นิทานภรรยาผู้ซื่อสัตย์

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

รถคันหนึ่งถูกตำรวจจราจรเรียกให้หยุด

ตำรวจ: เมื่อกี้คุณขับรถความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในโซนที่ห้ามขับเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงครับ

สามี: เปล่านะครับผู้หมวด ผมขับแค่ 90 เอง

ภรรยา: ทอมมี่ เมื่อกี้คุณเหยียบ 120 จริงๆ

(สามีมองภรรยาตาขวาง)

ตำรวจ: ผมจะให้ใบสั่งคุณที่ไฟท้ายรถไม่ทำงานด้วย

สามี: ไฟท้ายไม่ทำงาน!? ผมไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลยครับผู้หมวด

ภรรยา: แหมทอมมี่ คุณรู้เรื่องนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว

(สามีมองภรรยาตาขวาง)

ตำรวจ: แล้วผมก็จะปรับคุณที่ไม่คาดเข็มขัดด้วย

สามี: ผมเพิ่งถอดเข็มขัดตอนจอดรถคุยกับผู้หมวดนี่เองครับ

ภรรยา: คุณไม่เคยคาดเข็มขัดซักหน่อย

สามี: นี่เธอ! หุบปากได้แล้ว!

ตำรวจ: คุณผู้หญิงครับ สามีคุณพูดจาแบบนี้กับคุณเป็นปกติรึเปล่าครับ?

ภรรยา: อ๋อไม่หรอกค่ะ เฉพาะตอนที่เค้าเมาเท่านั้นแหละ


ขอบคุณนิทานจาก Quora: Rebecca’s post in Jokes, Humour & Funny stories

สิ่งไหนสำคัญกับเรามากที่สุด จงทำมันให้เป็นกิจวัตร

บางทีเราก็ลืมความจริงข้อนี้ไปเหมือนเป็นเส้นผมบังภูเขา

คนสำคัญ สิ่งสำคัญ เราคิดว่ายังไงเราก็ไม่มีทางลืมอยู่แล้ว เราก็เลยไม่ได้ใส่เจตนาลงไปในการดูแลเรื่องเหล่านี้เท่าไหร่

To Do List ของเราจึงแทบไม่เคยมีเรื่องคนใกล้ตัว สุขภาพ หรือจิตใจของเราเลย ทั้งที่ถ้าขาดสิ่งนี้ไป การเป็นคน productive หรือประสบความสำเร็จก็จะกลายเป็นเรื่องไร้สาระ

ถ้าเราเห็นพ่อแม่สำคัญจริงๆ เราก็ควรโทรหา เจอหน้า หรือหาโอกาสกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ

ถ้าเราเห็นว่าสุขภาพสำคัญจริงๆ เราก็ต้องจัดเวลาออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันเป็นอย่างน้อย และนอนหลับให้เพียงพอเป็นประจำ

ถ้าเราเห็นว่าการพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ เราก็ต้องอ่านหนังสือให้มากกว่าเล่นมือถือ

และถ้าเราเห็นว่าจิตใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เราก็ควรจัดเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองทุกวัน อาจจะผ่านการเขียนไดอารี่ เดินเล่น หรือฝึกสติก็ได้

สิ่งไหนสำคัญกับเรามากที่สุด จงทำมันให้เป็นกิจวัตรครับ


ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ อะไรทำให้ชีวิตเราดีกว่าเมื่อวาน คิมจงวอน เขียน อาสยา อภิชนางกูร แปล สำนักพิมพ์อมรินทร์ฮาวทู

สิ่งที่เราต้องรู้ก่อนจะสร้างความเปลี่ยนแปลง

ในอเมริกาเคยมีการทดลองช่วยเหลือผู้ไร้บ้าน 30 คนด้วยการให้เงินเป็นรายเดือนและคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม

ช่วงแรก ทีมงานให้เงินที่มีมูลค่าคิดเป็นเงินไทยคนละ 8,000 บาท ปรากฎว่าชีวิตของคนไร้บ้านไม่ได้ดีขึ้น เพราะคนเหล่านี้เอาเงินที่ได้ไปซื้อเหล้าและบุหรี่เพิ่มขึ้นทุกเดือน กลายเป็นว่าชีวิตของเขาดิ่งเหวยิ่งกว่าเดิม

ดังนั้น ทีมวิจัยจึงเพิ่มเงินเป็น 21,000 บาทต่อเดือน เพื่อดูว่าพวกเขาจะกินเหล้าหนักขึ้นหรือสูบบุหรี่จัดขึ้นหรือไม่

คำตอบคือไม่ใช่ หลายคนตัดสินใจเลิกเหล้าเลิกบุหรี่ไปเลย!

ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากการได้ “เงินที่มากพอ” จนคนไร้บ้านเริ่มมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ พวกเขาเริ่มเก็บออมเงินจนนำไปเช่าห้องเล็กๆ และหางานทำเพื่อเริ่มต้นใหม่ให้ชีวิตตัวเอง

พลังทุกชนิดก็มีขนาดของมัน ถ้าพลังงานต่ำเกินไปก็จะเสียเปล่า แต่ถ้าพลังมากพอคนเราจะเริ่มฝันถึงการเปลี่ยนแปลงได้

อ่านถึงตรงนี้ ถ้าใครเคยเรียนฟิสิกส์ อาจนึกถึง photoelectric effect ที่ทำให้ไอน์สไตน์ได้รางวัลโนเบล

ปรากฎการณ์นี้อธิบายว่า ถ้าคุณฉายแสงลงไปบนโลหะด้วยความเข้มข้นที่มากพอก็จะทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกมาจากโลหะชิ้นนั้น

แต่ถ้าแสงของคุณมีความเข้มข้นไม่มากพอ ต่อให้ฉายแสงยาวนานแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนการให้เงินคนไร้บ้าน 8000 บาทไปเรื่อยๆ เพื่อให้พวกเขาได้กินเหล้าเมายากว่าเดิม

ถ้าเรามีญาติคนไหนหรือเพื่อนคนใดที่ต้องการความช่วยเหลือ เราต้องมองให้ออกด้วยว่าสิ่งที่เรากำลังช่วยเขานั้นมันทำให้เขาเห็นแสงสว่างหรือไม่ ไม่อย่างนั้นแล้วความช่วยเหลือของเราอาจไม่สร้างประโยชน์มากนัก เผลอๆ มันอาจจะทำให้เขาเคยตัวด้วยซ้ำ

คอนเซ็ปต์นี้มีประโยชน์สำหรับตัวเราเองด้วย

ทุกอย่างในชีวิตมีค่า threshold ของมัน ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงอะไร ช่วงแรกอาจต้องออกแรงหน่อยเพื่อให้เกิดการหลุดพ้นจากความเคยชินเดิมๆ

ทราบมั้ยครับว่า ยานอะพอลโล 11 นั้นใช้เชื้อเพลิง 90% หมดไปตั้งแต่ 9 นาทีแรกเพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก และใช้เชื้อเพลิง 10% ที่เหลือในการเดินทางอีก 103 ชั่วโมงเพื่อไปถึงดวงจันทร์และกลับลงมาสู่โลก

ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ จะพาเราวนเวียนอยู่ที่เดิม

ทำให้เต็มที่เท่านั้นจึงจะไปถึงดวงจันทร์ได้ครับ


ขอบคุณเนื้อหาเรื่องการทดลองจากหนังสือ อะไรทำให้ชีวิตเราดีกว่าเมื่อวาน คิมจงวอน เขียน อาสยา อภิชนางกูร แปล สำนักพิมพ์ อมรินทร์ฮาวทู

ความลับของปีกนก

“ปีกไม่ได้มีไว้ใช้บินอย่างเดียว แต่ปีกยังมีไว้โอบกอดไข่ที่อยู่ในรังนกอีกด้วย

ปกติเรามักจะเปรียบเทียบปีกนกกับความฝันเพื่อมอบความกล้าหาญให้ทุกคนว่าปีกของคุณจะทำให้โบยบินได้อย่างสวยงาม

แต่เมื่อได้รู้ความจริงว่าปีกยังมีไว้ใช้โอบกอดไข่ได้ด้วย ทำให้เราเปลี่ยนมุมมองอีกครั้ง

เวลาบินขึ้นฟ้า นกจะกางปีกของมัน แต่เวลาบินลง มันจะหุบปีกกอดตัวเองไว้

ใครๆ ก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ แต่มีเงื่อนไขหนึ่งคือคนที่กอดตัวเองอย่างอบอุ่นและเชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้นที่จะกางปีกบินขึ้นฟ้าได้อย่างสง่างาม”

คิมจงวอน หนังสืออะไรทำให้ชีวิตเราดีกว่าเมื่อวาน

ประโยค “ปีกของคุณจะทำให้โบยบินได้อย่างสวยงาม” นั้นชวนให้คิดต่อว่า “ปีก” ของมนุษย์นั้นคือสิ่งใด?

พรสวรรค์? ต้นทุนชีวิต? ความทะเยอะทะยาน?

