วิธีดูคน

20171117_howtosee

เมื่อหนุ่มสาวจีบกันใหม่ๆ ย่อมต้องพยายามทำให้อีกฝ่ายประทับใจมากที่สุด

อาจจะด้วยการไปรับไปส่ง โทร.ไปเซย์กู๊ดไนท์ หรือมอบของขวัญในวันสำคัญ

แต่ถ้าคิดจะคบกันยาวๆ การดูแค่ว่าเขาทำดีกับเราหรือไม่นั้นอาจไม่เพียงพอ

เราต้องดูด้วยว่าเขาปฏิบัติกับคนอื่นยังไง

ถ้าเขาดีกับเรา แต่ทำตัวแย่กับคนอื่น นั่นนับเป็น “ธงแดง” (red flag) ที่ส่งสัญญาณว่าเขาอาจไม่ได้ดีอย่างที่คิด

แต่บางคนก็ไม่เห็นหรือทำเป็นมองไม่เห็นสัญญาณนั้น เพราะการที่เขาดีกับเราเพียงคนเดียวมันทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญ และเราก็อยากเป็นคนสำคัญกันทั้งนั้น

แต่เมื่อใดก็ตามที่ตกร่องปล่องชิ้นกันแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างความประทับใจกันอีกแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่จึงมีเพียงตัวตนที่แท้จริง

A person who is nice to you, but rude to the waiter, is not a nice person.
-Dave Barry

ถ้าเขาสุภาพกับเราแต่หยาบคายกับบ๋อย วันหนึ่งเขาอาจจะหยาบคายกับเราก็ได้นะครับ

นิทานตะแกรงสามชั้น

20171117_sieve

มีชายคนหนึ่งกระหืดกระหอบไปหานักปราชญ์ท่านหนึ่งแล้วพูดขึ้นมาว่า “ข้ามีข่าวจะมาบอกกับท่าน”

นักปราชญ์ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “เรื่องที่ท่านจะเล่าร่อนผ่านตะแกรงสามชั้นแล้วหรือยัง?”

ชายคนนั้นไม่เข้าใจ “ตะแกรงสามชั้น…ตะแกรงสามชั้นไหน?”

“ตะแกรงชั้นแรกคือ ความจริง ข่าวที่ท่านจะเล่าเป็นความจริงหรือเปล่า?”

“ไม่รู้เหมือนกัน ข้าฟังมาจากที่เขาเล่า”

นักปราชญ์พูดต่อว่า “ตอนนี้ท่านลองใช้ตะแกรงชั้นที่สองตรวจสอบดู ข่าวที่ท่านจะบอกข้า แม้จะไม่ใช่ความจริง แต่ก็ควรจะเป็นข่าวที่มีเจตนาดี”

ชายนั้นลังเลสักครู่แล้วพูดว่า “ไม่ ข่าวนี้มีเจตนาตรงข้ามกันเลย”

“ถ้าอย่างนั้นเราจะใช้ตะแกรงชั้นที่สาม ข้าจะถามท่านอีกครั้ง ข่าวที่ทำให้ท่านเร่งรีบอย่างนี้เป็นข่าวสำคัญหรือเปล่า?”

ชายคนนั้นรู้สึกเขินนิดๆ “ก็ไม่ได้สำคัญอะไร”

นักปราชญ์ยิ้มน้อยๆ “เรื่องที่ท่านจะเล่าให้ข้าฟัง อาจไม่ใช่เรื่องจริง ไม่ได้มีเจตนาที่ดี แล้วก็ไม่สำคัญ งั้นก็อย่าเล่าเลย ข่าวนั้นจะได้ไม่รบกวนจิตใจของท่านและข้า”

ชีวิตคู่จะราบรื่น

20171116_marriage

ถ้าสามีและภรรยาตระหนักได้ว่าจริงๆ แล้วเขาอยู่ทีมเดียวกัน

“Many marriages would be better if the husband and the wife clearly understood that they are on the same side.”
-Zig Ziglar

แก๊กที่เราคุ้นเคยกันดีในนิตยสารขายหัวเราะ คือผู้ชายไปเที่ยวจนเมา กลับบ้านมาดึกๆ แล้วเจอเมียถือสากยืนรออยู่

ชีวิตคู่หลังแต่งงานของบางคน จึงเหมือนฉากสงครามย่อมๆ ที่เปิดศึกกันทุกวัน

เพราะเราต่างเป็นคนที่อยู่ด้วยยาก การมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันวันละเป็นสิบชั่วโมงย่อมมีการกระทบกระทั่งอยู่แล้ว

คำถามคือกระทบแล้วจะลุกลาม หรือกระทบแล้วจะแสวงหาสันติ?

ในวันที่เราจดทะเบียนสมรส เรากลายเป็นคนคนเดียวกันทางกฎหมาย

และในวันที่เรารดน้ำสังข์ เราก็ได้กลายเป็นคนคนเดียวกันทางจิตวิญญาณ

การทะเลาะกันของสามีภรรยา จึงไม่ต่างอะไรกับการฟาดฟันกันของมือขวาและมือซ้าย

ไม่ว่ามือไหนชนะ เจ้าของมือก็ยังเจ็บอยู่ดี

เราพรีเซนต์ไปเพื่ออะไร

20171115_present

คนทำงานออฟฟิศจำนวนไม่น้อยน่าจะได้ดูได้ฟัง Powerpoint Presentation จากผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงานมาแล้วนับร้อยครั้ง

แต่พรีเซนต์ที่เราประทับใจ อาจมีอยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

คำถามคือ ทำไมคนส่วนใหญ่จึงพรีเซนต์ได้ไม่ดี

สมมติฐานของผม คือคนพรีเซนต์อาจลืมถามตัวเองว่า เขาพรีเซนต์ไปเพื่ออะไร

เราพรีเซนต์ไปเพื่ออะไรครับ?

