7 คำถามสำหรับปี 2024

สวัสดีปีใหม่ 2024 / 2567 ครับ!

ผมเพิ่งได้อ่าน newsletter ฉบับล่าสุดของ Farnam Street ซึ่งเป็นบล็อกที่มีคนติดตามถึง 6 แสนคน

Shane Parrish เจ้าของบล็อกนี้ ได้เขียน Annual Reflections: 7 Powerful Questions to Reflect on 2023 and Make Yourself Unstoppable in 2024 เอาไว้ ซึ่งผมคิดว่ามีประโยชน์และช่วยให้ได้คิดในมุมที่ไม่เคยคิดมาก่อนหลายข้อ เลยขอนำมาแปลไว้ตรงนี้

ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายใจตลอดปีมังกรทองครับ


1. ข่าวร้าย คุณโดนไล่ออก!

สูตรสำเร็จง่ายๆ คือทำสิ่งที่ได้ผลให้มากขึ้น และหยุดทำสิ่งที่ไม่ได้ผล

คนที่ประสบความสำเร็จ มักจะวิเคราะห์อย่างเลือดเย็นว่าอะไรที่เวิร์ค และอะไรที่ไม่เวิร์ค

ลองจินตนาการว่าวันนี้เราโดนไล่ออกจากการเป็น CEO ของชีวิต และมีคนที่เก่งสุดยอดเข้ามารับหน้าที่นี้แทน คิดว่าเขาจะทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม?

เขาจะมองเห็นอะไรเป็นอุปสรรคที่คอยขัดขวางความสำเร็จ?

เขาจะทำอะไรให้มากขึ้น?


2. ตัดทิ้งอย่างเด็ดขาด

จงทำน้อยให้ลง แต่ทำให้ดีขึ้น

คนส่วนใหญ่พยายามทำอะไรมากเกินไป ปัญหาคือเป้าหมายที่มากเกินไปจะแก่งแย่งพลังงานของเรา ทำให้คุณภาพงานลดลง ทำให้เราเครียด แถมสุดท้ายยังไม่มีอะไรเสร็จสักอย่าง

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความพยายามที่เราทุ่มเทลงไป คือการเลือกให้ดีว่าจะทำอะไรบ้าง

เขียนเป้าหมาย 10 อันดับแรกสำหรับปี 2024 แล้ววงกลม 3-4 ข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา

ทุกข้อที่เราไม่ได้วง ควรเป็นรายการ ‘สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด’ เพราะมันล้วนเบี่ยงเบนความสนใจของเราจากสิ่งที่สำคัญจริงๆ

แรงกายแรงใจที่เราทุ่มลงไปในเป้าหมายอันดับ 9 คือค่าเสียหายที่เราต้องจ่ายให้เป้าหมายอันดับ 1


3. เคล็ดลับที่จะช่วยให้โลกทำงานแทนเรา

กฎข้อที่สามของนิวตันระบุว่า “สำหรับทุกๆ แรงกระทำ จะมีแรงปฏิกิริยาที่เท่ากันและตรงกันข้าม”

กฎของนิวตันเป็นอัลกอริทึมอันทรงพลังที่จะช่วยให้เราได้ในสิ่งที่เราต้องการ ทำให้ความสัมพันธ์ง่ายขึ้น และทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น

เรามักจะตอบสนองต่อการกระทำด้วยปฏิกิริยาที่คล้ายคลึงกัน ถ้าใครที่ไม่ค่อยช่วยเหลือเรา เราก็คงไม่มีความพยายามมากนักที่จะช่วยเหลือเขา ในทางกลับกัน ใครที่ดีกับเรา เราก็มักจะดีกับเขา

เพื่อให้ความจริงข้อนี้ทำงานให้เรา ลองสำรวจพื้นที่ในชีวิตที่เรากำลังรอให้ใครบางคนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เช่นการเอ่ยปากขอโทษ การชวนเขาออกเดต หรือการรอคอยให้ใครบางคนมองเห็นศักยภาพของเรา

หยุดรอคอยให้ชีวิตมอบสิ่งที่เราคิดว่าควรได้รับ และออกไปทำให้มันเกิดขึ้นด้วยตัวเราเองเถอะ

พิจารณาให้ดีว่าเรากำลังรอคอยให้คนอื่นทำอะไรให้อยู่หรือไม่ และเราสามารถริเริ่มอะไรให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้บ้าง


4. ออกแบบชีวิตของเราให้หลีกเลี่ยงจุดอ่อน

ในสมัยที่ลงแข่งรายการ British Open เป็นครั้งแรก จุดอ่อนของ Tiger Woods คือการตีลูกออกจากหลุมทราย (บังเกอร์)

ปัญหาก็คือ British Open แข่งที่สนาม St. Andrews ซึ่งเต็มไปด้วยหลุมทราย

ในรอบซ้อม นักข่าวเห็นว่าไทเกอร์ไม่ค่อยซ้อมตีออกจากหลุมทราย แต่เน้นการไดร์ฟและการตีด้วยเหล็กสั้น

เมื่อถูกนักข่าวถาม ไทเกอร์อธิบายว่ากลยุทธ์ของเขาคือหลีกเลี่ยงหลุมทรายทุกหลุมไปเลย ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จตลอดการแข่งขัน