สิ่งเหล่านี้ล้วนพาเราขึ้นสู่ที่สูงได้

แต่หากปีกนกไม่ได้มีไว้บินอย่างเดียว แสดงว่าเราจำเป็นต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

ความเมตตาต่อตัวเอง การเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ ความเข้าใจว่าชีวิตมีขึ้นมีลง

ขอให้ทุกคนมีปีกที่สมบูรณ์ ที่พร้อมพาเราเดินทางไกล และพร้อมพาเรา “กลับบ้าน” ครับ

17 บทเรียนชีวิตจากหนังสือเล่มล่าสุดของนิ้วกลม

  1. หากอยากเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่เสมอ ให้พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่โง่บ่อยๆ
  2. เมื่อบอกว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ เรากำลังประเมินตัวเองจาก ‘ตอนนี้’ เสมอ
  3. ความสำคัญอาจอยู่ที่ระหว่างทาง ความสำเร็จเล็กๆ ในแต่ละวัน ตอนเช้าได้ซ้อมวิ่ง รู้สึกว่าฉันชนะตัวเองแล้ว ฉะนั้น วันที่เรายืนอยู่ตรงจุดสตาร์ต จบหรือไม่จบเราไม่รู้หรอก แต่เราจะทำให้ดีที่สุด และสิ่งที่เราได้จะเป็นของแถมทั้งหมด เพราะแก่นของเรื่องมันสำเร็จไปแล้วในช่วงที่เราซ้อม
  4. การวิ่งทำให้เรามีความโลภอยากได้นั่นอยากได้นี่น้อยลง เพราะเรานับถือตัวเองได้ผ่านความสำเร็จบนเส้นทางวิ่ง
  5. ทางไกลก็คือทางใกล้ที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ระยะเวลายาวนานคือระยะเวลาสั้นๆ ต่อเข้าด้วยกัน เราเหนื่อยเพราะเราคิดถึงทั้งหมด เราหยิบอนาคตมาเหนื่อยล่วงหน้า
  6. เราจะต้องรบรากับความยากของโลกภายนอก หรือความอ่อนแอของโลกภายในกันแน่?
  7. ไม่เร็วก็ได้ ขอแค่อย่าหยุด พักบ้างก็ได้ ขอแค่อย่าเลิก
  8. เหนื่อย พักแป๊บเดียวก็หาย แต่ความทรงจำดีๆ จะอยู่ไปตลอด
  9. การหัดเผชิญหน้ากับเรื่องยากจะบ่มเพาะหัวใจที่มีคุณภาพแบบใหม่ ไม่สำออยเกินจำเป็น แล้วเรื่องที่เคยทำให้ร้องไห้จะทำอะไรเราไม่ได้เหมือนเดิม
  10. บางที เรื่องสนุกของชีวิตก็เป็นเรื่องเดียวกับที่เรากลัวที่สุดนั่นแหละ
  11. ความสำเร็จของแต่ละคนนั้นมีปัจจัยร้อยพันที่แตกต่าง เมื่อมองเหตุปัจจัยโดยละเอียดย่อมทราบว่าการเปรียบเทียบเป็นเพียงภาพลวงตาไร้สาระ ในเมื่อต้นทุนและเงื่อนไขของแต่ละคนแตกต่างกันไป
  12. ทุกสิ่งในสนามจริงคือผลลัพธ์ของสนามซ้อม ถ้าผลดีแปลว่าซ้อมมาดี ถ้าผลแย่แปลว่าซ้อมมาห่วย ไม่ต้องโทษอย่างอื่น โทษตัวเองสถานเดียว
  13. เอาแต่ครุ่นคิดย่อมกังวล เมื่อลงมือทำใจจะเบา
  14. จุดมุ่งหมายสูงส่งยิ่งเงยหน้ามองยิ่งท้อใจ สิ่งที่ควรทำคือมองต่ำเข้าไว้แล้วก้าวไปทีละขั้น ก้าวไปเรื่อยๆ สลับกับหันมองย้อนลงไป จะเห็นว่าเราขึ้นสูงมาจากเดิมไม่น้อยเลย
  15. เมื่อเราก้าวไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุด ภูเขาสูงจะค่อยๆ เตี้ยลง จุดหมายแสนไกลจะค่อยๆ ใกล้ขึ้น ทีละก้าวนั่นเองที่จะบดภูเขาเสียดฟ้าให้เตี้ยลงได้
  16. จงสม่ำเสมอแล้วผลลัพธ์จะปรากฏ ไม่มีเส้นทางไหนไกลเกินความสม่ำเสมอของเรา
  17. ตราบที่ยังพยายาม แปลว่าเรายังมีความหวังว่าจะมีพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม

ขอบคุณบทเรียนชีวิตจากหนังสือ Ultraman เส้นชัยไร้เหตุผล นิ้วกลม เขียน สำนักพิมพ์ KOOB