ความงดงามของการหลอมรวมกับอะไรบางอย่าง

ถ้ามองย้อนกลับไปในชีวิต ประสบการณ์ที่ตราตรึงที่สุดของผมมักจะเป็นตอนที่ผมได้เป็น “หนึ่งเดียว” กับกิจกรรมที่กระทำอยู่

อาจจะเป็นตอนเล่นดนตรี ตอนเล่นฟุตบอล ตอนดูหนัง ตอนเขียนบทความ ตอนนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอก ตอนได้นั่งคุยกันยาวนานโดยไม่มีอะไรมากางกั้น

จังหวะแบบนี้เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เวลาเหมือนหยุดเดิน ตัวตนของเราสลายไป และเราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

ภาษาฝรั่งอาจเรียกมันว่า Flow ภาษาของพระเรียกว่าการอยู่กับปัจจุบัน ส่วนผมขอเรียกมันว่าการหลอมรวม

การหลอมรวมไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ตั้งใจจะทำให้เกิดก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงเพิ่มความน่าจะเป็นด้วยการพาตัวเองไปอยู่กับสิ่งที่เรารัก – หรือจำได้ว่าเคยรัก – ให้บ่อยเข้าไว้

ถ้าให้เดาว่าอะไรน่าจะเป็นปัจจัยให้เกิดการหลอมรวม ก็คงเป็นการได้ใช้เวลากับผู้คน การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และการได้สัมผัสกับตัวตนที่อยู่ด้านใน

การหลอมรวมน่าจะเกิดได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะวิถีชีวิตพาให้เราอยู่ท่ามกลางผู้คนน้อยลง อยู่ท่ามกลางอุปกรณ์มากขึ้น เราได้รับความเพลิดเพลิน แต่มันก็ผิวเผินและไม่ทิ้งร่องรอยแห่งความประทับใจเอาไว้มากนัก

Jimmy Carr นักแสดงตลกชาวอังกฤษเคยกล่าวไว้ว่า เราอาจไม่ได้ต้องการชีวิตที่ยืนยาวขึ้น เราต้องการมีความทรงจำมากขึ้นต่างหาก

“We don’t want to live longer. We want more memories.”

ถ้ามองย้อนกลับไปหนึ่งเดือนหรือหนึ่งปีที่ผ่านมา แล้วไม่มีเรื่องให้จดจำเท่าไหร่นัก เราอาจต้องกลับมาพิจารณาดูว่าควรปรับเปลี่ยนอะไรดูบ้างมั้ย

พาตัวเองออกจากห้อง ออกไปเจอผู้คนและสิ่งมีชีวิตชีวา แล้วปล่อยให้มันเป็นไป

เพราะความทรงจำที่งดงามจะก่อเกิดเมื่อเราหลอมรวมกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าครับ