ลืมเป้าหมายไปซะ

20170912_forgetpurpose

เราอาจมีความสุขโดยไม่ต้องมีเป้าหมายก็ได้ การมุ่งมั่นเพื่อบรรลุเป้าหมายใดเพียงเป้าหมายหนึ่งทำให้คนล่มจมมานักต่อนักแล้ว

“Forget purpose. It’s okay to be happy without one. The quest for a single purpose has ruined many lives.”
― James Altucher, Choose Yourself

ไม่ว่าอะไรจะอยู่ในกระแสก็ตาม ให้ระลึกไว้เสมอว่ามันมีอีกทางเลือกหนึ่งเสมอ

ในวันที่สังคมบอกว่าเราต้องหา passion ของเราให้เจอ แล้วมุ่งมั่นทำ passion ให้กลายเป็นงานแล้วเราจะไม่ต้องทำงานอีกต่อไป มันก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานที่อยู่ตรงหน้าจนเก่งขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเขาก็รักงานนั้นไปเอง

ในวันที่สังคมบอกว่าเราต้องเอาเงินไปลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ และกองทุนรวม เพื่อจะได้มี passive income มันก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เอาเงินไปลงทุนกับการปลูกไม้สวนครัว ทำบ่อปลา จนมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงินมากมาย

มันไม่มีทางใดทางหนึ่งดีกว่า มีแต่ทางเลือกที่เหมาะกับเรามากกว่าเท่านั้นเอง

คนที่มีวินัยที่จะตื่นมามุ่งตามความฝันทุกวันนั้นน่าชื่นชม แต่ถ้าเรายังไม่ใช่คนแบบนั้นก็อย่าเพิ่งคิดว่าเราเป็นคนใช้ไม่ได้

ถ้าเรายังไม่เจอ passion ยังไม่เจอเป้าหมายของชีวิตก็ไม่เป็นไร ก็แค่ทำสิ่งที่เราทำได้และรู้ว่ามันดีแถมไม่ต้องออกแรงอะไรมาก เช่น

ยิ้มให้คนแปลกหน้า

โทร.หาเพื่อนที่ไม่ได้คุยกันนาน

ทำดีกับใครซักคน

อ่านหนังสือดีๆ ซักเล่ม

ดื่มน้ำซักแก้ว

เขียนสิ่งที่คิดลงกระดาษ

อยู่กับตัวเองเงียบๆ

ในความเงียบนั้น คำตอบบางอย่างอาจผุดขึ้นมา แต่ถ้ายังไม่ผุดขึ้นมาก็ไม่เห็นเป็นไร ก็แค่ใช้ชีวิตของเราต่อไป

และแม้หากมีคำตอบผุดขึ้นมา ก็อย่าปิดกั้นตัวเองจากคำตอบอันแตกต่างที่อาจผุดขึ้นมาอีกในอนาคต

สุดท้ายแล้วชีวิตอาจเป็นเพียงการละเล่น ตอนจบของเกมนั้นเหมือนกัน แล้วแต่ว่าเราจะเลือกเล่นเกมแบบไหนให้ถูกจริตเราที่สุดครับ

—-

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติดอันดับ Bestseller ของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งตรงกับผมก็ได้ครับ bit.ly/tgimannounce

แม่ทัพที่เก่งจะพาเราชนะศึก

20170911_commander

แม่ทัพที่เยี่ยมยอดจะชนะโดยไม่ต้องออกศึก

“แม่ทัพที่ชำนาญการสงคราม เอาชนะข้าศึกได้โดยมิต้องสู้รบ ยึดเมืองได้โดยมิต้องใช้กำลังเข้าตี และล้มอาณาจักรของศัตรูได้โดยมิต้องทำการรบเรื้อรัง”
-ซุนวู (ตำราพิชัยสงคราม)

ในวัยเยาว์ พวกเราเกือบทุกคนน่าจะเคยดูหนังซูเปอร์ฮีโร่

ไม่ว่าจะเป็นไอ้มดแดง อุลตร้าแมน หรือขบวนการเรนเจอร์ทั้งหลาย

เป็นฮีโร่นั้นชะมัด เพราะเขาเสี่ยงชีวิตต่อสู้กับสัตว์ประหลาดจนปกป้องโลกนับครั้งไม่ถ้วน

พอโตมา ความรู้สึกยกย่องฮีโร่นั้นนั้นก็ยังคงอยู่

เมื่อไหร่ที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติ เราจึงไม่วายที่จะมองหา “พระเอกขี่ม้าขาว” มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ และถ้ามีใครซักคนหนึ่งทำได้ คนๆ นั้นก็จะได้รับการยกย่องเชิดชู