ลองใช้เวลาซักนิดเพื่อลองคิดคำตอบ

.
.
.
.
.
.
.
.

เราพรีเซนต์เพื่อ…

โชว์ผลงาน

ขายของ

สอนหนังสือ

รายงานความคืบหน้า

ของบประมาณ

ขอความร่วมมือ

สร้างความบันเทิง

โน้มน้าว

เล่าเรื่องราว

สร้างแรงบันดาลใจ

ฯลฯ

เหตุผลของการพรีเซนต์ดูเหมือนจะมีมากมาย

แต่เหตุผลที่ผมชอบมากที่สุดมาจาก Seth Godin บล็อกเกอร์คนโปรดของผม ที่เคยเขียนไว้ว่า

เราพรีเซนต์เพื่อจะเปลี่ยนคนฟัง

ทวนอีกครั้งนะครับ

เราพรีเซนต์เพื่อจะเปลี่ยนคนฟัง

คีย์เวิร์ดมีสองคำ คือ “เปลี่ยน” และ “คนฟัง”

เปลี่ยนจากคนไม่รู้ ให้กลายเป็นรู้

เปลี่ยนจากศัตรู ให้กลายเป็นมิตร

เปลี่ยนจากคนไม่สนใจ ให้หันมาสนใจ

เปลี่ยนจากคนเฉยๆ ให้ตื่นเต้น

เปลี่ยนจากคนที่ไม่เชื่อ ให้กลายเป็นเชื่อ

เปลี่ยนจากคนที่ไม่คิดจะทำอะไร ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง

เหตุผลที่การพรีเซนต์ส่วนใหญ่ไม่น่าจดจำ เพราะคนพรีเซนต์ไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้ เลยไปโฟกัสกับการทำสไลด์มากเกินไป ผลก็คือหลังการพรีเซนต์จบ คนฟังก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ

ดังนั้น ถ้าอยากให้พรีเซนต์ของเราออกมาดี ก่อนจะเปิด Powerpoint ขึ้นมาทำสไลด์แรก ขอให้ตอบคำถามสำคัญที่สุดนี้ก่อนว่า

เราต้องการจะเปลี่ยนคนฟังยังไงบ้าง?

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลายคนยกย่องให้สตีฟ จ๊อบส์ เป็นนักพรีเซนต์ที่เก่งที่สุดในโลก

เพราะแต่ละครั้งที่จ๊อบส์ขึ้นพรีเซนต์ เขาเปลี่ยนคนฟังในสเกลที่ใหญ่มาก

ปี 2001 จ๊อบส์เปิดตัว iPod ซึ่งก็ทำให้คนจำนวนมากเลิกใช้เครื่องเล่น mp3 มากมายที่มีเกลื่อนตลาด

ปี 2007 จ๊อบส์เปิดตัว iPhone ซึ่งทำให้คนนับร้อยล้านคนเปลี่ยนจาก Nokia และ Blackberry มาใช้สมาร์ทโฟน

ปี 2010 จ๊อบส์เปิดตัว iPad ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราได้ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมากกว่ายุคใด

เราพรีเซนต์เพื่อจะเปลี่ยนคนฟัง

จำเหตุผลนี้ให้ขึ้นใจ แล้วเราจะทำพรีเซนต์ได้ดีขึ้นครับ

เราจะไม่แก่

20171114_notold

ตราบใดที่ความฝันยังไม่ถูกแทนที่ด้วยความเสียดาย

“A man is not old until regrets take the place of dreams.”
-John Barrymore

อะไรที่ทำให้คนอายุ 60 บางคนยังดูหนุ่มแน่น ขณะที่บางคนอายุ 40 กว่าๆ ก็ดูแก่มากแล้ว

หนึ่งอาจะเป็นเรื่องการดูแลตัวเอง กินดี พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ เขาก็จะมีร่างกายที่สมบูรณ์

สองคงเป็นเรื่องการดูแลจิตใจ ซึ่งทำได้สองวิธี ถ้าทำได้ทั้งคู่ก็น่าจะยิ่งดี คือการมีความฝันกับมีธรรมะในจิตใจ

ความฝันอาจจะไม่ต้องยิ่งใหญ่อะไร ขอแค่เพียงมันช่วยให้เรามุ่งหวังถึงวันข้างหน้าที่ดีกว่า ก็เพียงพอที่จะเป็นแรงขับให้เราลุกขึ้นมาจากเตียงทุกเช้า เพราะเรารู้แล้วว่าเราจะทำไปเพื่ออะไร

และถ้าความฝันทำให้เราลงมือทำ ธรรมะจะเป็นตัวบอกว่าเมื่อไหร่ควรจะหยุด และเมื่อไหร่ควรจะพอครับ