บทเรียนก็คือ จงหาจุดอ่อนของเรา และออกแบบชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงมันเท่าที่จะทำได้

Charlie Munger เข้าใจหลักการข้อนี้ ดังที่ Chris Davis เพื่อนของมังเกอร์เคยเล่าว่า บุคลิกตรงไปของมังเกอร์ย่อมไม่ส่งผลดีต่อการบริหารทีม เขาจึงออกแบบการทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้นิสัยเหล่านี้ส่งผลเสีย

ทุกคนมีจุดแข็งและจุดอ่อน การระบุจุดอ่อนและลดผลกระทบของมันแสดงถึงการยอมรับตัวเองและการมีความยืดหยุ่น

ลองพิจารณาเรื่องอย่างการลงทุน (ซึ่งการซื้อกองทุนรวมอาจดีกว่า) การบริหารคน การทำอาหาร หรือการจ้างงาน ว่าเรามีจุดอ่อนอะไรบ้าง และลองหาแนวทางปิดจุดอ่อนเหล่านั้นดู


5. หลีกเลี่ยงคน Toxic

คนสำเร็จที่สุดจะคัดสรรคนที่เขาจะยอมให้เข้ามาอยู่ในชีวิต เพราะคนเหล่านี้คือ ‘โดมิโนตัวแรก’ ที่เริ่มปฏิกิริยาลูกโซ่

พฤติกรรมของคนที่เราคบหาจะซึมซับเข้ามาในตัวเราโดยอัตโนมัติ สิ่งที่เราอ่านและคนที่เราติดตามในโลกโซเชียลจะกำหนดความคิดของเราในอนาคต

ลองดูว่าคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด ทั้งตัวจริงและบนโลกออนไลน์นั้นมีใครบ้าง

ใครที่เพิ่มพลังให้เรา? ใครที่ดูดพลัง? ใครที่ชอบทำให้เรารู้สึกผิด? ใครมักดึงเราเข้าไปอยู่ในเรื่องราวดราม่า? นิสัยของคนแบบไหนที่เราไม่อยากมี?

ในโซเชียลมีเดีย ใครที่ชอบปล่อยพลังงานลบ? ใครที่ชอบแสดงความเห็นไปเสียทุกเรื่อง?

ใครที่สร้างแรงบันดาลใจและมอบไอเดียใหม่ๆ ให้กับเรา? ใครเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เราพึ่งพาได้?


6. ใช้ชีวิตให้เหมือนอยู่ในกองถ่ายสารคดี

ถ้ามีกองถ่ายภาพยนตร์ตามติดเราทั้งวันเพื่อบันทึกความสำเร็จของเรา เราก็คงจะทำแต่สิ่งที่คนสำเร็จเขาทำกันเท่านั้น

การดำเนินตามแนวคิดของคนที่ประสบความสำเร็จ เป็นวิธีที่ดีที่จะช่วยให้เราเห็นว่าเรากำลังทำอะไรที่นำไปสู่เป้าหมาย และอะไรที่เป็นอุปสรรค

ถ้ามีกองถ่ายตามติดชีวิตเรา เราคงไม่อยากนอนไถมือถือให้เขาดูหรอก

ลองคิดดูว่าเราอยากให้ทีมงานถ่ายเราทำอะไร และอะไรที่เราไม่อยากให้พวกเขาเห็น


7. โหมดง่าย / โหมดยาก

ในโลกแห่งความจริง ไม่มีคะแนนสำหรับความยากง่าย

หนึ่งในเหตุผลของคนที่เก่งขั้นสุดยอดมักสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่าคนอื่น ก็คือพวกเขามักเล่นเกมในโหมดง่าย ขณะที่พวกเราชอบเล่นในโหมดยาก

ตอนขึ้น ม.1 ลูกชายผมกลับมาบ้านพร้อมคะแนนสอบที่ไม่ดี เขายักไหล่แล้วพูดว่า “ผมทำเต็มที่แล้วครับ” แล้วเดินหนีไป

เขาหมายถึงเขาทำเต็มที่ตอนสอบ แต่เขาไม่รู้ตัวว่าเขาเข้าสอบในโหมดยาก เขาไม่ได้ทำสิ่งที่เขาทำได้ก่อนสอบเพื่อเปลี่ยนให้มันเป็นโหมดง่าย เช่น การอ่านหนังสือ การนอนเร็ว การทานอาหารเช้าดีๆ

โหมดง่ายไม่ได้การันตีชัยชนะ แต่ทำให้ชัยชนะเอื้อมถึงได้มากขึ้น

เรากำลังเล่นเกมชีวิตในโหมดง่ายหรือโหมดยาก? เราทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ชีวิตง่ายดายกว่าเดิม?

ลองกลับสู่เรื่องเบสิค อะไรคือหนึ่งสิ่งที่เราทำได้วันนี้เพื่อให้วันพรุ่งนี้ง่ายขึ้น? อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ในปีนี้เพื่อให้เราอยู่ในจุดที่ดีขึ้นในปีหน้า?

ยกตัวอย่างเช่นการลงทุนในชีวิตคู่เพื่อไม่ให้การผิดใจเพียงเล็กน้อยลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โต การนอนหลับให้เพียงพอ การกินอาหารดีๆ การออกกำลังกาย การมีเงินเก็บ และการเตรียมพร้อมสำหรับการเลื่อนขั้นครั้งถัดไป