วิธีดูว่าใครมั่นใจตัวเองสุดๆ

จอนกับไมค์นั่งติดกันในห้องเล็คเชอร์

อาจารย์ผู้ช่วยเอาข้อสอบที่ตรวจแล้วมาแจกคืน

ไมค์ถามจอน “ได้คะแนนเท่าไหร่อ่ะ?”

จอนชำเลืองดูคะแนนแล้วตอบ “90%”

ไมค์เกทับทันที “กูได้ 92% ว่ะ!”


ในบาร์แห่งหนึ่ง มีคนเข้ามาหลีแฟนของไมค์ ไมค์ลุกขึ้นมาเผชิญหน้าและแสดงความไม่พอใจ ไมค์รู้ว่าแฟนคงไม่คิดอะไรแต่ไมค์รู้สึกว่าจะปล่อยให้มาหยามกันอย่างนี้ไม่ได้

ในบาร์อีกแห่งหนึ่ง มีคนเข้ามาหลีแฟนของจอน จอนไม่ได้ว่าอะไร ยังคงจิบเครื่องดื่มและเพลินไปกับเสียงเพลง พอดึกแล้วก็พาแฟนกลับบ้าน


มีคนมาบอกไมค์ว่าปีหน้าจะเรียนจบพยาบาล ไมค์ตอบว่า “เก่งนี่ อาจจะได้เจอกันนะ เพราะผมจบหมอ”

มีคนมาบอกจอนว่าปีหน้าจะเรียนจบพยาบาล จอนตอบว่า “ยินดีด้วย ผมมั่นใจว่าคุณไปได้สวยแน่นอน” จอนก็จบหมอเหมือนกันแต่ไม่ได้พูดอะไร


ความปราศจากตัวตนในขณะที่คนอื่นๆ พยายามวางตัวเหนือกว่า การอยู่นิ่งๆ ในขณะที่คนอื่นอดไม่ได้ที่จะโอ้อวด

นี่คือสัญญาณของคนที่มีความมั่นใจอย่างแท้จริง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Quora: Sean Kernan’s answer to What is the height of confidence?

3 คำถามก่อนพูดหรือเขียนอะไรออกไป

หลายครั้งเราก็พูดหรือเขียนโดยไม่ระวังและต้องมานั่งนึกเสียใจทีหลัง

สามคำถามนี้จาก James Clear อาจจะช่วยป้องกันปัญหาได้

Does this need to be said?
Does this need to be said by me?
Does this need to be said by me right now?

เรื่องนี้ต้องพูดรึเปล่า?
เรื่องนี้ต้องเป็นเราพูดรึเปล่า?
เรื่องนี้เราต้องพูดตอนนี้รึเปล่า?

บางเรื่องก็รอเวลาได้ บางเรื่องเราไม่ต้องพูดเองก็ได้ และบางเรื่องไม่ต้องพูดเลยดีกว่า

จะได้ไม่สร้างความขุ่นข้องโดยไม่จำเป็นครับ

ถนอมตาเวลาทำงานด้วยสูตร 20-20-20

สูตร 20-20-20 ก็คือ ทำงาน 20 นาทีแล้วให้พักสายตา 20 วินาทีด้วยการมองสิ่งของที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต

อาจจะนึกภาพไม่ออกว่า 20 ฟุตนั้นไกลแค่ไหน แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ 20 ฟุตครับ แค่มองอะไรที่อยู่ห่างออกไปไกลๆ ก็พอแล้ว อาจจะมองออกไปนอกหน้าต่างก็ได้

สถาบันจักษุวิทยาในอเมริกา (American Academy of Ophthalmology) ระบุว่าแม้การจ้องคอมนานๆ ไม่ได้ทำให้สายตาเสียก็จริง แต่ก็สามารถสร้างความตึงเครียดให้ดวงตาได้ (eye strain)

โดยปกติคนเราจะกะพริบตานาทีละ 15 ครั้ง แต่เวลาจ้องคอมหรือเล่นมือถือเราจะกะพริบตาน้อยลงมาก ซึ่งนำไปสู่อาการอย่างตาแห้ง ตาฉ่ำ ตาเบลอ หรือเวียนหัวได้

ดังนั้นเราจึงควรเตือนตัวเองให้พักสายตาทุก 20 นาที และพักอย่างน้อย 20 วินาทีเพื่อให้ตาผ่อนคลายอีกครั้งหนึ่งครับ

อ่านบทความนี้จบแล้ว ลองทำดูเลยก็ได้นะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก Healthline: How Does the 20-20-20 Rule Prevent Eye Strain?

มันคือความฝันหรือมันคือการชดเชยปมด้อย

พาดหัวอาจจะดูแรงนิดนึง เนื่องจากได้อ่านบทความหนึ่งของ Mark Manson:

“Look, most of your dreams aren’t really dreams, they’re merely imaginative over-compensations for the feelings of inadequacy you are trying to avoid in yourself.”

มีคนเคยพูดไว้ว่า เด็กสมัยก่อนโตขึ้นอยากมีรถเบนซ์ขับ แต่เด็กสมัยนี้ไม่ได้อยากขับรถเบนซ์แล้ว แต่อยากขับรถสปอร์ตที่ราคาแพงกว่าเบนซ์เสียอีก

รถหรู บ้านหลังใหญ่ เลขเจ็ดหลักในบัญชี เหล่านี้น่าจะเป็นความฝันของใครหลายคน และเรียกมันว่า “การเติมเต็ม”

แต่ก่อนจะเติมได้ ก็ต้องมีรู

รูที่อาจถูกสร้างขึ้นมาตั้งวันที่เรายังเด็ก วันที่เราเห็นเด็กบ้านข้างๆ ได้ของเล่นแล้วเราไม่ได้ โตขึ้นมาเลยต้องหาของเล่นชิ้นใหญ่เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดไปในวันนั้น

ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันเป็นสิ่งที่เหนื่อย

เหนื่อยกับการไล่ล่าไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไม่ได้ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริงด้วยซ้ำ

มันคือความฝันหรือมันคือการชดเชยปมด้อย

สังเกตตัวเองให้ดี แล้วจะรู้ว่าความฝันบางอย่างไม่คุ้มค่ากับการพิชิตครับ

เรากังวลเพราะเรายึดมั่นถือมั่น

ไม่มีใครกังวลว่าดาวเสาร์อากาศจะเป็นยังไง เพราะไม่มีใครคาดหวังให้อากาศดีบนดาวเสาร์

แต่เรากังวลว่า AQI ในกรุงเทพจะเป็นค่าเท่าไหร่ กังวลว่ารถติดอย่างนี้จะไปถึงออฟฟิศกี่โมง ทั้งๆ ที่ความคิดของเราไม่มีผลใดๆ ต่อสภาพอากาศและสภาพการจราจร

“If the problem can be solved, why worry?
And if the problem can’t be solved, then worrying will do you no good.”
-Shantideva

เวลาที่เรากังวล เรากำลังใช้เวลาไปกับการพยายามควบคุมสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่เราอยากให้เป็น

ผลลัพธ์ไม่ได้เป็นไปอย่างใจ แต่เป็นไปตามเหตุปัจจัย

อะไรที่แก้ไม่ได้ กังวลไปก็เท่านั้น

ส่วนเรื่องที่แก้ได้ เอาเวลากังวลไปทำในสิ่งที่เราควรทำดีกว่าครับ


ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ The Practice by Seth Godin