กับคนอื่นให้ใช้เหตุผล กับคนใกล้ตัวให้ใช้อารมณ์

(เคล็ดวิชาชีวิตจากพี่เตา บรรยง IMET MAX)

ผมเพิ่งไป outing ที่จันทบุรีกับ IMET MAX รุ่นที่ 5 มาครับ

IMET MAX คือโครงการอุทยานผู้นำที่จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง มี mentor 12 ท่านจับคู่กับ mentee 36 คนเป็นเวลา 8 เดือน

ผมและเพื่อนอีกสองคนได้ “พี่อ้น” วรรณิภา ภักดีบุตร CEO ของโอสถสภาเป็นเมนทอร์ และได้เขียนถึงไปบ้างแล้ว

การไปเที่ยวรอบนี้ทำให้ได้รู้จักกับ mentor ท่านอื่นๆ โดยเมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้สนทนากับ “พี่เตา” บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

พี่เตาผ่านชีวิตมาเยอะมาก แถมความจำก็ดีมากราวกับสิ่งต่างๆ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

พอเราถามว่าทำไมพี่เตาถึงจำแม่นได้ขนาดนี้ พี่เตาบอกว่าเพราะ “โยนิโสมนสิการ”

“เมื่อเราตั้งใจคิดมาทุกด้าน เราจะไม่ลืม”

ก็เลยขอคัดบางถ้อยคำมาแชร์ไว้ในบทความนี้ เพื่อให้ผู้อ่านค่อยๆ น้อมใจคิดตามและนำไปใช้ต่อให้เกิดประโยชน์นะครับ

วิชาความเสี่ยง

สมัยพี่เตาทำงานด้าน investment banking ใหม่ๆ มีผู้บริหารชาวต่างชาติคนหนึ่งสอนพี่เตาว่า

“No risk, no future, no glory.”

ดังนั้นเราต้องกล้าเสี่ยง โดยมีข้อแม้อยู่สองข้อ

หนึ่ง ความเสี่ยงนั้นต้องเป็น calculated risk

สอง ห้ามแทงหมดตัว

.

วิชาผู้นำ

พี่เตาเรียนจบมาด้วยเกรดเฉลี่ย 2.04

พี่เตาจึงย้ำเสมอว่าเขาไม่ใช่คนเก่ง แต่เขารู้ว่าใครเก่ง ดังนั้นความสามารถของพี่เตาคือการไปชักชวนคนเก่งให้มาทำงานด้วย

พี่เตาชอบคำสอนหนึ่งในหนังสือ Control Your Destiny or Someone Else Will ที่ว่าด้วยหลักการการทำงานของ Jack Welch อดีต CEO ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง General Electric

“Don’t manage. Lead.”

ถ้าเราคิดจะจัดการหรือปกครอง แปลว่าเรามองเห็นคนอื่นต่ำกว่า

แต่เราออกมานำ เรามองเขากับเราเท่ากัน

พี่เตาเพิ่มเติมว่า 3 ทักษะของการเป็นผู้นำก็คือ

หนึ่ง Conceptual skill เราสามารถมองภาพใหญ่แบบ bird’s-eye view ได้

สอง Technical skills เรามีความรู้มากพอที่จะลงรายละเอียดกับน้องๆ

สาม People skill ซึ่งยากที่สุด

คนที่มี people skill ไม่ใช่คนที่ทำให้ทุกคนชอบเรา

สำหรับพี่เตาคนที่มี people skill คือคนที่สามารถทำให้คนอื่นคิดและทำในแบบที่เราต้องการได้ (get people to think and act what you want)

“ถ้าเขาคิดเหมือนที่เราอยากให้เขาคิดก็ดี แต่ถ้าเขาไม่ได้คิดเหมือนเรา อย่างน้อยต้องโน้มน้าวให้เขาทำสิ่งที่เราอยากให้เขาทำ”

.

วิชาผู้ประกอบการ

Jack Welch บอกว่าผู้นำต้องมี 1P กับ 4E

Passion
Energy
Energize people – respect and empathy เข้าใจเขา
Edge มีความคม กล้าเสี่ยง
Execute – สามารถ make things happen ได้

ส่วนพี่เตาบอกว่าเจ้าของธุรกิจต้องมี 5 ใจ

ใจรัก
ใจสู้
ใจถึง
ใจกว้าง
ใจสูง

“ความรู้ทุกอย่างนั้นมีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดเอง ถ้าเราเห็นใครทำแล้วดี และเรายังไม่มองเห็นผลเสีย พรุ่งนี้เราก็ลองทำแบบเขา และทำให้ดีกว่า”

.