คนจำนวนมากฝันอยากเป็นฮีโร่ แต่น้อยคนนักที่จะฝันถึงการเป็นคนธรรมดาที่ทำให้วิกฤตินั้นไม่เกิดเสียแต่แรก

การมีแม่ทัพที่เก่งจนรบชนะมาเจ็ดย่านน้ำนั้นก็อุ่นใจดี แต่จะดียิ่งกว่านี้หากมีใครช่วยคิดช่วยป้องกันไม่ให้เกิดศึกสงครามตั้งแต่แรก เพราะต่อให้แม่ทัพรบเก่งแค่ไหนก็ย่อมมีการสูญเสียไพร่พล หากไม่ต้องรบก็ย่อมไม่เกิดการสูญเสียใดๆ เลย

เหมือนที่ฝรั่งบอกว่า The best customer service is no service การดูแลลูกค้าที่ดีที่สุดคือการทำบริการหรือสินค้าของเราให้เยี่ยมยอดเสียจนไม่จำเป็นต้องมีฝ่ายบริการลูกค้า

ลองนึกถึงผลิตภัณฑ์ที่เราชื่นชม จะเห็นว่าเราไม่เคยต้องติดต่อ Call Center เลย

เช่น Swiss Knife ที่ซื้อมาเป็น 10 ปีแล้วก็ยังใช้ได้ดีอยู่ หรือเป้บางยี่ห้อที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่พังเสียที

โอกาสจะได้เป็นพระเอกขี่ม้าขาวนั้นอาจน้อยกว่าหนึ่งในล้าน

แต่เราทุกคนสามารถเป็น “วีรบุรุษนิรนาม” ได้ด้วยการคิดให้ถี่ถ้วน และทำหน้าที่ของเราให้สุดความสามารถครับ

—–

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติดอันดับ Bestseller ของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งตรงกับผมก็ได้ครับ bit.ly/tgimannounce

เปลี่ยนชีวิตด้วยคลิปหนีบกระดาษ

20170910_paperclips

เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ธนาคารในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในแคนาดาได้รับเด็กจบใหม่ชื่อ “เทรนท์” มาทำงานเป็น “โบรกเกอร์” หรือนายหน้าซื้อขายหุ้น

ด้วยความที่เทรนท์เป็นเด็กจบใหม่ แถมเมืองนั้นก็เป็นเมืองเล็ก จึงไม่ได้มีใครคาดหวังกับเทรนท์มากนัก แต่ภายในเวลาแค่ปีครึ่งพอร์ตลูกค้าที่เทรนท์ดูแลกลับมีมูลค่าถึง 165 ล้านบาท และต่อจากนั้นไม่กี่ปีก็มีบริษัทมาดึงตัวเทรนท์ไปร่วมงานโดยให้ค่าตัวถึงเดือนละ 500,000 บาท

เทคนิคที่ทำให้เทรนท์ประสบความสำเร็จในฐานะนายหน้าค้าหุ้นนั้นเรียบง่ายอย่างเหลือเชื่อ

เทรนท์อธิบายว่า ทุกเช้าที่เขามาทำงาน ที่โต๊ะเขาจะมีโถแก้วอยู่ 2 ใบ ใบหนึ่งเป็นโถเปล่า อีกใบหนึ่งเป็นโถที่มีคลิปหนีบกระดาษอยู่ 120 อัน

ทุกๆ ครั้งที่เขาโทร.หาลูกค้า 1 คน เทรนท์จะหยิบคลิปจากเหยือกหนึ่งมาใส่ไว้อีกเหยือกหนึ่ง

เป้าหมายของเขามีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือก่อนหมดวัน เขาต้องย้ายคลิปให้หมดเหยือก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาต้องโทร.หาลูกค้าให้ครบ 120 คนนั่นเอง

ด้วยเทคนิคง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เทรนท์กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงและประสบความสำเร็จในงานของเขา

ใครๆ ก็รู้ว่าการจะทำงานเซลส์ทางโทรศัพท์ให้ได้ดีนั้นต้องโทร.ให้เยอะๆ เข้าไว้ แต่จะมีใครบ้างที่จะบอกตัวเองว่าจะโทร.หาลูกค้า 120 คนทุกวันและทำได้ตามนั้นจริงๆ?

