ขอบคุณความไม่แน่นอน

20190418_uncertainty

วันนี้สุขภาพดี พรุ่งนี้อาจป่วยก็ได้

วันนี้รักกันอยู่ดีๆ พรุ่งนี้อาจเลิกกันก็ได้

วันนี้เห็นหน้ากันอยู่ดีๆ พรุ่งนี้อาจไม่ได้เจอกันแล้วก็ได้

เวลาเราคิดถึงความไม่แน่นอน เรามักจะคิดถึงมันในแง่ร้ายก่อน

แต่ความไม่แน่นอนก็มีแง่บวกด้วยเช่นกัน

ปีนี้เงินเดือน 20,000 ปีหน้าอาจเงินเดือน 30,000 ก็ได้

ขายขนมโตเกียวอยู่ดีๆ อาจมีเว็บเอาไปเขียนถึงจนโด่งดังก็ได้

อยู่เป็นโสดมานานจนถอดใจ วันนี้อาจได้เจอคนที่ใช่ก็ได้

ถ้าโลกนี้มีแต่ความแน่นอน ชีวิตย่อมไม่แย่ลง แต่ก็ไม่มีโอกาสดีขึ้นเช่นกัน

เราจึงควรขอบคุณความไม่แน่นอน

หนึ่ง เพราะมันทำให้เราไม่ประมาท

และสอง เพราะมันทำให้เรามีความหวังครับ

เมื่อคำว่าต้องมันเยอะเกินไป

20190415_toomuchmust

เราก็ไม่ต่างอะไรกับทาส

แน่นอนว่าคนเรามีหน้าที่ โดยเฉพาะการทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองและคนที่เรารัก

แต่นอกเหนือจากหน้าที่แล้ว บางทีทุนนิยมก็ผลักไสให้เราใส่สิ่งที่ต้องทำเข้ามาอีกมากมายในชีวิต

มือถือที่ต้องมี ซีรี่ส์เน็ตฟลิกซ์ที่ต้องดู ข่าวดาราที่ต้องรู้

เราก็เลยไม่เคยมีเวลาพอ-ไม่เคยมีเงินพอเสียที

หากรู้สึกว่าชีวิตเริ่มเหนื่อยเกินไป เราควรกลับมาสำรวจบรรดาสิ่งที่เรา “ต้องทำ” ว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องทำจริงรึเปล่า มันเป็น needs หรือมันเป็น wants กันแน่

เมื่อตัดสิ่งพะรุงพะรังออกจากชีวิตส่วนตัวได้แล้ว ก็สมควรสำรวจสิ่งพะรุงพะรังในที่ทำงานด้วย

ประชุมที่ต้องเข้า รายงานที่ต้องเขียน ไฟล์ที่ต้องตรวจ ลองถามว่าถ้าลองหยุดทำ ลดความถี่ หรือมอบหมายให้คนอื่นช่วยจะได้มั้ย เพราะงานมีเป็นอนันต์ แต่ชีวิตคนมีจำกัด

อย่าปล่อยให้คำว่าต้องเข้ามาอยู่ในชีวิตมากเกินไปครับ

อย่าลืมว่าเราเริ่มใหม่ได้เสมอ

20190415_alwaysstart

ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปีใหม่หรือวันเกิด

เมื่อได้นอนเต็มที่ เมื่อได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก เมื่อได้ทำสิ่งที่เป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต เราก็จะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า “วันนี้เราจะทำอะไรก็ได้”

นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะหยิบความฝันบางอย่างขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง

อาจเป็นการเริ่มทำธุรกิจ

หรือวิ่งมาราธอน

หรือวางแผนเดินทางต่างเมือง

หรือเดินทางภายใน

หลายเรื่องเราอาจเคยคิดหรือแม้กระทั่งลงมือทำ แต่สุดท้ายก็ทิ้งมันไว้กลางทางด้วยเหตุผลและข้อจำกัดนานัปการ

การบรรลุเป้าหมายนั้นต้องใช้เวลา อาจเป็นเดือน เป็นปี หรือกระทั่งทั้งชีวิต

แต่การเริ่มต้นไม่ต้องใช้เวลา ทำได้เดี๋ยวนี้ นาทีนี้เลย

ถ้าวันนี้มีความรู้สึกว่า “จะทำอะไรก็ได้” จะลองดูซักตั้งก็ไม่เสียหายนะครับ

วันที่ดีคือวันที่มีความมุ่งหมาย

20190414_intentional

“ความมุ่งหมาย” ไม่ใช่ “เป้าหมาย”