วิชาอุอากะสะ

พี่เตาบอกว่าถ้าเราศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจะพบความมหัศจรรย์มากมาย

ยกตัวอย่าง ทิฏฐธัมมิกัตถะ ซึ่งเป็นหลักธรรมในพุทธศาสนาที่บางคนเรียกว่า “หัวใจเศรษฐี”

  1. อุฏฐานสัมปทา เลี้ยงชีพด้วยการหมั่นประกอบการงาน
  2. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษาโภคทรัพย์
  3. กัลยาณมิตตตา คบคนดี ไม่คบคนชั่ว
  4. สมชีวิตา อยู่อย่างพอเพียง รู้ทางเจริญทรัพย์และทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์

พี่เตาทักว่าคำสอนนี้คล้ายคลึงกับสามเหลี่ยมของมาสโลว์มาก

  1. Physiology
  2. Security
  3. Love & Belonging
  4. Esteem
  5. Self-actualization

ซึ่ง self-actualization ในทางศาสนาพุทธก็คือนิพพานนั่นเอง

พี่เตาไม่เชื่อว่ามาสโลว์จะลอกไอเดียจากพระพุทธเจ้า แต่เชื่อว่าอะไรที่มันเป็นสัจธรรมสุดท้ายแล้วก็จะได้ข้อสรุปที่คล้ายคลึงกัน

.

วิชาการเงิน

สำหรับพี่เตา เงินคืออำนาจซื้อ แต่สำหรับบางคน เงินคือเครื่องมือวัดความสำเร็จ

สำหรับบางคน เงินคือ security หรือความมั่นคง

สำหรับพี่เตา security ที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพและความสัมพันธ์

.

วิชาเชื่อใจ

การสร้างความเชื่อใจมีสามขั้นตอน

  1. Connection รู้จัก
  2. Relation สัมพันธ์
  3. Trust เชื่อใจ

พี่เตายังบอกอีกว่าความเชื่อใจนั้นต้องดูด้วยว่าเชื่อใจเพราะอะไร

  1. จริงใจ – integrity
  2. จริงจัง – commitment
  3. ตัวจริง

พี่เตาจะบอกลูกค้าเสมอว่า “เวลาที่ผมทำ deal ให้คุณ คุณเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม”

พี่เตาเล่าถึงวันที่บินไปปารีสเพื่อดูรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก France 98 ที่ฝรั่งเศสปะทะกับบราซิล

ปรากฎว่าลูกค้าของพี่เตาโทรมาแจ้งว่ามีเรื่องสำคัญมาก ต้องการให้พี่เตาไปคุยด้วย

พี่เตาตัดสินใจเอาตั๋วรอบชิงให้คนอื่น แล้วบินกลับไทยวันนั้นเลย

แม้พี่เตาจะอดดูฟุตบอลโลกนัดชิงในปีนั้น แต่สิ่งที่พี่เตาได้กลับมาก็มากพอที่จะดูฟุตบอลโลกรอบชิงอีกกี่ครั้งก็ได้ในชีวิต

วิชาครอบครัว

ผมถามว่า เมื่อเราต้องทำงานหนัก ต้องออกไปเจอคนมากมาย หลายครั้งกลับบ้านค่ำมืดดึกดื่น ทำอย่างไรให้ภรรยาไม่รู้สึกว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องตัวเองมากกว่าเรื่องครอบครัว

สิ่งที่พี่เตาทำคือให้ภรรยาได้มีส่วนร่วม ในความหมายที่ว่า พอมีงานอะไร เจอปัญหาอะไรมา พี่เตาจะเล่าให้ภรรยาฟัง แม้เขาจะรู้เรื่องบ้างหรือไม่รู้เรื่องบ้างก็ไม่เป็นไร

อีกอย่างหนึ่งที่พี่เตาทำคือให้ภรรยารู้จักกับเพื่อนสนิทของพี่เตาทุกคน และพี่เตาก็รู้จักกับเพื่อนสนิทของภรรยาทุกคน เวลาภรรยาไปเจอเพื่อนพี่เตาก็ไปด้วย เวลาพี่เตาไปเจอเพื่อนภรรยาก็ไปด้วย พอเขารู้ว่าเวลาเราไม่อยู่บ้านเราอยู่กับใคร เขาก็จะสบายใจขึ้น

เวลาพี่เตาให้คำแนะนำคนที่จะเริ่มต้นชีวิตคู่ พี่เตามักจะแนะนำว่า

“อย่าคิดที่จะปรับตัวเข้าหากัน ไม่อย่างนั้นเราจะรู้สึกว่าทำไมเราปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว แต่เราควรคิดว่าเรานี่แหละที่จะเป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาเขาเอง”

อีกคำแนะนำก็คือ

“กับคนอื่นให้ใช้เหตุผล กับคนใกล้ตัวให้ใช้อารมณ์ แต่ต้องเป็นอารมณ์ของเขานะ ไม่ใช่อารมณ์ของเรา”

ขอบคุณพี่เตา บรรยง พงษ์พานิช สำหรับเคล็ดวิชาชีวิต

ขอบคุณ IMET MAX อีกครั้งที่จัดสรรให้พวกเราได้มีบทสนทนาอันเปี่ยมไปด้วยปัญญาและความปรารถนาดีครับ