต่เป็นโลกที่เราให้ความหมายกับมัน

สำหรับคนที่เสพข่าวการเมืองทุกวัน โลกย่อมเต็มไปด้วยคนใหญ่คนโตที่น่ารังเกียจ

สำหรับคนที่ชอบเมาธ์เรื่องใต้เตียงดารา โลกย่อมมีกลิ่นคาวๆ และเรื่องราวดราม่า

สำหรับคนที่ชีวิตมีแต่งาน โลกก็จะเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน

ดังนั้น ถ้าไม่ชอบความรู้สึกที่ตัวเองประสบอยู่ ก็อย่าเพิ่งไปโทษโลก เพราะโลกไม่ได้ผิด

ดังคำพระท่านสอนว่า ทุกอย่างมันถูกของมันอยู่แล้ว คนเดียวที่ผิดคือเราเอง

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี

เพราะนั่นหมายความว่า เราสามารถรู้สึกดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องรอหรือร้องขอให้โลกเปลี่ยน

แค่ปรับมุมมองและความคาดหวังที่เรามี โลกก็น่าอยู่ขึ้นมากมายแล้ว

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ กล้าที่จะถูกเกลียด โดย คิชิมิ อิชิโร & โคะกะ ฟุมิทะเกะ

ทัพพีไม่รู้รสแกง

20180212_ladle

สมัยผมทำงานอยู่ที่ตึกอื้อจื่อเหลียง จะมีร้านหนังสือนายอินทร์ร้านเล็กๆ ที่ผมมักจะแวะไปตอนพักเที่ยง

วันหนึ่งก็ไปเจอหนังสือชื่อ “ทัพพีไม่รู้รสแกง“*  ซึ่งเป็นการ์ตูนภาพสี่สีเกี่ยวกับเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า

สุดท้ายแล้ว ถึงผมจะไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มา แต่ชื่อปกหนังสือก็ติดหัวผมมาจนทุกวันนี้

ทัพพีไม่รู้รสแกง หมายถึงการที่ทัพพีไม่มีทางรู้รสชาติแกง แม้ว่าจะโดนจุ่มลงไปในน้ำแกงกี่สิบกี่ร้อยครั้ง

ในบริบทของหนังสือ มันหมายถึงคนพาลที่แม้จะได้นั่งใกล้บัณฑิตตลอดชีวิต เขาก็ย่อมไม่รู้แจ้งธรรม

แต่ทัพพีไม่รู้รสแกงนั้นมีอยู่ในทุกที่

สามีที่ไม่เห็นคุณค่าของภรรยา

ลูกที่ลืมนึกถึงพ่อแม่

คนทำงานที่มองไม่เห็นว่าบริษัทที่คุณทำอยู่มันเจ๋งแค่ไหน

ลูกน้องที่ได้ทำงานกับเจ้านายที่เก่งมาก แต่กลับไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาตัวเอง

หรือแม้กระทั่งองค์กรที่มีคนเก่งๆ อยู่ในมือ แต่กลับใช้คนไม่เป็น

ทัพพีไม่รู้รสแกง ก็เหมือนนกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ

ใกล้กันเสียจนเราลืมมองเห็นคุณค่า

และเสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปมากมายครับ


* หนังสือ ทัพพีไม่รู้รสแกง เขียนโดยชัยวุฒิ สุทธิบุตร,สมชาย สุริยาสถาพร,ศิวชัย เดชะ,ภาษิต จันทรสมาน, และวลัยนุช ปานะรังษี

เวลาสุขเราสุขคล้ายๆ กัน

20180206_happysimilar

แต่เวลาทุกข์เราต่างทุกข์ในรูปแบบของตัวเอง

All happy families resemble one another, each unhappy family is unhappy in its own way.
-Leo Tolstoy

ภาพแห่งความสุขนั้นเราคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว

ได้ทำงานสำเร็จ

ได้กินของอร่อยๆ

ได้ใช้เวลากับเพื่อนสนิทหรือคนรู้ใจ

ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่เรารัก

อาจเป็นเพราะว่าความสุขมันเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน มันก็เลยซ้ำๆ

ในขณะที่ความทุกข์ดูจะซับซ้อนกว่ามาก ความทุกข์จึงหลากหลายกว่าความสุข และแต่ละคนจึงมีความทุกข์ในแง่มุมที่เราอาจไม่เคยสัมผัส

บางคนอาจรวยสุดๆ แต่ก็ทุกข์เรื่องลูกไม่เอาไหน

บางคนอาจมีอำนาจมหาศาล แต่ก็ต้องระแวงตลอดเวลาว่าจะสูญเสียมันไปเมื่อไหร่

บางคนอาจงามดุจนางฟ้า แต่กลับผิดหวังเรื่องหัวใจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

