มีลูกเล็กแล้วบ้านเลอะเทอะไม่ใช่ Bug แต่เป็น Feature

เมื่อสองคืนที่แล้ว “ปรายฝน” ลูกสาววัย 8 นึกครึ้มอกครึ้มใจ ย้ายโต๊ะทำการบ้านของตัวเองที่ปกติจะวางอยู่ในห้องทำงานของผมไปไว้ในห้องนอน แล้ว “สร้างบ้าน” ด้วยการคลุมผ้าห่มและวางหมอนรอบๆ

ของที่เคยวางอยู่บนโต๊ะปรายฝนก็เลยกระจัดกระจายอยู่เต็มห้องทำงานของผม จะเก็บกวาดก็ยังไม่มีจังหวะ เลยปล่อยให้ดูไม่เป็นที่เป็นทางอยู่อย่างนั้น

ช่วงแรกก็หงุดหงิดเล็กน้อยที่ห้องทำงานตัวเองไม่เรีบบร้อย

แต่แล้วก็คิดขึ้นได้ว่าการที่ลูกทำบ้านเลอะเทอะมันไม่ใช่ bug แต่เป็น feature!

เพราะการที่เขาเอาโต๊ะไปสร้างเป็นบ้าน แสดงว่าเขามีจินตนาการและกำลังสนุกสนานกับการลองนู่นลองนี่

ถ้าเขาไม่ลองอะไรเลย อยู่ในกรอบที่เราวางไว้ตลอด นั่นต่างหากที่น่าเป็นห่วง

แน่นอนว่าการเล่นของแล้วเก็บเข้าที่ก็เป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องช่วยปลูกฝังกันต่อไปไป แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องระวังที่จะไม่ไปเรียกร้องให้เขาเรียบร้อยจนเกินเด็ก หรือห้ามเขาไปเสียทุกอย่างเพียงเพราะกลัวว่าบ้านจะไม่เรียบร้อย

แล้วผมก็คิดได้อีกว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่เรามักเผลอคิดว่าเป็น bug แต่จริงๆ แล้วเป็น feature

เช่นการทะเลาะกับแฟนไม่ใช่ bug แต่เป็น feature ในทุกความสัมพันธ์

การที่เรากับแฟนเห็นไม่ตรงกันแล้วเถียงหรือทะเลาะกัน แน่นอนว่าไม่มีใครชอบ แต่การทะเลาะกันเป็นครั้งคราวคือโอกาสในการเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายและเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากัน

ความเสี่ยงและความผันผวนในการลงทุนก็ไม่ใช่ bug แต่เป็น feature เช่นกัน เหมือนที่ Morgan Housel เขียนไว้ใน The Psychology of Money ว่าความผันผวนในตลาดคือ fee (ค่าธรรมเนียม) ไม่ใช่ fine (ค่าปรับ)

ความผันผวนคือราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อโอกาสในการได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการออมเงินเอาไว้เฉยๆ

เราไม่ชอบความเจ็บปวด เราไม่ชอบความทุกข์กายหรือทุกข์ใจ แต่ความเจ็บปวด ก็ไม่ใช่ bug แต่เป็น feature เช่นกัน เพราะกายและใจรู้จักเจ็บรู้จักปวด เราถึงรู้ตัวถึงอันตรายก่อนที่มันจะสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้

ลองสังเกตสิ่งรอบตัวที่เราไม่ชอบใจ ที่เราคิดว่าไม่มีมันเสียได้ก็ดี แล้วเราอาจพบว่ามันไม่ใช่ bug แต่เป็น feature

แล้วเราอาจรับมือกับสิ่งต่างๆ ด้วยใจที่เป็นกลางกว่าเดิมครับ