แม้จะดูคล้าย แต่ไม่เหมือนกัน

เป้าหมายคืออะไรที่ตั้งไว้แล้วต้องไปให้ถึง ถ้าไม่ถึงเราก็จะผิดหวัง

ส่วนความมุ่งหมายนั้นมีความปล่อยวางอยู่ในที อาจไม่ชัดเท่ากับเป้าหมาย แต่ก็เปิดกว้างในความเป็นไปได้

ถ้าเป้าหมายคือดอยสุเทพ ความมุ่งหมายก็เปรียบได้กับการขึ้นเหนือ

เป้าหมายคือปลายทาง ความมุ่งหมายเป็นทิศทาง

จะให้ตื่นมาแล้ววิ่งตามเป้าหมายทุกวันก็ดูจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวแบบนี้

แต่เราสามารถใช้ชีวิตแต่ละวันโดยมีความมุ่งหมายได้

ไม่จำเป็นต้องทำอะไร “สำเร็จ” ซักอย่างเดียวก็ได้

แค่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีทิศทาง ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำให้วันนี้เป็นวันดีๆ ครับ

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้

20190409_cantchangethepast

แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้

ถ้าเรากำลังไร้ความสุขกับปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ว่าเรากำลังจมอยู่กับอดีตมากเกินไป

อดีตดีๆ ที่จบไปแล้ว เราก็ฟูมฟายอยากให้มันเกิดขึ้นอีก

ส่วนอดีตที่เลวร้าย ก็เป็นแพะให้เราโยนบาปให้ว่ามันทำให้ปัจจุบันของเราย่ำแย่

แต่จุดประสงค์ของอดีตที่เลวร้ายไม่ใช่เพื่อให้เราไม่มีความสุขในวันนี้

อดีตอันเจ็บปวดมีไว้เพื่อทำให้เราฉลาดขึ้น แข็งแรงขึ้น มีสติมากขึ้น – what doesn’t kill you makes you stronger.

เมื่อวานผ่านพ้นไปแล้ว วันนี้เรายังมีลมหายใจ และหัวใจที่โตขึ้นและดวงตาคู่ใหม่

เราไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราเปลี่ยนความหมายที่เราให้กับอดีตได้เสมอ

อย่าปล่อยให้ปัจจุบันตกเป็นตัวประกันของอดีตอยู่เลย

อ่านหนังสือคืนก่อนสอบ

20190402_cramming

เชื่อว่าทุกคนเคยผ่านประสบการณ์อ่านหนังสือคืนก่อนสอบมาแล้วทั้งนั้น

บางวิชาเราเกือบไม่รู้เรื่องเลย อาจจะเพราะความยากของเนื้อหาหรือความขี้เกียจตลอดเทอมของเราเอง

เราจึงจำเป็นต้องงัดกระบวนท่าอ่านหนังสือคืนก่อนสอบเพื่อเอาตัวรอด

ดูโน๊ตของเพื่อน ทำข้อสอบเก่า ให้เพื่อนติวให้ และอะไรต่อมิอะไรที่จะยัดความรู้ลงสมองให้มากที่สุดเพื่อให้เราทำข้อสอบได้เยอะที่สุดในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

เมื่อลองยุทธศาสตร์นี้แล้วเวิร์ค เราก็เลยติดมาใช้ตอนทำงานด้วย

ปั่นสไลด์คืนวันก่อนพรีเซนต์ เผางานก่อนวันส่งมอบ เร่งปิดยอดก่อนสิ้นเดือน

ซึ่งก็ช่วยให้เรารอดตัวมาได้หลายครั้งหลายคราเช่นกัน

สิ่งที่ต้องระวังก็คือเราต้องไม่เผลอใช้วิธีนี้กับสิ่งที่เราเร่งรัดไม่ได้

พรุ่งนี้อยากเก็บมะม่วง แต่เพิ่งมาปลูกมะม่วงเอาคืนนี้ ต่อให้เราใช้มะม่วงพันธุ์โตเร็วแค่ไหน ใช้ปุ๋ยสูตรพิเศษยังไง รดน้ำไปกี่แกลลอน บนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์กี่องค์ พรุ่งนี้ก็คงไม่มีต้นมะม่วงโผล่ขึ้นมาให้เห็น

ต้นมะม่วงที่ว่าอาจจะเป็นการคบหาดูใจคนที่จะกลายมาเป็นคู่ชีวิต การสร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจที่เราสร้างมากับมือ หรือการเตรียมความพร้อมลูกของเราสำหรับการเผชิญโลกกว้าง

การปลูกมะม่วงต้องทำตั้งแต่เนิ่นๆ ทำอย่างไม่เร่งรัด ทำอย่างระมัดระวัง

เราถึงจะมีมะม่วงอร่อยๆ ให้กินกันครับ


Writing Workshop รุ่นที่ 3 เรียนวันเสาร์ที่ 20 เมษายน มีคนสมัครเต็มแล้วนะครับ ขอบคุณทุกๆ ท่านที่สนใจครับ จะเปิดคลาสอีกทีประมาณเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมครับ

โน๊ตดนตรียังต้องมีตัวหยุด

20190328_rest

หนึ่งในเทคนิคการทำงานที่มีประสิทธิผลที่สุด คือเทคนิคที่เรียกว่า pomodoro

หลักการคือทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที

ตอนทำงาน 25 นาที ก็ทำให้เต็มที่ เหมือนวิ่ง 100 เมตรที่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจ

แต่เมื่อทำครบ 25 นาทีแล้ว ให้ไปพัก 5 นาที

งาน 25 พัก 5 งาน 25 พัก 5 สลับกันไปเรื่อยๆ ทำได้ซัก 4 รอบแล้วค่อยพักยาวๆ

ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราทำงานอย่างมีโฟกัสและรักษาแรงไว้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่หมดก๊อกไปเสียก่อน

—–

ใครที่เคยเห็นโน๊ตเพลงตามรูปด้านบน น่าจะพอคุ้นเคยกับกุญแจซอล ขีดห้าเส้น และตัวโน๊ตสีดำๆ ขาวๆ ที่แซมอยู่บนบรรทัดเหล่านั้น

ตัวดำๆ ขาวๆ แต่ละตัวจะบอกว่าโน๊ตที่ต้องเล่นมีอะไรบ้าง โด เร มี อะไรก็ว่ากันไป

แต่สิ่งที่คนที่ไม่ได้เรียนดนตรีอาจไม่รู้ก็คือนอกจากตัวโน๊ตที่บอกว่าต้องเล่นอะไร มันยังมี “ตัวหยุด” (rest) ที่บอกว่าต้องหยุดเล่นเมื่อไหร่ และหยุดนานแค่ไหนด้วย

ตรงไหนมีตัวหยุด ตรงนั้นไม่มีเสียงดนตรี

เป็นความเงียบ เป็นช่องว่าง เป็นพื้นที่ให้หายใจ

ตัวหยุดเหมือนเป็นพระรอง แม้เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันก็ทำให้ตัวโน๊ตซึ่งเป็นพระเอกโดดเด่นขึ้น

—–

เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้ดูหนังชื่อ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ที่กำกับโดยหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) นำแสดงโดยคุณบี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ คุณอนันดา เอเวอริ่งแฮม และคุณพลอย เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์

คุณบี๋เล่นเป็น “พะโป้” มหาเศรษฐีหม้ายชาวพม่าผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้านายชั้นสูง

คุณอนันดาเล่นเป็น “ส่างหม่อง” หลานของพะโป้

คุณพลอยเล่นเป็น “ยุพดี” ภรรยาใหม่ของพะโป้

ส่างหม่องกับยุพดีลอบเป็นชู้กัน พะโป้จับได้จึงลงโทษด้วยการล่ามโซ่ข้อมือให้ส่างหม่องกับยุพดีตัวติดกัน

ตอนแรกส่างหม่องกับยุพดีก็ดีใจ นึกว่าจะโดนลงโทษหนัก กลับกลายเป็นว่าได้อยู่กันใกล้ชิดกว่าเดิม ไม่ต้องลักๆ ลอบๆ อีกต่อไป

แต่เมื่อต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ความรำคาญก็เริ่มตามมา เพราะแต่ละคนมีพื้นเพไม่เหมือนกัน วิถีชีวิตไม่เหมือนกัน รสนิยมไม่เหมือนกัน จึงเริ่มมีปากมีเสียงและทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อยๆ

แม้กระทั่งตอนที่ยุพดีเสียชีวิตแล้ว พะโป้ก็ยังไม่ยินยอมให้ส่างหม่องถอดกุญแจมือ เรื่องราวตอนจบจึงกลายเป็นโศกนาฎกรรม

—–

เมื่อมองไปรอบๆ ตัว เรามักจะเห็นสรรพสิ่ง

สิ่งที่เรามองแต่มักไม่เห็นก็คือพื้นที่ว่าง

เรามองเห็นหน้าจอมือถือ แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับมือถือ

เรามองเห็นต้นไม้ แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับต้นไม้

เรามองเห็นดวงดาว แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับดวงดาว

พื้นที่ว่างมีอยู่ในทุกภาคส่วนของชีวิต และเป็นสิ่งที่จำเป็นกว่าที่คิด เพราะถ้าจักรวาลนี้ไม่มีพื้นที่ว่าง เราก็คงไม่อาจมองเห็นและไม่อาจทำอะไรได้เลย