เทคนิคคลิปหนีบกระดาษทรงมีพลังตรงที่มันเป็นอะไรที่ “จับต้องได้” ทุกเช้าที่เทรนท์มาถึงที่ทำงาน โถคลิปนั้นจะเป็นตัวย้ำเตือนว่างานที่สำคัญที่สุดของเขาไม่ใช่การนั่งอ่านข่าวหรืออ่านรายงาน แต่มันคือการโทร. โทร. และ โทร.

ทุกครั้งที่เทรนท์โทร.หาลูกค้า ไม่ว่าจะขายได้หรือไม่ได้ เขาจะได้ความรู้สึกดีๆ จากการหยิบคลิปอันนึงไปหยอดใส่อีกโถหนึ่ง พอโทร.ได้ซัก 50 คน เทรนท์ก็จะได้เห็นถึง “ความก้าวหน้า” (progress) ที่โถหนึ่งเริ่มมีคลิปที่ตื้นขึ้นมาแล้ว ส่งผลให้ยิ่งมีพลังที่จะโทร.ต่อไป

ยิ่งใกล้จะหมดวัน ก็จะยิ่งเห็นว่าคลิปโดนโยกย้ายมาเกือบหมดแล้ว มันจึงเหมือนกับการ “เล่นเกม” อย่างนึง การโทรศัพท์หาลูกค้าจึงกลายเป็นเรื่องแข่งขันกับตัวเองเพื่อไปให้ถึงเส้นชัยก่อนหมดวัน

คนที่อ่านบท Anontawong’s Musings คงมีน้อยคนนักที่จะต้องโทรศัพท์หาลูกค้าวันละ 120 ราย แต่เราสามารถจะนำเทคนิคคลิปหนีบกระดาษนี้ไปใช้เพื่อปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของเราได้

เช่น

ถ้าเราอยากดื่มน้ำให้มากขึ้น เราก็อาจจะมีคลิป 8 อันอยู่ในโถ (หรือกล่อง) อันนึง พอกินน้ำหมด 1 แก้วเราก็ย้ายคลิปไปไว้อีกกล่องนึงแทน

ถ้าเราอยากวิดพื้นให้ได้วันละ 50 ครั้ง เราก็ย้ายคลิป 1 อันทุกครั้งที่เราวิดพื้นครบ 10 ที ย้ายครบ 5 อันก็ถือเป็นอันเสร็จกิจ

ถ้าเราอยากจะมีสติรู้ตัวมากขึ้น ก็อาจจะมีคลิป 10 อัน ที่เราจะได้ย้ายทุกครั้งที่เรากลับมามีสติอยู่กับตัวเอง

หรือถ้าเราอยากเป็นที่รักของคนที่ทำงานมากขึ้น เราก็อาจจะมีคลิป 5 อัน และย้ายมันทุกครั้งที่เราเอ่ยปากชมคนที่ทำงาน (อย่างจริงใจ)

ผมเคยอ่านเทคนิคนี้นานแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ลองใช้ดูซักที พรุ่งนี้ผมจะเริ่มทำเลย

แล้วคุณล่ะครับ จะลองเริ่มทำเลยรึเปล่า?

—–

ขอบคุณเนื้อหาจาก James Clear: How to Stick With Good Habits Every Day by Using the “Paper Clip Strategy”

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติดอันดับ Bestseller ของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งตรงกับผมก็ได้ครับ bit.ly/tgimannounce

BookAdvertise

อย่ารอให้มีเงิน

20170909

[ถาม]: อะไรคือสิ่งที่กำหนด ‘เซนส์และมุมมอง’ ที่คุณมีต่อสิ่งต่างๆ
[ตอบ]: พอแก่ตัว มุมมองต่อสิ่งต่างๆ มันก็เปลี่ยนไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ชีวิตคนเราตลกไม่แพ้นักแสดงตลกอย่างผมเลย ตอนไม่มีจะกิน ไม่มีแม้แต่เงินซื้อข้าว แต่พอมีเงินแล้ว จะซื้ออะไรกินก็แทบไม่ได้ เพราะหมอห้าม (หัวเราะ) อยากกินแป้ง อยากกินของมัน ก็ต้องแอบหมอกิน เวรกรรมแท้ๆ ถ้าแก่ตัวไปกว่านี้ สงสัยได้กินแต่น้ำข้าวต้ม ‘ความสุขมันไม่ใช่เรื่องของเงิน’ เมื่อก่อนผมไม่เชื่อเลยนะ ตอนนี้เชื่อแล้ว ไอ้ปัจจัยทั้งหลายแหล่มันก็เท่านั้น บ้านเอย รถเอย ทุกวันนี้ผมนั่งปิ๊กอัพไปอัดรายการก็กินข้าวกอง เอาปลาร้ามาจากบ้าน ใช้เงินวันละร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง

– หม่ำ จ๊กมก (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา)
GQ Men of The Year 2017 – Comedy King
เรื่อง – มิ่งขวัญ รัตนคช
ภาพ – ธาดา วาริช

หนังสือสอนรวยทั้งหลาย จะบอกให้เราตั้งเป้ารายได้ไว้สูงๆ เลย เช่นลองถามตัวเองว่าอยากจะมีเงินใช้เดือนละเท่าไหร่ แล้วค่อยคิดย้อนกลับไปว่าจะต้องมีทรัพย์สินอะไรบ้างเพื่อที่จะสร้างรายได้แบบ passive income โดยที่ไม่ต้องทำงาน

ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราอยากมีเงินใช้เดือนละ 50,000 บาท แสดงว่าหนึ่งปีต้องมีรายได้ 600,000 บาท สมมติว่าทั้งหมดนี้มาจากเงินปันผลล้วนๆ ก็แปลว่าเราต้องมีหุ้นมูลค่า 12 ล้านบาท และได้เงินปันผลปีละ 5%

แต่ผมว่ามันก็มีอีกหนึ่งทางเลือกที่ท้าทายไม่แพ้กัน คือเราจะออกแบบชีวิตยังไงเพื่อให้วันหนึ่งเรามีความจำเป็นต้องใช้เงินน้อยที่สุด?

สมมติว่าแก่ตัวไปเราไม่มีหนี้ เราเป็นคนไม่ฟุ้งเฟ้อ เรามีประกันสุขภาพที่ดี เรามีเงินเก็บฉุกเฉิน เราอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ที่รักกันและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราไม่ต้องเดินทางไปไหนหรือถ้าเดินทางก็ใช้เพียงจักรยาน จะเป็นไปได้มั้ยที่เราจะมีความสุขความพอใจกับชีวิตโดยใช้เงินแค่เดือนละ 5,000 บาท?

มันไม่มีคำตอบไหนผิดถูกหรอกครับ ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็น่าจะอยากมุ่งไปอย่างแรกมากกว่า เพราะสบายใจกว่า ยอมเหนื่อยยอมลำบากตอนนี้เพื่อความสุขในบั้นปลาย

แต่นั่นตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าบั้นปลายนั้นจะมาถึงนะครับ

“ทุกวันนี้ผมนั่งปิ๊กอัพไปอัดรายการก็กินข้าวกอง เอาปลาร้ามาจากบ้าน ใช้เงินวันละร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง”

ผมเชื่อว่าคุณหม่ำ จ๊กมกน่าจะมีทรัพย์สินอยู่นับร้อยล้านบาท ถ้าใช้เงินวันร้อยกว่าบาทแสดงว่าคุณหม่ำมีเงินที่จะอยู่ไปได้อีกหนึ่งล้านวันหรือ 2738 ปี

มีผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ผมเคารพบอกว่า คนเรามีชีวิตอย่างมากก็แค่ร้อยปี แต่วางแผนราวกับว่าจะอยู่กันไปอีกหมื่นปี

ถ้าคุณมุ่งจะเก็บเงินให้ได้สิบล้าน ร้อยล้าน และเป้าหมายนั้นต้องแลกมาด้วยกับความสุขหรือโอกาสที่จะได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก ก็ต้องพิจารณาให้ดีๆ

เพราะเรื่องบางเรื่องมันทำได้แค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น เก็บไปทำตอนแก่ไม่ได้

“It’s nice to have a lot of money, but you know, you don’t want to keep it around forever. I prefer buying things. Otherwise, it’s a little like saving sex for your old age.”

-Warren Buffett

ผมไม่ได้บอกว่าเราควรจะตั้งเป้าไว้ต่ำๆ หรือใช้ชีวิตอย่างประมาทนะครับ เพียงแต่จะชี้ว่าทุกอย่างที่ทำควรจะมีความพอดี และความสุขบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องรอให้รวยก่อน

ขยันนั้นดีแน่ ประหยัดนั้นดีแน่ มีเป้าหมายนั้นดีแน่ แต่อย่าจับจ้องเพียงเป้าหมายจนลืมชื่นชมดอกไม้ข้างทางเลยนะครับ

—–

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติดอันดับ Bestseller ของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งตรงกับผมก็ได้ครับ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ  bit.ly/tgimannounce