บางคนหน้าตาดี แฟนดี ฐานะดี แต่กลับทุกข์ใจที่ไม่มีลูก

แต่ละคนล้วนมีความทุกข์ในแบบฉบับตัวเองทั้งนั้น

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องอิจฉาใครเลย

เพราะแม้ว่าเขาจะดูเหนือกว่าเราทุกอย่าง แต่เชื่อเถอะว่าในบางแง่มุมเขาก็ทุกข์กว่าเราอย่างนึกไม่ถึงเลยทีเดียว

เมื่อปวดฉี่กลางดึก

20180204_midnight

หลายคนไม่ได้ลุกมาเข้าห้องน้ำด้วยหลากหลายเหตุผล

เพราะแอร์เย็น เพราะง่วง เพราะขี้เกียจ ฯลฯ

เราก็เลยยอมทนนอนปวดฉี่ต่อไป แล้วภาวนาให้ตัวเองผลอยหลับไปจะได้ไม่ปวด

แต่หลายครั้งกลับนอนไม่หลับ เราจึงได้แต่นอนปวดหน่วงๆ กระสับกระส่ายกับอาการปวดไปอีก เป็นชั่วโมงนึง

จนสุดท้ายทนไม่ได้ เลยต้องลุกมาเข้าห้องน้ำอยู่ดี

จะดีกว่ารึเปล่าที่จะลุกมาเข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวดฉี่?

ปวดปุ๊ป เข้าห้องน้ำปั๊ป  ทำภารกิจเสร็จสิ้นก็ตัวเบาหลับสบาย

ตอนกลางวันก็ไม่ต่างกัน

เรามักจะเจอปัญหาที่คล้ายๆ กับการปวดฉี่กลางดึกนี่แหละ คือเป็นปัญหาเล็กๆ ที่จะแก้เลยก็ได้ แต่ขี้เกียจแก้เพราะยังไม่มีอารมณ์ ก็เลยทนกับมันต่อไปเพียงเพราะว่าทนได้

จะดีกว่าไหม ที่เมื่อไหร่ก็ตามที่เจอปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เราจะลงมือแก้ไขมันทันที

ก้าวข้ามความขี้เกียจและจัดการมันให้เรียบร้อย

จะได้ตัวเบา และจะได้ไม่ต้องมานั่งกระสับกระส่ายโดยใช่เหตุครับ

ยากกว่ากิโลแรก

20180204_harderthanfirstkm

เมื่อวันพฤหัสฯ ผมเขียนไปว่า กิโลแรกยากที่สุด เพราะการออกวิ่งแรกๆ นั้นมันจะหนืดๆ เสมอ แต่พอผ่านกิโลแรกไปได้ อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น

แต่มีอีกประเด็นนึงที่ผมไม่ได้พูดถึง นั่นคือสิ่งที่ยากกว่ากิโลแรก

บางคนอาจเดาว่า กิโลสุดท้าย ซึ่งผมก็ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะตอนที่วิ่งฮาล์ฟมาราธอน ก็จำได้ว่ากิโลสุดท้ายนี่มันเหนื่อยจริงๆ

แต่มันก็ยังมีสิ่งที่ยากกว่ากิโลสุดท้ายอยู่ด้วยเช่นกัน

เพราะไม่ว่าจะวิ่งกิโลไหน สิ่งที่ต้องทำมันก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ก็แค่ต้องก้าวเท้าซ้าย-ก้าวเท้าขวาสลับกันไปเรื่อยๆ ถ้าวิ่งไม่ไหวก็เปลี่ยนเป็นเดินแทนได้

ที่ซับซ้อนและยุ่งยากกว่า คือก่อนที่เราจะวิ่งต่างหาก

ซับซ้อนเพราะเรามักจะติดงาน ติดมือถือ ติดซีรี่ส์ รวมถึงติดข้ออ้างต่างๆ นานาที่เราจะสรรหามาบอกตัวเองว่า ทำไมวันนี้เราถึงไม่ควรวิ่ง/ไม่พร้อมที่จะวิ่ง

เราจึงต้องใช้แรงใจมหาศาลที่จะวางมือถือ ปิดคอม ปิดทีวี และผลักข้ออ้างต่างๆ นาๆ ออกจากหัวสมอง เพื่อเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและรองเท้าผ้าใบ

เมื่อเราเปลี่ยนชุดและพาตัวเองออกมาหน้าบ้านแล้ว ที่เหลือก็ง่ายดายและตรงไปตรงมา

ดังนั้น จะเป็นนักวิ่งได้สำเร็จหรือไม่สำเร็จ อาจไม่ได้วัดกันตอนที่วิ่ง แต่วัดกัน ณ วินาทีที่ตัดสินใจว่าวันนี้จะวิ่งหรือไม่วิ่ง

กับเรื่องอื่นๆ ในชีวิตก็เช่นกัน