เมื่อพื้นที่ว่างคือองค์ประกอบสำคัญ เราจึงไม่ควรละเลยที่จะมีพื้นที่ว่างให้ชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเล่นดนตรี หรือความสัมพันธ์

ถ้าทำงานโดยไม่พัก สุดท้ายก็หมดแรง

ถ้าเล่นดนตรีโดยไม่มีโน๊ตหยุด เพลงนี้อาจไม่เพราะเท่าที่ควร

และถ้ามีความสัมพันธ์โดยไม่มีพื้นที่ว่างให้กัน หนังเรื่องนี้ก็อาจไม่มี happy ending ครับ

—–

ป.ล. ผมกำลังจะเปิด Writing Workshop รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 20 เมษายนนี้ ติดตามข่าวได้ทางเพจ Anontawong’s Musings นะครับ

ถ้าไม่อาจฉลองความสำเร็จ

20190326_celebrate

ให้ฉลองการกระทำ

หลายครั้งที่ลงแรงไปมากมาย แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่มุ่งหวัง

ผลลัพธ์ก็คือผลลัพธ์ ให้จมจ่อมยังไงก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

แต่อย่างน้อยถ้ารู้ตัวว่าเราทำเต็มที่แล้ว และสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามที่ควรจะเป็นแล้ว ก็อย่าลืมตบไหล่ให้กำลังใจตัวเองบ้าง

เพราะความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

ในเวลาที่ฟ้ายังไม่เปิด ดีที่สุดคือหยุดพักให้หายเหนื่อย แล้วค่อยเริ่มใหม่อีกครั้งเท่านั้นเอง

เดินเข้าหาสิ่งที่เราไม่รู้จัก

20190326_getcloser.png

เพราะอะไรที่เราไม่รู้จัก เรามักจะกลัวไปก่อน

พอเริ่มต้นด้วยความกลัว ความเกลียดชังและอคติก็จะตามมา ซึ่งหนึ่งทำให้สูญเสียพลังงาน สองทำให้เสียโอกาส

ถ้าเจอคนพูดจาไม่เข้าหู ก็ควรถามว่าไม่เข้าหูอย่างไร เพราะมันขัดกับความเชื่อที่เรามีใช่มั้ย แล้วความเชื่อที่เรายึดมั่นนั้นมาจากไหน และแน่ใจได้อย่างไรว่าเราถูก

ถ้าเจอไอเดียธุรกิจที่ไม่เข้าท่า ขอให้ระลึกได้ว่าไอเดียธุรกิจที่มันพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ไม่เข้าท่ามาก่อน เพราะถ้ามันเข้าท่ามันคงมีคนทำมานานแล้ว

ถ้าเจอคนมีความเห็นทางการเมืองต่างกับเราอย่างสุดขั้ว ลองสวมบทบาทนักโต้วาทีฝ่ายค้าน มองให้เห็นว่าหากต้องสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม เราจะนำเสนออย่างไร

ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว มีแต่เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเท่านั้นเอง

“Nothing in life is to be feared. It is only to be understood.”
-Marie Curie

รักตัวเองให้ดูแลคนอื่น

20190324_loveoneself

รักคนอื่นให้ดูแลตัวเอง

เพราะคนที่รักตัวเองมักจะลืมดูแลคนอื่น และคนที่รักคนอื่นมักลืมดูแลตัวเอง

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเชื่อมโยงกันหมด ถ้าไม่ดูแลหนึ่งให้ดี เราก็ไม่สามารถดูแลร้อยให้ดีได้ และถ้าเราทำร้ายร้อย หนึ่งของเราก็ย่อมบอบช้ำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

หากอยากให้คนรอบข้างมีความสุข ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะดูแลตัวเองให้ดี ยกตัวเองอย่างเช่นหัวหน้าทีมที่อยากให้ทีมงานมีความสุข เขาย่อมจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ กินของที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและพลังงานบวกมาส่งต่อให้คนในทีมได้

ถ้าเราอยากให้ตัวเองมีความสุข เราก็ต้องดูแลคนรอบข้างให้ดี ยกตัวอย่างหัวหน้าทีมคนเดิมที่กลางวันหมั่นโทร.ไปหาภรรยา ตกดึกช่วยเลี้ยงลูก วันหยุดพาไปทานข้าว คอยรดน้ำพรวนดินให้กับความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ต้นรักก็จะแข็งแรงไม่สั่นคลอน ภรรยาไม่โทร.จิกโทร.ตาม หัวหน้าจึงทำงานได้อย่างเต็มที่

หนึ่งคือร้อยร้อยคือหนึ่ง

รักตัวเองให้ดูแลคนอื่น รักคนอื่นให้ดูแลตัวเองครับ

—–

รับบทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings: bit.ly/tgimline