BookAdvertise

นิทานต้นไม้ของฮ่องเต้

20170908_emperor_seeds

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีองค์ฮ่องเต้ที่กำลังชราภาพและไร้รัชทายาท ท่านจึงมีดำริเฟ้นหาเด็กซักคนเพื่อจะนำมาฟูมฟักและฝึกฝนเพื่อขึ้นครองแผ่นดินในกาลถัดไป

ฮ่องเต้จึงได้ออกประกาศให้ทุกครัวเรือนส่งเด็กที่มีศักยภาพที่สุดในบ้านมารวมตัวกันที่พระราชวัง

ในวันนั้น มีเด็กนับพันคนมาเข้าเฝ้าพร้อมกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มารอชมพระบารมี

ฮ่องเต้ปรากฎตัวขึ้นบนบัลลังก์และประกาศก้องว่า

“เราจะมอบเมล็ดพันธุ์ให้เจ้าคนละ 1 เมล็ด เจ้าจงนำมันไปปลูกและดูแลมันให้ดี 8 เดือนนับจากนี้ ใครปลูกต้นไม้ของเราได้งดงามที่สุดจะได้เป็นองค์รัชทายาท”

ด้วยความตื่นเต้น เด็กๆ ต่างเข้าแถวเพื่อรับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ที่มีขนาดและสีสันแตกต่างกันไป เด็กคนสุดท้ายในแถวเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ นามไจ่ไจ๋ เมื่อรับเมล็ดจากพระหัตถ์ของฮ่องเต้แล้ว ไจ่ไจ๋ก็กำเมล็ดไว้แน่นและวิ่งกลับบ้านเพื่อนำมันไปปลูกในกระถางทันที

หลายเดือนผ่านไป เด็กๆ ต่างรดน้ำพรวนดินและดูแลเมล็ดพันธุ์จากฮ่องเต้อย่างทะนุถนอม จากเมล็ดกลายเป็นต้นอ่อน และต้นอ่อนก็เริ่มแตกกิ่งก้านและออกใบ ต้นไม้บางต้นโตเร็วจนสูงกว่าเด็กที่เป็นคนปลูกมันเสียอีก

มีเพียงไจ่ไจ๋เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรเมล็ดพันธุ์ก็ไม่แม้แต่จะแตกหน่อ ลองเปลี่ยนดินก็แล้ว ใส่ปุ๋ยครบทุกชนิดก็แล้ว แม้กระทั่งเอาน้ำนมรดไจ่ไจ๋ก็ทำมาแล้วแต่ก็ยังไม่เป็นผลอยู่ดี

เมื่อครบ 8 เดือน ไจ่ไจ๋เป็นเด็กเพียงคนเดียวที่กลับไปที่วังด้วยกระถางอันว่างเปล่า

ฮ่องเต้เดินตรวจต้นไม้ทีละต้นจนเดินมาถึงกระถางของไจ่ไจ๋ที่มีเพียงดิน เด็กน้อยก้มหน้าและพูดเบาๆ ว่า “ผมปลูกต้นไม้ของท่านไม่ขึ้นครับ” ฮ่องเต้ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่ยิ้มน้อยๆ แล้วเดินตรวจไม้ต้นอื่นๆ ต่อไป

เมื่อตรวจครบทุกต้นแล้ว ฮ่องเต้ก็ประกาศด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า

“เรามีเรื่องจะสารภาพ เมล็ดที่เรามอบให้พวกเจ้านั้นล้วนแต่โดนเผาและนำไปตกแต่งให้ดูเหมือนเป็นเมล็ดพันธุ์ปกติ ความจริงแล้วไม่ควรมีเมล็ดไหนที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ได้เลย”

ในขณะที่เด็กทุกคนกำลังหน้าเหวอ ฮ่องเต้ก็หันไปส่งยิ้มให้ไจ่ไจ๋

“เพราะเจ้าเป็นคนเดียวที่ทำตามคำสั่งของข้าโดยสัตย์ซื่อ และไม่ได้ไปหาเมล็ดพันธุ์อื่นมาปลูกแทน เจ้าจึงเหมาะสมที่สุดที่จะได้สืบทอดราชบัลลังก์”

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Natalie Subramanian’s answer to What are some examples of integrity? 

ขอบคุณคุณผู้อ่านที่อุดหนุนหนังสือเล่มแรกของผม “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” จนตอนนี้ติดอันดับ Bestseller ของซีเอ็ดครับ (https://goo.gl/e326HZ)  หากใครยังไม่ได้จับจอง ยังสามารถหาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส ศูนย์หนังสือจุฬา หรือสั่งตรงกับผมก็ได้ครับ  bit.ly/tgimannounce